ที่มา: kapook

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ทำการตัดสัญญานโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตที่บริเวณวัดพระธรรมกายนั้น ทางศิษยานุศิษย์ก็ได้ประกาศว่าจะนำแอพพลิเคชั่น FireChat มาใช้สำหรับติดต่อ เพราะมีฟังก์ชั่นที่ครบเครื่อง ต่อให้ไม่มีสัญญานโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ 

เมื่อทางศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายประกาศออกมาเช่นนี้ แอพพลิเคชั่น FireChat จึงกลายเป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสนใจโดยทันที หลายคนคงมีคำถามขึ้นมาในหัวว่าแอพฯ FireChat คืออะไร มีที่มายังไง มันพิเศษยังไงกัน เรามารู้จักกันแอพฯ ตัวนี้ไปพร้อม ๆ กันเลย

แอพพลิเคชั่น FireChat ถูกคิดค้นขึ้นมาโดยทีมนักพัฒนาของบริษัทโอเพ่น การ์เดน ( Open Garden) บริษัทวิจัยและพัฒนาซอฟท์แวร์สัญญานอเมริกันที่ผลิตแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการสื่อสารมาแล้วหลายตัว แอพฯ ตัวนี้ทำงานโดยใช้เทคโนโลยี MeshKit ซึ่งเป็นเทคโนโลยีออกแบบมาเพื่อให้สามารถส่งข้อความ ดาวน์โหลด แลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างสมาร์ทโฟนได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ต แถมไม่เปลืองแบตฯ อีกด้วย

ฟังก์ชั่นการใช้งานของ FireChat ก็คล้ายคลึงกับแอพพลิเคชั่นแชททั่วไป สามารถเพิ่มเพื่อน ส่งข้อความ ส่งรูปหาแบบส่วนตัวหรือแบบกลุ่มก็ได้ โดยส่งผ่านข้อมูลผ่านทางบลูทูธ ความพิเศษของมันทำให้มันสามารถใช้งานได้แม้ในจุดอับสัญญาน หรือพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต-โทรศัพท์ได้ เช่น บนเรือ บนเครื่องบิน สถานที่ที่มีคนมาก ๆ อย่างในสนามฟุตบอลหรือในคอนเสิร์ตใหญ่ ๆ  เป็นต้น

ฟังก์ชั่นอันโดดเด่นนี้ทำให้มันกลายเป็นแอพพลิชันที่มีประโยชน์อย่างมากในยามฉุกเฉิน โดยมันถูกใช้ติดต่อสื่อสารมาแล้วในพื้นที่ประสบภัยหลายแห่ง ได้แก่ เหตุน้ำท่วมในแคช์เมียร์และเชนไน รวมทั้งเหตุภูเขาไฟประทุที่เอกวาดอร์ และพายุเฮอริเคนถล่มที่เม็กซิโก ในปี 2558

ส่วนในกิจกรรมการรวมตัวกันของผู้คนเยอะ ๆ หรือการประท้วง ก็มีการนำมา FireChat มาใช้ในการส่งข้อความหาสมาชิกหรือนัดแนะต่าง ๆ เช่นกัน ได้แก่ การประท้วงของกลุ่มโปรประชาธิปไตยในไต้หวัน และการเคลื่อนไหวด้านการเมืองของกลุ่มนักศึกษาฮ่องกง ในปี 2557 รวมไปถึงการประท้วงต่อต้านการคอร์รัปชั่นที่มาเลเซียและเมื่อครั้งพระสันปาปามาเยือนฟิลิปปินส์ในปี 2558

ปัจจุบันแอพพลิชั่น FireChat คือหนึ่งในแอพฯ แชทยอดนิยมของหลาย ๆ ประเทศ มันสามารถใช้งานได้ใน 124 ประเทศทั่วโลก และมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก มันเป็นแอพพลิเคชั่นที่ฟรี ไม่เสียเงิน และสามารถโหลดไปใช้ทั้งทาง AppStore และ PlayStore

เรื่องน่าสนใจ