“หมอวิศิษฎ์” ยกระดับ “หมอจีน” ที่สั่งสมภูมิปัญญาจาก “บรรพบุรุษ” ให้สามารถใช้ “ยาสมุนไพรจีน” รักษาคนไข้ได้

“หมอวิศิษฎ์” ยกระดับ “หมอจีน” ที่สั่งสมภูมิปัญญาจาก “บรรพบุรุษ” ให้สามารถใช้ “ยาสมุนไพรจีน” รักษาคนไข้ได้

ที่มา : dodeden      
ส่งต่อ

 

ผู้สื่อข่าวโดดเด่นดอทคอม รายงานว่า  วันนี้ ( 20 เมษายน 2560 ) นายแพทย์วิศิษฎ์  ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ( กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์ว่า กรมสบส.ได้ดำเนินการยกระดับผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แผนจีนที่ไม่มีคุณวุฒิจบจากหลักสูตร 5 ปี จากสถาบันการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่กรมสบส.รับรองทั้งในและต่างประเทศ 

ซึ่งเป็นผู้ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้มาจากบรรพบุรุษ หรือ จากผู้ที่มีความรู้โดยตรง เช่นเดียวกับ หมอพื้นบ้านไทย เพื่อให้บุคลากรกลุ่มนี้ได้เข้าสู่ระบบการบริการที่มีมาตรฐาน

โดยกรม สบส.ได้ร่วมกับสถาบันการแพทย์แผนจีน กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จัดหลักสูตรอบรมพัฒนาความรู้ในด้านวิชาชีพ ตามที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนกำหนดจำนวนไม่ต่ำกว่า 120 ชั่วโมง โดยออกหนังสือรับรองการผ่านหลักสูตรอบรม และยกระดับให้เป็นผู้ช่วยแพทย์แผนจีน  เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2555 เป็นต้นมา

ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัย  ขณะนี้มีผู้ได้รับหนังสือรับรองทั้งหมด 342 คนทั่วประเทศ  กำหนดให้ต่ออายุหนังสือรับรอง ทุก 5 ปี

นายแพทย์วิศิษฎ์ กล่าวว่า ในการปฏิบัติงานของผู้ช่วยแพทย์แผนจีนดังกล่าว จะต้องดำเนินการภายใต้ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2555 ที่ออกตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542  สามารถให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้นโดยใช้ยาสมุนไพรจีน  และให้บริการบำบัดโรคและอาการ 4 กลุ่มโรค รวม 15 อาการ

ด้วยวิธีการฝังเข็ม  นวดทุยนา รมยา ได้แก่  1.อาการปวดศีรษะจากความเครียด ปวดเมื่อยทั่วไป ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดเอว  ที่ไม่ใช่มาจากกระดูกแตก หรือจากกระดูกเคลื่อนอย่างรุนแรง   2. อาการท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก อาหารไม่ย่อย 3. ไข้หวัด ไอ เจ็บคอ  และ 4.อัมพฤกษ์ อัมพาตเรื้อรัง  โดยต้องปฏิบัติงานภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนหรือแพทย์แผนปัจจุบันที่ได้รับการอบรมเพิ่มเติมด้านการแพทย์แผนจีนในโรงพยาบาลหรือคลินิกแพทย์แผนจีนที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาลพ.ศ. 2541

สำหรับการต่ออายุหนังสือรับรอง กรมสบส. ได้ออกประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีน พ.ศ. 2559 กำหนด หลักเกณฑ์การต่ออายุหนังสือรับรองการผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ช่วยการแพทย์แผนจีนทุกคน จะต้องมีผลการปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้   คือปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยแพทย์แผนจีน ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน หรือ แพทย์แผนปัจจุบัน เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน

หรือได้รับการอบรมหรือเข้าร่มประชุมสัมมนาความรู้เกี่ยวกับการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง  หรือ เขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนลงในวารสาร นิตยสาร  เอกสารเผยแพร่ที่คณะกรรมการวิชาชีพฯรับรอง หรือ เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่การเป็นผู้ช่วยแพทย์แผนจีน  โดยกำหนดให้ยื่นขอที่กรมสบส. ภายใน 30 วันก่อนก่อนหนังสือรับรองหมดอายุ โดยกรมสบส.จะพัฒนาบุคลากรกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง

ทางด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าว่า ล่าสุดปี 2558 มีสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเปิดให้บริการการแพทย์แผนจีนรวม 468 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นสถานพยาบาลภาครัฐ 357 แห่ง ที่เหลืออีก 111 แห่งอยู่ในภาคเอกชน   บริการรักษาด้านการแพทย์แผนจีนที่เปิดดำเนินการในประเทศขณะนี้

ส่วนใหญ่จะเป็นการฝังเข็มบรรเทาอาการปวดต่างๆ  มีผู้ประกอบการโรคศิลปะสาขานี้ขึ้นทะเบียนทั่วประเทศ 835 คน

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
“หมอวิศิษฎ์” ยกระดับ “หมอจีน” ที่สั่งสมภูมิปัญญาจาก “บรรพบุรุษ” ให้สามารถใช้ “ยาสมุนไพรจีน” รักษาคนไข้ได้ [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/257170.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**