อุทาหรณ์ศัลยกรรม “บิว ภูริ์ณัฏฐ์” สุดช้ำทำศัลยกรรมกับคลินิกชื่อดังสุดท้ายหน้าพัง ขอบตาปลิ้น-หวิดตาบอด แถมไม่ยอมรับผิดชอบ!

อุทาหรณ์ศัลยกรรม “บิว ภูริ์ณัฏฐ์” สุดช้ำทำศัลยกรรมกับคลินิกชื่อดังสุดท้ายหน้าพัง ขอบตาปลิ้น-หวิดตาบอด แถมไม่ยอมรับผิดชอบ!

ส่งต่อ
เนื้อหาโดย โดดเด่นดอทคอม ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เนื้อหาโดย Dodeden.com 

เป็นเรื่องราวที่มีคนแชร์ออกไปกันอย่างมากมายเลยทีเดียว สำหรับเรื่องราวของคุณบิว ภูริ์ณัฏฐ์ หนุ่มผู้เสียหายที่ได้ไปทำศัลยกรรมกับคลินิกแห่งหนึ่งในย่านลาดพร้าว ซึ่งเป็นคลินิกที่ค่อนข้างใหญ่ และมีราคาค่อนข้างสูง โดยเขานั้นเป็นคนที่ไม่เคยทำศัลยกรรมมาก่อน แต่ได้มีการแนะนำจากเพื่อนให้เข้าไปทำศัลยกรรมที่คลินิกแห่งนี้เพราะมีปัญหาใบหน้าเริ่มหย่อนคล้อย และยังได้ถูกแนะนำว่าคลินิกนี้มีอาจารย์หมอเบอร์ต้นๆ ของวงการศัลยกรรมไทย จะเป็นคนทำศัลยกรรมให้ 

แต่สุดท้ายกลับทำปัญหาให้กับเขา เพราะหลังจากทำศัลยกรรมมาแล้วนั้น กลับกลายเป็นว่าขอบตาของเขานั้นปลิ้น จนมีอาการแสบเคืองดวงตาตลอดเวลา และอาจจะทำให้ดวงตาบอดได้ รวมถึงผ่าตัดดึงใบหน้าสองข้างไม่เท่ากัน จนทำให้เขาทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก รวมถึงคุณหมอยังปัดความรับผิดชอบอีกด้วย ทำให้เขาต้องออกมาโพสต์เฟสบุ๊คเพื่อร้องขอความเป็นธรรม

โดยทางคุณภูริ์ณัฏฐ์ได้ออกมาเล่าว่าเขาได้เข้าไปปรึกษากับทางคุณหมอเมื่อช่วงเดือนตุลาคมปี 2559 ซึ่งคุณหมอก็ไม่ได้รายละเอียดอะไรกับเขามากนัก มีเพียงการลงบันทึกในใบประวัติว่า จะให้ทำศัลยกรรมทั้งหมด 4 จุด คือผ่าตัดเอาถุงใต้ตาออก, ทำจมูก, ผ่าตัดทำปากกระจับ และผ่าตัดดึงใบหน้า ซึ่งเกินกว่าที่เขาคิดไว้ เพราะความตั้งใจเดิมของเขาคืออยากจะทำแค่เรื่องแก้ปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยเท่านั้น แต่ทางเพื่อนได้แนะนำว่าถ้าทำทั้งหมดทีเดียวจะได้ราคาถูกกว่า และเจ็บตัวแค่ครั้งเดียว เขาเลยตัดสินใจทำ

ซึ่งขณะผ่าตัดนั้นยานอนหลับและยาชาก็ไม่ออกฤทธิ์ ทำให้เขาได้รับความเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก หลังผ่าตัดเสร็จทางคลินิกก็ไม่ดูแล ไม่มีการนัดเข้าไปตัดไหม เขาต้องเป็นคนที่ติดต่อเข้าไปเอง รวมถึงผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็ไม่เหมือนที่ตกลงกันไว้ กลับกลายเป็นปัญหา เขาจึงได้ติดต่อไปยังคุณหมอ ทางคุณหมอก็ปัดความรับผิดชอบโดยอ้างว่า เป็นเรื่องปกติของการทำศัลยกรรม ต้องรอประมาณ 4-6 เดือน อาการเหล่านี้จะหายไปเอง และแผลจะเข้าที่ ซึ่งทางคุณภูริ์ณัฏฐ์ได้กล่าวเพิ่มเติมกับทางโดดเด่นดอทคอมว่า

