โดดเด่นดอทคอม ศัลยกรรม เสริมจมูก รีวิวศัลยกรรม ศัลยกรรมจมูก ทำจมูกที่ไหนดี ตาสองชั้น เสริมคาง ปากบาง เสริมหน้าอก ดูดไขมัน ร้อยไหม ศัลยกรรมเกาหลี

เมนูหลัก

ท้องผูกแน่นเฟ้อ ไม่ขับถ่าย ต้องใช้อะไรเป็นตัวช่วยดีนะ ?

22 มีนาคม 2018 โดย : svnnynight อ่านแล้ว 579 ครั้ง

น่าสนใจ

ท้องผูกแน่นเฟ้อ ไม่ขับถ่าย เป็นภาวะที่เราทุกคนอาจจะเคยเจอกันอยู่แล้ว เพราะอะไรก็ตามที่ทานเข้าไปในร่างกายนั้น ตามธรรมชาติแล้วจะต้องถูกขับถ่ายออกมา แต่เมื่อร่างกายไม่ยอมขับกากอาหารออก ก็จะเกิดอาการท้องผูกขึ้น ซึ่งสาเหตุของระบบการขับถ่ายล่าช้าหรือท้องผูกนั้น มักเกิดขึ้นจากการขาดอาหารที่มีกากใย ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ความเครียด ยาบางชนิด ขาดการออกกําลังกาย และการมีนิสัยขับถ่ายที่ไม่ถูกต้อง

ท้องผูกแน่นเฟ้อ
ภาพจาก : medicalnewstoday

ท้องผูกแน่นเฟ้อ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระบบการขับถ่ายของแต่ละคนนั้น จะแตกต่างกันไป สําหรับบางคน การขับถ่ายวันละ 3 ครั้งเป็นเรื่องธรรมดา แต่สําหรับคนอื่นๆ การขับถ่าย 3 วันต่อหนึ่งครั้ง ก็ถือว่าเพียงพอ แต่สำหรับบางคนที่แทบจะไม่ขับถ่ายเลย ก็ต้องมาหาวิธีรับมือกันต่อไปค่ะ

 

เกิดจากอะไร และต้องดูแลตัวเองอย่างไร ?

 

ท้องผูกแน่นเฟ้อ

 

กินผักและผลไม้น้อยเกินไป นับว่าเป็นสาเหตุหลักๆ เลยก็ว่าได้ บางคนเข้าใจผิดว่า กินผักผลไม่เพียงนิดหน่อยก็เพียงพอ หรือไม่ก็อาจเกิดจากการนิยมกินแต่ผลไม้ที่มีกากน้อย (เช่น แตงโม) หรือกินแต่น้ำคั้นผลไม้โดย ไม่กินกาก วันๆ หนึ่ง คนเราต้องกินทั้งผักและผลไม้รวมๆ กันแล้วประมาณครึ่งถึง 1 กิโลกรัม ถ้ามีอาการท้องผูกจากสาเหตุนั้น ขอให้หันมากินผักให้มากขึ้น กินผลไม้ เช่น ฝรั่ง สับปะรด สม กล้วย มะละกอ องุ่น พุทรา ฯลฯ ควรกินทั้งเปลือก (ถ้ากินได้) กินเมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวกล้อง/ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพด ถั่วต่างๆ (เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วเหลือง โดยกินทั้งเมล็ดและเปลือก) ลูกเดือย เมล็ดแมงลัก เป็นต้น

ออกกําลังน้อยเกินไป ควรหันมาออกกําลังกาย เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ขี่

จักรยาน เป็นต้น อย่างน้อยวันเว้นวัน ครั้งละประมาณ 30 นาที นอกจากนี้ การออกกําลังกายยังช่วยคลายความเครียด (ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องผูกอีกทางหนึ่งด้วย)

ท้องผูกแน่นเฟ้อ

 

ดื่มน้ำน้อยไป ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 ถึง 10 แก้ว

ชีวิตมีความเรงรีบเกินไป บางคนวุ่นวายตั้งแต่เช้าจนเข้านอน แม้รู้สึกปวดถ่ายก็อั้นไว้ ควรหันมาฝึกถ่ายและใส่ใจในการขับถ่ายจนเป็นนิสัยให้เป็นเวลาทุกวัน เช่น หลังตื่นนอน หลังอาหารเช้า หลังอาหารเย็น เป็นต้น

การกินยา เช่น ยาแก้ทองเดิน ยาแก้ปวดท้อง ยาแก้ปวดข้อ ยาแก้แพ้แก้หวัด ยานอนหลับ ยาทางจิตประสาท ยาลดกรด (รักษาโรคกระเพาะ) ยาลด ความดัน ยาเม็ดแคลเซียม ยาธาตุเหล็ก ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น ยาเหล่านี้อาจทําให้ท้องผูกได้ ควรปรึกษาหมอที่สั่งยารักษาเพื่อเปลี่ยนยาหรือปรับขนาดของยา 

 

ท้องผูกแน่นเฟ้อ

 

ดื่มชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์มากเกินไป

อาหารที่สําคัญที่สุดในการป้องกันอาการท้องผูก ได้แก่ อาหารที่มีกากใยสูง และของเหลวต่าง ๆ ทั้ง 2 สิ่งนี้จะช่วยทําให้อุจจาระอ่อนลง และถูกขับเคลื่อนผ่านลําไส้ใหญ่ได้ง่าย ซึ่งอาหารที่มีกากใยมากนั้น จะมาจากคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อยู่ในข้าว ผัก และผลไม้ต่างๆ อาหารที่มีกากใยมากเป็นพิเศษได้แก่ ถั่วลันเตา ลูกพลัมแห้ง ลูกเกด

เพราะฉะนั้น อย่าลืมปรับเปลี่ยนตัวเองซะใหม่ เริ่มทานอาหารเหล่านี้ในจำนวนที่คิดว่าเหมาะสมและเพียงพอกันด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ อาการท้องผูกก็จะค่อยๆ หายไปอย่างแน่นอนค่ะ

เนื้อหาโดย Dodeden.com