ที่มา: มติชน

เมื่อเวลา 19.00 น. วันนี้(29 สิงหาคม) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เดินทางเข้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีตำรวจ ทหาร นำกำลังเข้าบุกค้นและจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติยังไม่สามารถระบุสัญชาติได้ แต่พบพาสปอร์ตปลอม มีหลายชื่อ พร้อมของกลาง วัตถุระเบิดจำนวนมาก ในอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่งย่านหนองจอก ซึ่งได้แจ้งข้อหา มีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอบโดยผิดกฎหมาย

14408528731440852956l

พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาพร้อมวัตถุระเบิด โดยก่อนการจับกุมเจ้าหน้าที่มีการสืบสวนสอบสวน โดยเชื่อว่ายังมีคนร้ายไม่น้อยกว่า 10 คน มีทั้งที่หลบหนีอยู่ในไทยและออกนอกประเทศไปแล้ว แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าชายคนดังกล่าวเป็นคนเดียวกับผู้ต้องหาในภาพสเกตซ์หรือไม่ เนื่องจากหน้าตาไม่เหมือนกัน จากแนวทางการสืบสวนยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการก่อเหตุบริเวณแยกราชประสงค์ เพราะหลักฐานที่ตรวจยึดได้เป็นของกลางชนิดเดียวกัน ประเภทเดียวกัน คล้ายกัน

“ยืนยันว่ามีข้อมูลของกลุ่มคนร้ายว่าเป็นใคร ทำเพื่ออะไร ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะทำให้คนร้ายไหวตัวทัน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องประสานกับทางสถานทูตที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นสัญชาตินั้น เพื่อยืนยันว่าเป็นคนสัญชาติใด”ผบ.ตร.ระบุ

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า สำหรับประเด็นการก่อเหตุ หลังจับกุมชายคนดังกล่าวได้ ทำให้ตัดประเด็นทิ้งได้เยอะแล้ว และไม่น่าจะใช่เรื่องการก่อการร้ายข้ามชาติ แต่เป็นการโกรธแค้นส่วนตัว แก้แค้นแทนพรรคพวก และเข้ามาอยู่ในไทยนานกว่า 1 ปีแล้ว ส่วนผู้ต้องหาคนดังกล่าวขณะนี้อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ตามมาตรา 44 และหากครบกำหนดระยะเวลาก็จะส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ส่วนที่ของกลางที่ยึดได้จากห้องพักของผู้ต้องหา ขณะนี้ได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบทั้งหมดแล้ว

ทั้งนี้ภายหลังการให้สัมภาษณ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมประชุมกับทีมสืบสวนที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพแต่อย่างใด

เรื่องน่าสนใจ