งานวิจัยทั้งใน – ต่างประเทศชี้ ออกกำลังกายอย่างมีสติ ได้ประโยชน์ทั้งทาง “ร่างกาย” และ “จิตใจ”

งานวิจัยทั้งใน – ต่างประเทศชี้ ออกกำลังกายอย่างมีสติ ได้ประโยชน์ทั้งทาง “ร่างกาย” และ “จิตใจ”

ที่มา : dodeden      
ส่งต่อ

กรณีมีงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าการทำกิจกรรมทางกายหรือ ออกกำลังกายอย่างมีสติ ในรูปแบบต่างๆ อาทิ เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ฯลฯ ทำให้เกิดประสิทธิภาพและความสุขที่เพิ่มมากขึ้นได้ รวมถึงช่วยให้มีความเพลิดเพลิน ออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยไม่เบื่อ ถ้าทำอะไรตามความเคยชินแบบอัตโนมัติหรือ ไม่มีสติอาจเกิดอุบัติเหตุได้  

นอกจากนี้ การฝึกสติให้รับรู้ความรู้สึกของร่างกายอย่างละเอียดในขณะที่เคลื่อนไหว เช่น เจ็บปวด เกร็ง หรือตึงเกินไป จะช่วยปรับให้ผ่อนคลายสบายขึ้น และช่วยป้องกันการบาดเจ็บของอวัยวะต่างๆ ที่เกิดจากการหักโหม หรือการออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้องได้ด้วย

โครงการจัดการความรู้และส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างมีสติ ของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  ได้จัดกลุ่มฝึกการเรียนรู้แนวทางการเจริญสติควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย โดยมุ่งเน้นการฝึกฝนร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กันด้วยการเคลื่อนไหวอย่างมีสติ  ทั้งยังเตรียมจัดทำชุดคู่มือ และสื่อต่างๆ เพื่อส่งเสริมการนำสติมาประยุกต์ใช้ในการออกกำลังกายและในชีวิตประจำวัน

โดยมีวิธีการฝึกหลากหลายทักษะ เช่น  ฝึกการมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ฝึกสติในการรับรู้สิ่งแวดล้อมด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5   การออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ และการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีสติ  ตลอดจนการทำงานบ้านและการทำกิจวัตรส่วนตัวอย่างมีสติ เป็นต้น  โดยร่วมมือกับกรมสุขภาพจิตและเครือข่ายภาคีต่างๆ

นางชามานันท์ สุจริตกุล ผู้รับผิดชอบโครงการจัดการความรู้และส่งเสริมกิจกรรมทางกายอย่างมีสติ ของ สสส. ให้รายละเอียดว่า กลุ่มฝึกการเรียนรู้แนวทางการเจริญสติกับการออกกำลังกายในโครงการนี้ประกอบด้วย โยคะ,  มิราเคิลไท้ชิ (ไท้ชิ-ชี่กง), การออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ในฟิตเนสเซ็นเตอร์ และเดิน-วิ่ง  ครั้งละ 1 ชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง  โดยผู้เข้าร่วมโครงการมีหลายช่วงอายุ ทั้งกลุ่มที่เคยฝึกสติหรือสมาธิมาก่อน  และกลุ่มผู้ที่ไม่เคยผ่านการฝึกสติเลย  เมื่อจบการฝึกในแต่ละครั้งจะร่วมกันสะท้อนความคิดเห็นและสำรวจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทางร่างกายและจิตใจของแต่ละคน

อาจารย์พูลสุข  ตัตวกุล หรือ ครูจิ๋ว ครูผู้ฝึกสอนมิราเคิลไท้ชิกับสติ ในโครงการนี้ กล่าวว่า “มิราเคิลไท้ชิเป็นการออกกำลังกายในแบบจีน จะเน้นความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวร่างกายให้ประสานไปกับจิตใจ เพื่อฝึกสติและสมาธิ การเตรียมตัวของผู้ฝึกจะต้องแจ้งต่อผู้สอนว่า มีโรคประจำตัวหรือมีความผิดปกติของร่างกายอย่างไรบ้าง เพื่อให้ครูผู้สอนกำหนดวิธีการสอนได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