“อาการดังกล่าว มันบังคับให้ผมรอ 4-6 เดือนไม่ได้  เลยเดินทางไปโรงพยายาลของรัฐ หวังว่าน่าจะเอกฉันท์ในการวินิจฉัย   เมื่อเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดได้ครึ่งทางหมอที่โรงพยาบาลพูดว่า “หมอจะไม่สนใจเรื่องศัลยกรรมเสียมาจากที่อื่น แต่ถ้าจะให้ตรวจตา  ก็จะตรวจให้ แต่จะไม่ขอออกใบวินิจฉัยให้ เพราะมันเป็นการก้าวก่ายหมอเดิม จากที่ตรวจหมอขอบอกว่า ตาแห้ง และอักเสบ จอม่านตามีอาการบวมและเสี่ยงอาการจอตาเสื่อมเสียหาย. แนะนำให้ใส่แว่น เพราะแผนกนี้ ไม่แก้งานตาแบ่ะจากการศัลยกรรม”

ผมจึงไปที่คลินิกศัลยกรรมอีกแห่งนึง เพื่อขอความช่วยเหลือ ให้ช่วยแก้ไขและช่วยวินิจฉัยออกใบให้ เพื่อจะฟ้องร้อง พอหมอนี้ทราบ หมอคนนี้ก็ไม่ยอมออกใบวินิจฉัยโรคให้ ไม่ออกแม้กระทั่ง ใบ OPD card ทั้งยังพูดอีกว่าหมอทั่วไปเค้าไม่ค่อยอยากรับงานแก้ งานเสีย มาจากที่อื่นหรอกนะครับ เพราะมันเกิดเสียไปมากกว่าเดิมมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทางผมจะอยากรับงาน เพราะเราก็มีคนไข้ที่เขาปรกติ แล้วอยู่ในสภาพพร้อมศัลยกรรม แต่ของคุณคือพังมา ถ้าจะให้ดีลองรอตามที่หมอเดิมบอก (คือ หมอส่วนใหญ่จะออกตัวไม่รับเรื่องร้อนๆ แบบนี้  เพราะเหมือนเอาตนเองไปรับเรื่องยุ่งยากที่กำลังจะเข้ามา ในขณะที่แต่ละคลินิกที่เป็นคลินิกดังๆ ก็มักจะมีงานคิวล้นมืออยู่เดิมแล้ว ใครจะอยากรับงานแก้ไขด่วน งานเสียหายปัญหาเยอะ ก็มีงาน งานเสี่ยงต่อการขัดแย้งกับหมอคนเดิม ที่เป็นถึงระดับอาจารย์หมอ !!!! ทุกคนจะขอบายกันทั้งนั้น )

ผมจึงตระเวณแก้ไปเรื่อย ลองทุกทาง ลองทุกอย่างที่คลินิกต่างๆแนะนำ ส่วนใหญ่จะไม่ใช่งานผ่าตัดเพราะอย่างยกตัวอย่างใต้ตาที่แบ่ะลงมา คลินิกต่างๆ ต่างก็บอกว่า ถ้าจะผ่าแก้มันไม่มีเนื้อพอที่จะทำการผ่าแล้วเพราะเนื้อถูกตัดออกจนมันปลิ้นม้วนลงมา มันรั้งจากการเหนี่ยวลงมาของกรอบหน้าที่เย็บไว้ด้วย ไหนจะถูดตัดเนื้อออกจนไม่เผื่อไว้เลย มัน fix ไปหมด มันเลยไม่มีความยืดหยุ่นเลย มันรั้งไปทั้งหน้าทุกส่วน ถ้าจะผ่าตัดต้องใช้เนื้อเยื่อในช่องปาก มาป่ะลงไปที่หนังตาล่าง เพื่อจะเหลือเนื้อพอที่จะทำการแก้ไขอีกครั้งแต่มันก็เสี่ยงที่จะไม่สวยงาม เสี่ยงการติดเชื้อ และไม่คุ้มผลที่ได้ เพราะมันเป็นเทคนิคที่ยากมากๆ ไม่คุ้มว่าจะออกมาสวย ผลอาจตะแค่แก้ตาที่แบ่ะลงมา ให้กลับขึ้นไปปิดเหมือนเดิม  แต่ขอบอกเลยว่าให้ทำใจเลย ตั้งแต่นี้คุณจะตาไม่เท่ากันตลอดชีวิต เพราะงานนี้มันแก้ยากจริงๆ ที่ผ่านๆ มา ไปพบหมอ หมอหลายคนพูดว่า ตั้งแต่นี้เชื่อเลยว่าตาจะไม่เท่ากัน แต่อาจจะกลับเป็นปรกติได้ ถ้าใช้เวลา และใช้อุปกรณ์เลเซอร์บางชนิด เรียกเนื้อให้ขยายตัว แล้วใช้เทปรั้งดึงขึ้นตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตประจำวัน ทายาขยายเนื้อ เพื่อเผื่อว่าจะดึงขึ้นแล้วใช้เทคนิคพวก เครื่องมือต่างๆ fix กระชับไว้

