“แพ้ยาสลบ” ภาวะเสี่ยงบนเส้นด้ายของความประมาท?

“แพ้ยาสลบ” ภาวะเสี่ยงบนเส้นด้ายของความประมาท?

ส่งต่อ
เนื้อหาโดย โดดเด่นดอทคอม ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เนื้อหาโดย Dodeden.com

อย่างที่เราทราบกันดีว่าในการทำศัลยกรรมใหญ่ๆ อย่างเช่นการผ่าตัดโครงหน้า หรือการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้น จะมีการวางยาสลบเพื่อลดความเจ็บปวดของคนไข้ แต่ก็มีหลายครั้งที่ความผิดพลาดไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ทำให้ภาวะ “แพ้ยาสลบ” (malignant hyperthermia) เป็นเหตุการณ์ที่เริ่มจะมีความเสี่ยงกับผู้ที่คิดจะทำศัลยกรรมมากยิ่งขึ้น อย่างที่เราเห็นกันในข่าวมากมายในกรณีผู้ป่วยเกิดเสียชีวิตเนื่องจากแพ้ยาสลบหรือได้รับมาเกินขนาด เอาล่ะ ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไปแล้ว เราลองมาทำความรู้จักกับภาวะแพ้ยาสลบนี้กันค่ะ

ภาวะแพ้ยาสลบนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก หากสถานเสริมความงามเหล่านั้นมีมาตรฐาน มีวิสัญญีแพทย์เพื่อทำหน้าที่ในส่วนของการวางยาสลบได้อย่างถูกต้อง สอบถามประวัติการแพ้ยาหรือตรวจเช็คสุขภาพของคนไข้อย่างละเอียดก่อนเข้ารับการศัลยกรรม เหตุการณ์น่าเศร้าเหล่านี้ก็มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาการแพ้ยาสลบนี้ เกิดขึ้นเพราะร่างกายของคนไข้มีการตอบสนองต่อยาสลบในระหว่างการผ่าตัด เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ อุณหภูมิขึ้นสูง (บางรายขึ้นสูงถึง 100 องศาก็มี) จนทำให้อวัยวะภายในล้มเหลว ตับ ไต หัวใจวาย หยุดการหายใจ อาการขั้นแรกคือ คนไข้จะเริ่มหายใจไม่ได้จนเสียชีวิต

แต่ในขณะเดียวกัน ภาวะแพ้ยาสลบนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัย เช่น กรรมพันธุ์ วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์มีการค้นพบว่า ภาวะแพ้ยาสลบนี้สามารถสืบทอดทางกรรมพันธุ์ได้ พูดกันง่ายๆ ว่าหากพ่อแม่ หรือญาติของคนเราที่เคยเข้ารับการผ่าตัดเเล้วประสบกับภาวะแพ้ยาสลบ  เราก็มีโอกาสที่จะเจอกับภาวะนี้ได้สูงเช่นกัน

วิสัญญีแพทย์มีความสำคัญอย่างไร ?
หน้าที่ของวิสัญญีแพทย์มีความสำคัญมากๆ ต่อการทำศัลยกรรมใหญ่ทุกอย่างค่ะ เรียกได้ว่าเป็นหน้าที่ที่ “ปิดทองหลังพระ” มากๆ เพราะคุณหมอจะอยู่ใกล้ๆ ผู้ป่วยเสมอ เพื่อคอยดูภาวะการหายใจของเรา ความดัน อุณหภูมิในร่างกาย คนไข้ยังรู้สึกตัวดีหรือไม่ตลอดการผ่าตัดนั้น ซึ่งในคนไข้บางรายจะไม่สามารถให้ยาสลบในปริมาณมากได้ เนื่องด้วยโรคประจำตัวของคนไข้เอง จึงต้องค่อยๆ ให้ยาเข้าไปในร่างกายเรื่อยๆ ต้องคอยคุมทุกวินาทีกันเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันนี้ วิสัญญีแพทย์ในบ้านเรายังถือว่ามีปริมาณน้อย เมื่อเทียบกับบุคลากรทางการแพทย์สายงานอื่น เพราะต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของภาวะทางเดินหายใจ และภาวะช็อกของผู้ป่วยที่อาจเกิดขึ้น ต้องเป็นผู้ที่สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดภาวะฉุกเฉินกับคนไข้ อย่างในวงการศัลยกรรมไทยทุกวันนี้กำลังได้รับความนิยมมาก หากได้หมอดี คลินิกดีก็ดีไป แต่ถ้าหากได้คลินิกและหมอที่ไม่มีจรรยาบรรณแพทย์ ปล่อยปละละเลยต่อชีวิตของผู้เข้าใช้บริการ ก็อาจต้องเจอกับความสุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ร้ายแรงสุดถึงขั้นเสียชีวิต ก็มีให้เห็นอยู่หลายกรณี

เขาฉีดยาสลบกันยังไงนะ ?
เริ่มแรก วิสัญญีแพทย์จะฉีดยานำสลบเข้ากระแสเลือด ซึ่งโดยทั่วไปเเล้ว คลินิกเสริมความงามส่วนมาก นิยมใช้ตัวยานำสลบที่มีชื่อว่า propofol เป็นยาระงับความรู้สึกชนิดฉีด ให้ผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดรู้สึกผ่อนคลาย แต่ก็มีผลข้างเคียงที่ทำให้ความดันเลือดลดต่ำลง หลอดเลือดหัวใจจะตีบลงชั่วคราวระหว่างที่ยาสลบออกฤทธิ์ ผู้ที่เสียชีวิตระหว่างการผ่าตัดส่วนมาก มักเกิดจากขั้นตอนดังกล่าว เนื่องจากไม่มีวิสัญญีแพทย์คอยสังเกตุอาการอย่างใกล้ชิด

ความสำคัญของการซักประวัติก่อนเข้าห้องผ่าตัด
ก่อนที่จะเข้ารับการผ่าตัดใดๆ คุณหมอจะมาซักประวัติเราก่อนว่าแพ้ยาอะไร มีโรคประจำตัวหรือไม่ สำหรับคนที่ยังไม่เคยเข้ารับการผ่าตัดใดๆ มาก่อน ควรสำรวจตัวเองว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้าง แพ้ยา แพ้อาหารอะไรบ้าง อาการที่เกิดขึ้นขณะแพ้ยานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญค่ะ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องย้อนกลับไปดูครอบครัวเราด้วยว่าคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติพี่น้องเป็นโรคอะไร เคยมีประวัติการเสียชีวิตในห้องผ่าตัดโดยไม่ทราบสาเหตุหรือไม่ 

การทำศัลยกรรมไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ อย่าคิดถึงแต่เพียงความสวยเท่านั้นนะคะ ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกๆ ด้วย เริ่มจากการศึกษา สอบถาม พูดคุย เลือกใช้บริการกับคลินิกศัลยกรรมที่ได้มาตรฐาน ป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อในทุกด้านค่ะ

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
“แพ้ยาสลบ” ภาวะเสี่ยงบนเส้นด้ายของความประมาท? [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/246549.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**