โดดเด่นดอทคอม ศัลยกรรม เสริมจมูก รีวิวศัลยกรรม ศัลยกรรมจมูก ทำจมูกที่ไหนดี ตาสองชั้น เสริมคาง ปากบาง เสริมหน้าอก ดูดไขมัน ร้อยไหม ศัลยกรรมเกาหลี

ปัญหาผิวหย่อนคล้อยรอบดวงตา และริ้วรอย จะแก้ไขด้วยวิธีไหนดีนะ? ระหว่าง โบท็อกซ์ อัลเธอรา และเทอร์มาจ และวิธีไหนที่เหมาะกับเรามากที่สุด มาดูกันค่ะ

 

ปัญหาผิวหย่อนคล้อยรอบดวงตา
ภาพจาก prevention.com

 

ทั้ง 3 วิธี สามารถแก้ปัญหาริ้วรอย และผิวหย่อนคล้อยรอบดวงตาได้ แต่แก้ไขต่างชั้นผิวกันค่ะ เทอร์มาจ ใช้พลังงานคลื่นวิทยุความถี่สูง ส่งลงไปที่ชั้นคอลลาเจนระดับลึก ทําให้คอลลาเจนที่มีลักษณะเป็นเกลียว หดกลับและตึงขึ้น ช่วยฟื้นฟูให้ผิวชั้นบนกลับมาตึงกระชับขึ้นได้ ในกรณีที่ผิวไม่ค่อยมีคอลลาเจน หรือผิวที่มีเนื้อน้อย การทำเทอร์มาจอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร

 

ปัญหาผิวหย่อนคล้อยรอบดวงตา
ภาพจาก Bitar Cosmetic Surgery Institute

 

ส่วนอัลเธอรา จะใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งลงลึกกว่าชั้นของเทอร์มาจ สามารถส่งพลังงานลงไปในชั้นของพังผืด (SMAS) ที่รองรับคอลลาเจนและไขมันไว้ (อยู่ติดกับกล้ามเนื้อ) มีผลให้ผิวชั้นนั้นเกิดการหดตัวกระชับ ซึ่งดึงโครงสร้างผิวชั้นบน ช่วยแก้ปัญหาหนังตาตก) ใต้ตาหย่อนยาน คิ้วตกได้เป็นอย่างดี วิธีนี้ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา ในเรื่อง การยกคิ้ว เมื่อคิ้วถูกยกขึ้น จึงเปิดดวงตาให้ดูโตขึ้น ใบหน้าจึงดูสดใสอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งอัลเธอราและเทอร์มาจ เป็นการลงไปฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระดับลึก จึงต้องใช้ระยะเวลาให้ผิวมีการเปลี่ยนแปลง หลังทําไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ ผิวจะค่อยๆ ดีขึ้น และเห็นผลชัดเจนที่สุดที่ประมาณ 2-3 เดือน ผลที่ได้ อยู่ได้ยาวนานประมาณ 1-2 ปี

สําหรับริ้วรอยที่ค่อนข้างลึก หรือรอยตีนกาที่เห็นเด่นชัด ยังไม่มีวิธีใดดีไปกว่าการฉีดโบท็อกซ์ ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคนิคการฉีดให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ดังนั้น หากต้องการให้ดูดีขึ้น ใน 2-3 วัน ควรมีการฉีดโบท็อกซ์ร่วมด้วยค่ะ

 

เนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์โดดเด่นดอทคอม