ความรู้ดีๆ เกี่ยวกับอาการตาแห้ง และน้ำตาเทียม

ความรู้ดีๆ เกี่ยวกับอาการตาแห้ง และน้ำตาเทียม

ที่มา : gpo.or.th      
ส่งต่อ
เนื้อหาโดย โดดเด่นดอทคอม ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เรียบเรียงเนื้อหาโดย Dodeden.com

ตาแห้ง เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของน้ำตาและบริเวณผิวส่วนหน้าของตวงตา ทําให้ไม่สบายตา รบกวนการมองเห็น ส่งผลให้เกิตอันตรายต่อตวงตาได้ ดังนั้น เมื่อสงสัยว่าตัวเองอาจเป็นโรคตาแห้ง ควรเข้ารับการตรวจรักษาจากจักษุแพทย์ เพื่อวินิจฉัยอาการและหาสาเหตุที่แท้จริง ของโรค โดยเป้าหมายสําคัญของการรักษาโรคตาแห้ง คือบรรเทาอาการตาแห้งของผู้ป่วย

ดังนั้น น้ำตาเทียมจึงเป็นตัวเลือกหลักสําหรับการรักษาโรคตาแห้งทุกชนิด นอกจากนี้ อาจมีการใช้ยาหรือการรักษาอื่นๆ ตามประเภทโรคของผู้ป่วยร่วมด้วย เช่น ยาต้านการอักเสบ ยากระตุ้นการสร้างเมือก หรือการผ่าตัด เป็นต้น

น้ำตาเทียมสามารถแบ่งได้หลายประเภทคือ

  • Single Dose Unit
    ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ปราศจากสารกันเสีย ซึ่งรูปแบบนี้มักจะมีอายุหลังเปิดใช้งานไม่เกิน 1 วัน
  • Multiple Dose Unit
    รูปแบบที่หลังจากเปิดใช้งานแล้วสามารถเก็บไว้ใช้ได้หลายครั้ง มักจะแนะนําให้ใช้งานไม่เกิน 30 วันหลังเปิดใช้ โดยน้ำตาเทียมประเภทนี้ จะมีส่วนผสมของสารกันเสีย สิ่งที่ต้องคํานึงถึงสําหรับสารกันเสียที่นิยมใช้ในสูตรตำรับน้ำตาเทียมชนิด Multiple Dose Unit คือสารประเภท Benzalkonium Chloride แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ใด้ดีกว่าสารกันเสียอื่นๆ แต่มีข้อเสีย คือทําลายเซลล์ผิวกระจกตา (Corneal Epithelium) และทําให้ฟิล์มน้ำตาแตกตัวทันทีที่ใช้ จึงไม่สามารถตอบโจทย์การรักษาตาแห้งได้ดีเท่าที่ควร นอกจากนี้ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียมที่ผสมสารกันเสียชนิดใหม่ๆ ที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การเลือกใช้น้ำตาเทียมให้เหมาะกับแต่ละคนนั้น ต้องพิจารณาจากความรุนแรงของโรคและความต้องการเป็นรายบุคคล แบ่งเป็นขั้นการรักษาดังนี้

  • การรักษาขั้นที่ 1 
    โดยพิจารณาเลือกใช้น้ำตาเทียมที่ประกอบด้วย Carboxymethyl Cellulose (CMC) หรือ Hydroxypropy Methylcellulose (HPMC) หรือ Hyaluronic acid เนื่องจากสารสําคัญข้างต้น ให้ประโยชน์ในการเพิ่มความสบายตาได้สูงสุด
  • การรักษาขั้นที่ 2
    หากการรักษาขั้นแรกที่เลือกใช้ ไม่สามารถควบคุมอาการตาแห้งได้ อาจพิจารณาใช้สูตรตํารับที่มี Polyethylene Glycol 400 (PEG 400) หรือ Propylene Glycol (PG) หรือ glycerin
  • การรักษาขั้นที่ 3 และ 4
    อาจพิจารณาให้การรักษารูปแบบอื่นเพิ่มเติม เช่น รูปแบบเจล รูปแบบที่ผสมน้ำมัน หรือรูปแบบขี้ผึ้ง

ทั้งนี้ ความถี่และระยะเวลาในการรักษาแต่ละขั้น คือใช้น้ำตาเทียมประมาณวันละ 3-4 ครั้งต่อวัน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 เดือน หากไม่สามารถรักษาอาการตาแห้งได้ อาจเปลี่ยนการรักษาไปในขั้นต่อไปค่ะ

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
ความรู้ดีๆ เกี่ยวกับอาการตาแห้ง และน้ำตาเทียม [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/271281.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**