โดดเด่นดอทคอม ศัลยกรรม เสริมจมูก รีวิวศัลยกรรม ศัลยกรรมจมูก ทำจมูกที่ไหนดี ตาสองชั้น เสริมคาง ปากบาง เสริมหน้าอก ดูดไขมัน ร้อยไหม ศัลยกรรมเกาหลี

กลิ่นเท้าเหม็นโฉ่ สุดอับกวนใจ เชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่ใครๆ ก็ต้องเคยเป็นค่ะ ยิ่งถ้าใส่รองเท้าผ้าใบเดินทั้งวันนะ โอ๊ยยย! ถอดรองเท้ามาแทบจะเป็นลมค่ะ กลิ่นอับยังพอว่า แต่กลิ่นเปรี้ยวๆ นี่สิ! เกรงใจคนอื่นที่ต้องมาได้กลิ่นเท้าเราเหลือเกินค่ะคุณ!

 

กลิ่นเท้าเหม็นโฉ่
ภาพจาก : grouphunt

 

กลิ่นเท้าเหม็นโฉ่ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากงานบางอย่างที่ต้องเดินทั้งวัน ทําให้เท้าถูกใช้งานหนัก หรือโครงสร้างของเท้าที่ผิดปกติ เช่น เท้าไม่มีส่วนโค้งเว้า ก็มีส่วนทําให้กล้ามเนื้อเท้าทํางานหนักขึ้นเช่นกัน เมื่อเท้าเหนื่อย ก็เช่นเดียวกับร่างกายส่วนอื่น ๆ ที่จะขับเหงื่อออกมา เหงื่อนี้อาจไม่มีกลิ่น แต่ความเปียกชื้นที่มากับเท้า จะเป็นตัวเชื้อเชิญให้แบคทีเรียเจริญเติบโต และเกิดกลิ่นขึ้นในที่สุด

 

กลิ่นเท้าเหม็นโฉ่ อารมณ์ก็มีส่วน

ต่อมเหงื่อที่เท้า ก็มีลักษณะเช่นเดียวกับต่อมเหงื่อที่รักแร้และที่ฝ่ามือ ซึ่งจะมีปฏิกิริยาต่ออารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ดีหรืออารมณ์เสียก็ตาม โดยจะมีการขับเหงื่อออกมา ทําให้แบคทีเรียในรองเท้าเพิ่มมากขึ้น และมีกลิ่นตามมา

 

แล้วเราต้องจัดการยังไงดีล่ะ ?

สิ่งที่สำคัญ ก็คือ ควรรักษาความสะอาดของเท้าอย่างพิถีพิถัน โดยใช้สบู่ผสมกับน้ำอุ่น และล้างเท้าบ่อยๆ วันละหลายๆ ครั้ง (ถ้าเหงื่อออกมาก และมีกลิ่น) ถูเบาๆ ด้วยแปรงอ่อน ระหว่างนิ้วเท้าและเช็ดให้แห้ง จากนั้น โรยแป้งฝุ่นหรือแป้งข้าวโพด เพื่อทําให้เท้าแห้งและเย็นสบาย

 

กลิ่นเท้าเหม็นโฉ่

 

รองเท้าที่หุ้มเท้าโดยตลอด จะทําให้เหงื่อที่เท้าออกมามาก และเป็นแหล่งเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดกลิ่น ถ้าเป็นไปได้ พยายามใส่รองเท้าชนิดเปิดนิ้วเท้า หลีกเลี่ยงรองเท้าที่ทําจากยางหรือพลาสติก ซึ่งทําให้อับชื้น อากาศไม่ถ่ายเท และไม่ควรใส่รองเท้าคู่เดียวติดกัน 2 วัน ควรปล่อยทิ้งไว้ให้เหงื่อได้ระเหยจากรองเท้าจนแห้ง ก่อนที่จะใส่อีกครั้งหนึ่ง หากมีกลิ่นเท้า ก็ให้ใช้ยาดับกลิ่นสําหรับเท้า หรือชนิดที่ใช้กับรักแร้ก็ได้ แต่ยากําจัดกลิ่น จะกําจัดเฉพาะกลิ่นเท่านั้น จึงไม่สามารถหยุดยั้งการขับเหงื่อได้

เปลี่ยนถุงเท้าให้บ่อยครั้งที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงแม้ว่าจะต้องเปลี่ยนวันละ 3 หรือ 4 ครั้งก็ตาม และควรใส่ถุงเท้าที่ทําจากใยฝ้ายเสมอ เพราะใยฝ้ายสามารถดูดซับเหงื่อได้ดีกว่าใยสังเคราะห์ แต่หากไม่สะดวกที่จะเปลี่ยนถุงเท้า ลองใช้วิธีใส่ถุงเท้าครั้งละ 2 คู่ จะช่วยลดเหงื่อที่เท้าได้ เพราะอากาศระหว่างถุงเท้า จะช่วยทําให้เท้าเย็นลง

 

กลิ่นเท้าเหม็นโฉ่

 

การดูแลเท้าในแต่ละวัน เพื่อลดการเกิดกลิ่นระยะยาว ทําได้โดยเช็ดเท้าด้วยแอลกอฮอล์ ทายาดับกลิ่นที่ฝ่าเท้า พันเท้าด้วยพลาสติกเพื่อให้เหงื่อออก (ซึ่งจะทําให้เท้าดูดซึมตัวยาได้ดีกว่า) ใส่ถุงเท้าทับอีกชั้นหนึ่งก่อนเข้านอน เมื่อตื่นตอนเช้า จึงล้างน้ำให้สะอาด ทําแบบนี้ทุกคืนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ แล้วค่อยลดลงเหลือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง กลิ่นเท้าที่รุนแรงจะค่อยๆ ลดน้อยลงค่ะ

นอกจากนี้ ควรระวังอาหารที่ทานเข้าไปด้วยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารที่มีรสจัดหรือกลิ่นแรง เช่น หัวหอม พริกไทย หรือกระเทียม เพราะกลิ่นของอาหารเหล่านี้ จะถูกขับออกมาทางต่อมเหงื่อที่เท้า ซึ่งอาจมีกลิ่นเหมือนกับอาหารที่ทานเข้าไปก็ได้

เนื้อหาโดย Dodeden.com

 

 

เรื่องน่าสนใจ

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์โดดเด่นดอทคอม