จิตแพทย์เผย “หมูหยอง” ฆาตกรโหดเหี้ยมฆ่า “น้องรัน” ไม่ฟันธง “ป่วยโรคจิต” มีผลต่อคดี และ “การลงโทษ”

จิตแพทย์เผย “หมูหยอง” ฆาตกรโหดเหี้ยมฆ่า “น้องรัน” ไม่ฟันธง “ป่วยโรคจิต” มีผลต่อคดี และ “การลงโทษ”

ที่มา : dodeden      
ส่งต่อ

เปิดชีวิต “นายหมูหยอง” ฆาตกรฆ่าฝังดิน “น้องรัน” เป็นคนโหดเหี้ยม ก่อนหน้านี้ 1 ปี เคยก่อคดีฆ่าชิงทรัพย์ ก่อนออกจากคุกและก่อคดีซ้ำ ด้านพ่อบอก อยากได้อะไรก็ให้ แต่ลูกมันชั่วเอง ส่วน “โฆษกกระทรวงสาธารณะสุข” ไม่ชี้ชัด “นายหมูหยอง” ฆาตกรโหดว่าป่วยหรือไม่ ? จนกว่าจะได้เข้ารับการรักษาทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น  

จากกรณี นายหมูหยอง อายุ 18 ปี คนร้ายที่ลงมือฆ่าโหดหนุ่มชัยภูมิเพื่อชิงทรัพย์ ออกมาให้ปากคำหลังถูกจับกุมตัวอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ที่ฆ่าเพราะอยากได้รถ ทำแล้วก็เฉยๆ ก็ไม่รู้สึกอะไร

“ชีวิตมันก็เหมือนกันแหละครับ ฆ่ามดฆ่าปลาทำไมไม่เห็นคิดว่าบาป แค่คิดว่าเป็นสัตว์ธรรมดาก็ฆ่ามันได้ คนก็เหมือนมดแหละครับ”  และบอกอีกว่าจะไม่ขอโทษพ่อแม่ผู้ตาย เพราะทำไปแล้ว ขอโทษไปก็ไม่ฟื้น จนเกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมอันโหดเหี้ยม

ทั้งนี้ ทางครอบครัวของนายหมูหยองได้เผยถึงนิสัยใจคอของหมูหยองว่าเป็นคนที่ชอบใช้ความรุนแรงมาตั้งแต่เด็ก จนถึงขั้นที่ครูเคยเชิญให้พ่อไปลาออกเพราะไม่สามารถเรียนที่โรงเรียนเดิมได้ ก่อนจะหนีออกจากบ้านที่บุรีรัมย์มาอยู่ที่กรุงเทพฯ

โดยเมื่อปี 2559 นายหมูหยอง เคยก่อคดีฆ่าพนักงานห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ด้วยการใช้มีดแทงทั้งหมด 5 แผล และขโมยสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์ โทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ป้ายแดง ซึ่งตำรวจ สน.อุดมสุข ได้ออกมายืนยันว่า นายหมูหยองคือฆาตกรจริง และก่อนหน้านี้ นายหมูหยอง ก็เคยก่อคดีลักทรัพย์และเสพยาเสพติดมาก่อน

ผู้สื่อข่าวโดดเด่นดอทคอม รายงานว่า วันนี้ ( 1 พฤษภาคม 2560 ) นายแพทย์ ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณะสุข และ จิตแพทย์ชื่อดัง กล่าวกับ กองบรรณาธิการโดดเด่นดอทคอมว่า ตนเข้าใจความรู้สึกของผู้สูญเสีย และ อารมณ์ของสังคมขณะนี้ดี ซึ่งส่วนใหญ่เสพข่าวสารจากสื่อมวลชน 

“การที่เราได้ยินได้ฟังจากข่าว หรือ จากปากคำผู้ต้องหาเพียงแค่สองสามประโยค ตามที่สื่อนำเสนอในลักษณะที่ผู้ต้องหา ไม่สะทกสะท้าน เราจะไปสรุปว่าเขาเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ไม่ได้ หรือแม้กระทั่งคิดว่าจะเป็นผู้ป่วยจิตเวช ยังไม่ได้เด็ดขาด

รวมทั้งข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ออกมาในทำนองโหดร้าย โหดเหี้ยม และ พฤติกรรมที่อาจจะส่อไปในทางใดทางหนึ่ง หมอจะไม่นำเอาข้อมูลเหล่านี้มาใช้เป็นเกณฑ์ในการรักษา เนื่องจากกรณีนี้เป็นคดีความ ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะมีผลต่อรูปคดี และ การตัดสินลงโทษ  

ดังนั้น หากทางพนักงานสอบสวนประเมินในเบื้องต้นว่าผู้ต้องหา อาจจะเป็นผู้ป่วยจิตเวช โดยสังเกตุจากลักษณะอาการต่างๆ ที่บ่งชี้ เช่น หูแว่ว ประสาทหลอน หวาดระแวง จะต้องให้แพทย์ตรวจอย่างละเอียด โดยเป็นกระบวนการนิติจิตเวช หากเจ้าหน้าที่มีความสงสัยให้ส่งมารับการตรวจรักษาในกระบวนการดังกล่าวได้

และหากผู้ต้องหา เป็นผู้ซึ่งไม่อยู่ในสภาพที่จะต่อสู้คดีได้ พนักงานสอบสวนจะส่งตัวให้จิตแพทย์ตรวจวินิจฉัยและทำการบำบัดรักษาก่อน จนกว่าจะดำเนินการต่อทางคดีได้ จะต้องส่งตัวมารับการบำบัดรักษาตามมาตรฐานทางการแพทย์ โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ด้วย”

ทั้งนี้ โรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ ในต่างจังหวัด ของรัฐบาลมีมากมาย  เช่น โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์  โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์   ฯลฯ 

ขณะที่ อาสาว ของนายหมูหยองซึ่งเป็นเสาหลักหาเงินเข้าบ้าน เล่าชีวิตของหมูหยองว่า หลานชายเติบโตมาท่ามกลางความรุนแรง เพราะต้องเห็นพ่อแม่ทะเลาะตบตีกันเป็นประจำ ส่วนคนเป็นพ่อก็เมาสุราทุกวัน จึงเชื่อว่าหลานน่าจะซึมซับความรุนแรง กลายเป็นคนใจร้อน โตขึ้นมาเคยทำร้ายคนในครอบครัวเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ไม่เคยเชื่อฟังใคร จนอารับไม่ได้ไล่ออกไปเช่าห้องอยู่เอง เชื่อว่าเหตุผลที่หลานฆ่าชิงรถเพื่อนำเงินไปซื้อบิ๊กไบค์เป็นเรื่องจริง

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
จิตแพทย์เผย “หมูหยอง” ฆาตกรโหดเหี้ยมฆ่า “น้องรัน” ไม่ฟันธง “ป่วยโรคจิต” มีผลต่อคดี และ “การลงโทษ” [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/258990.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**