อุทาหรณ์! หนุ่มฉีดฟิลเลอร์จากหมอกระเป๋าทำเนื้อในจมูกหวิดเน่าเป็นหนองนานกว่า 6 ปีโดยไม่รู้ตัว!!

อุทาหรณ์! หนุ่มฉีดฟิลเลอร์จากหมอกระเป๋าทำเนื้อในจมูกหวิดเน่าเป็นหนองนานกว่า 6 ปีโดยไม่รู้ตัว!!

ส่งต่อ
เนื้อหาโดย โดดเด่นดอทคอม ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เนื้อหาโดย Dodeden.com 

โดดเด่นดอทคอมมักจะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอุทาหรณ์ของหลายๆ คนที่อยากจะดูดี ดูสวย ดูหล่อ แต่เลือกไปทำกับหมอกระเป๋าเนื่องจากราคาที่ถูกจนทำให้เกิดปัญหามามากมายแล้ว เช่นเดียวกับหนุ่มคนหนึ่งที่ได้ออกมาเล่าเรื่องราวของเขาเป็นอุทาหรณ์กับคนอื่น หลังจากที่เขาเคยไปฉีดฟิลเลอร์จากหมอกระเป๋าเมื่อประมาณ 6 ปีที่แล้ว และคิดว่าฟิลเลอร์ดังกล่าวได้สลายออกจากร่างกายไปหมดแล้วแต่ที่จริงแล้วนั้นไม่ใช่ 

เพราะทำให้จมูกของเขาหวิดเน่า และมีหนองอยู่ในจมูกมานานกว่า 6 ปีโดยที่เขาไม่รู้ตัว โดยเขาเล่าว่า ได้ไปฉีดฟิลเลอร์จากหมอกระเป๋าโดยไปตามคำแนะนำของรุ่นพี่ที่สนิท ซึ่งหมอกระเป๋าคนนี้ได้อ้างว่าเป็นดีลเลอร์ส่งตัวยาให้กับคลินิกชื่อดังตัวอักษรนำหน้าว่า W โดยอ้างว่าใช้ตัวยาฟิลเลอร์ตัวเดียวกัน 

อย่างไรก็ตามหนุ่มคนนี้ได้ตัดสินใจไปทำศัลยกรรมจมูกที่คลินิก CSS Clinic โดยคุณหมอชัยสิทธิ์ ซึ่งเขาเล่าว่าพอคุณหมอฉีดยาชาบริเวณจมูกนั้น หนองก็ไหลออกมาตามรูเข็มโดยทันทีจนทำเอาคุณหมอตกใจ พอคุณหมอกรีดภายในโพรงจมูกหนองก็ทะลักออกมาจากจมูกเป็นจำนวนเยอะมาก และส่งกลิ่นเหม็นซึ่งคุณหมอก็ได้ทำการรีดหนองออกจากจมูกทั้งหมด และได้ให้คำแนะนำว่าให้พักจมูกเป็นเวลา 3 เดือนถึงจะสามารถทำศัลยกรรมเสริมจมูกได้ 

ภาพขณะคุณหมอรีดหนองออกจากจมูก

ทั้งนี้ทั้งนั้นคาดว่าที่จมูกของหนุ่มคนนี้บ่มเพาะหนองอยู่ในจมูกมานาน โดยที่เขาไม่รู้ตัว เนื่องจากร่างกายไม่เคยแสดงปฏิกิริยาอะไรออกมา ไม่เจ็บ ไม่บวม ไม่ปวด เพียงแต่มีสิวขึ้นบริเวณจมูกบ่อยครั้งเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะฟิลเลอร์ที่เคยฉีดมาเมื่อ 6 ปีก่อนนั้น เป็นฟิลเลอร์ปลอมนั่นเองและนี่ก็เป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่อยากจะเตือนภัยหลายๆ คน อย่าเห็นเพียงแต่ราคาที่ถูก และควรเลือกคลินิกที่ปลอดภัย ถูกกฎหมายจะดีกว่าค่ะ 

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
อุทาหรณ์! หนุ่มฉีดฟิลเลอร์จากหมอกระเป๋าทำเนื้อในจมูกหวิดเน่าเป็นหนองนานกว่า 6 ปีโดยไม่รู้ตัว!! [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/273165.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**