มิราเคิลไท้ชิทั้งกระบวนการ มี 18 ท่า แต่ละท่วงท่าเป็นการออกกำลังกายที่สามารถปรับให้ผ่อนคลายลงและสบายขึ้นได้ตามสภาวะร่างกายของผู้เข้ารับการฝึกคนที่อยู่ในภาวะเครียด เลือดในร่างกายเกิดความเป็นกรด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ คนที่เป็นโรคภูมิแพ้  มะเร็ง  เอชไอวี หากได้ฝึกไท้ชิเป็นประจำจะช่วยลดความเป็นกรดของเลือด มีสุขภาพดีขึ้น

สำหรับโครงการนี้มุ่งเน้นให้เรียนรู้วิธีการใช้สติตามรับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นหลัก มากกว่าเน้นท่าทาง  แต่ได้มอบซีดีทั้ง 18 ท่าให้กลับไปฝึกฝนต่อด้วยตนเองได้  สำหรับผลที่ได้รับจากผู้ร่วมโครงการพบว่าเริ่มมีสุขภาพที่ดีขึ้น  อาการเจ็บปวดทุเลาลงหรือความผิดปกติต่างๆ ของร่างกายที่เคยมีมาก่อนก็ดีขึ้น”

ด้านผู้ร่วมโครงการฯ คุณบุรัญชลี ทองเจริญ หรือคุณแจน  กล่าวว่า ปกติไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แต่สนใจการฝึกสติและการทำสมาธิ  ก่อนเข้าร่วมโครงการมีปัญหาเรื่องหัวไหล่  ในการฝึกครั้งแรกๆ ยังมีความกังวลอยู่บ้างเพราะกลัวทำได้ช้ากว่าเพื่อนในกลุ่ม  แต่ครูผู้สอนแนะนำให้ทำแบบมีสติ ไม่ต้องห่วงเรื่องความพร้อมเพรียง ค่อยๆ ทำให้สัมพันธ์กันระหว่างท่าทางกับการหายใจ ครั้งต่อๆ มาเริ่มทำได้ดีขึ้น

และรู้สึกได้ว่าร่างกายก็ดีขึ้น  ได้เรียนรู้การฝึกใช้สติในการดำเนินชีวิต  ได้แนวทางในการฝึกสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ความเครียดกังวลน้อยลง มีความระมัดระวังมากขึ้น เพราะระหว่างออกกำลังกายครูจะสอนการเคลื่อนไหวอย่างมีสติควบคู่ไปด้วย  อยากให้โครงการนี้จัดขึ้นกับเด็กๆ ในวัยเรียน จะได้มีสติและมีความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อลดอุบัติเหตุที่เกิดจากการเล่นของเด็กๆ และมีสมาธิในการเรียน 

ขณะที่ ดร.อุสิรา อโนมะศิริ  อายุ  72 ปี อาจารย์สอนสมาธิของสถาบันพลังจิตตานุภาพ  กล่าวว่า “เหตุที่มาเข้าร่วมโครงการนี้ เพราะต้องการออกกำลังกายเพื่อบำบัดโรคประจำตัว หลังจากเข้าร่วม 3-4 ครั้งสังเกตได้ว่าร่างกายก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ  จะนำความรู้จากการฝึกสติที่ได้รับไปใช้ในการออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้สุขภาพดีขึ้น และจะนำไปต่อยอดถ่ายทอดให้คนที่อยู่รอบข้างและผู้สูงอายุ

รวมถึงนักเรียนในโรงเรียนที่สอนสมาธิอยู่แล้ว อยากให้จัดโครงการแบบนี้และต่อยอดไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อให้ได้มีกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสมและมีสุขภาพที่แข็งแรง”

การออกกำลังกายอย่างมีสติ ที่มีผลดีทั้งด้านความแข็งแรง  ผ่อนคลาย และปลอดภัย  จึงมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ 

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
งานวิจัยทั้งใน – ต่างประเทศชี้ ออกกำลังกายอย่างมีสติ ได้ประโยชน์ทั้งทาง “ร่างกาย” และ “จิตใจ” [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/272440.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**