แต่ทั้งหมดคือทำได้ชั่วคราว ต้องทำตลอดไป นับแต่นี้ !!!! ทุกวันนี้ผมดีขึ้นครับ จากการเสียเงินอีกจำนวนมากมาย ตระเวณรักษาใบหน้าทุกจุด เครื่องมืออะไร เทคโนอะไร ช่วยได้เล็กๆน้อยๆ ผมก็จ่าย !! ผมทำหมด !!! ตอนนี้ดีขึ้น. แต่ต้องใช้ เงิน และเวลา แทบจะทั้งหมดที่มี แก้ไขงานจากคลินิก ที่ยื้อเวลาไร้ความรับผิดชอบ ถ้าผมตาบอด คลินิกนั้นจะชดใช้ด้วยดวงตาของหมอมั๊ย? ผมต้องทำตลอด แก้ไขตลอด แต่วันนึงหากเงินหมด หรือผมเสื่อมสภาพแก่ลงด้วยอายุ อาการดังกล่าวมันคงฟ้องออกมาอีก และคงต้องทำใจยอมรับผลที่ทำมาเสียในครั้งนี้ อยู่กับมันไปเหมือนหน้าคนพิการสักวันซึ่งมันก็คงไม่นาน

ตอนนี้ก็ ต้องแต่งหน้าช่วยเสริมบุคลิกภาพ เพื่อเขียนคิ้วที่ไม่เท่ากันให้มันพอดูได้ เขียนปากไม่ให้เบี้ยว ทาบรอนซ์เซอร์แก้มข้างมันป่องไม่เท่ากัน. เขียนขอบตาเพื่อให้แลดู 2 ข้างเท่ากัน (ส่วนอาการแบ่ะดีขึ้นแล้วครับแต่ยังมีอ่การข้างเคียงจากการขอบตาแดงตลอดเวลาเพราะตามันอักเสพมานานมากทุกๆวันในช่วงที่ตาแบ่ะลงมานั้นเอง) จมูกก็ต้องเฉดดิ้ง ให้แลดูไม่เอียง ส่วนรูจมูกไม่เท่ากันก็ช่างมันครับ

 

ช่วงนี้ผมจะต้องเตรียมฟ้อง ตอนนี้มีทนายดำเนินการอยู่แล้วครับ ผมต้องการการสนับสนุน จากหมออื่นๆ ที่จะช่วยวิฉิจฉัย “อาการผิดปรกติของรูปทรงตา ว่านี่คือผลจากการศัลยกรรม” แต่ยังหาใครช่วยไม่ได้ สิ่งนี้ต้องใช้ประกอบการฟ้องครับ และที่สำคัญ คือแรงเห็นอกเห็นใจจากเพื่อนๆที่อ่านข้อความนี้ทุกคน เพื่อจะช่วยให้คดีนี้ไม่เงียบหาย เนื่องจากตลอดมา หมอเองก็ลอยนวลมาตลอด มีเจ้าทุกข์จำนวนมาก จัดการกับคลินิกนี้ไม่ได้ หลายคนคิดว่าคลินิกนี้ฝีมือดีแต่เปล่าเลย เพราะเส้นใหญ่ต่างหาก ผมยังเจอการบีบคั้นรอบข้าง แต่จะสู้จะฟ้องครับ ขอกำลังใจด้วยนะครับ ยินดีออกรายการ และให้รายละเอียดครับ มีหลายอย่างที่สำคัญกว่าที่เขียน เป็นไฮไลด์ในการฟ้องครั้งนี้ แต่ไม่สามารถเขียนลงมาได้ในตอนนี้ เพราะเป็นสำนวนในการฟ้องครับ ถ้าเพื่อนทราบจะสะพรึงครับ ขอให้ติดตามตอนความจริงเปิดเผยต่อๆไปนะครับเป็นกำลังใจให้ผมด้วย ผมจะสู้แม้จะเงินหมดตัว ก็จะสู้ครับ”

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
อุทาหรณ์ศัลยกรรม “บิว ภูริ์ณัฏฐ์” สุดช้ำทำศัลยกรรมกับคลินิกชื่อดังสุดท้ายหน้าพัง ขอบตาปลิ้น-หวิดตาบอด แถมไม่ยอมรับผิดชอบ! [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/241886.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**