“สถาบันโรคผิวหนัง” ชี้ “สิว” เป็นปัญหาวัยรุ่น ทั้งสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวช้าง หากไม่รักษาอาจลุกลามกลายเป็นรอยแผล

“สถาบันโรคผิวหนัง” ชี้ “สิว” เป็นปัญหาวัยรุ่น ทั้งสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวช้าง หากไม่รักษาอาจลุกลามกลายเป็นรอยแผล

ที่มา : dodeden      
ส่งต่อ

สิวเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยรุ่นและเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทั้งสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัว สิวหัวช้าง หรือสิวเรื้อรัง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาหรือรักษาไม่ถูกวิธี อาจลุกลามกลายเป็นรอยแผลหรือหลุมสิวได้

ผู้สื่อข่าวโดดเด่นดอทคอม รายงานว่า  วันนี้ (2 สิงหาคม 2560) นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สิวเป็นปัญหาสุขภาพที่มีผลกระทบทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจต่อวัยรุ่น สาเหตุของการเกิดสิวมาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและผลิตไขมันออกมามากขึ้น

การสร้างเคราตินที่ผิดปกติบริเวณรูขุมขน ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนและแบคทีเรียที่ชื่อโคโลนิแบคทีเรียม เอคเน่ ที่เพิ่มมากขึ้นในบริเวณรูขุมขน เป็นตัวกระตุ้นให้สิวอักเสบมากขึ้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุการเกิดสิว

เช่น ความเครียด การนวด ขัดถูใบหน้าแรงๆ การใช้ยาทาบางอย่าง เช่น สเตียรอยด์ หรือเครื่องสำอางและสารเคมีบางอย่างอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เมื่อเป็นสิวเพียงเล็กน้อย ควรล้างหน้าให้สะอาด ไม่บีบไม่แกะสิว พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงการใช้ยา สารเคมี เครื่องสำอาง เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดสิว

ในกรณีที่เป็นสิวอุดตัน การรักษาที่เหมาะสมคือใช้ยาทาที่ช่วยลดการอุดตัน เช่น ยาทาเบนซิลเปอร์ออกไซด์หรือยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ จะทำให้สิวหลุดออกง่ายขึ้น โดยอาจทำร่วมกับการกดสิว ข้อควรระวังคือยากลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้

หากใช้ไม่ถูกวิธี จึงควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังก่อนเริ่มทำการรักษา ไม่ควรบีบหรือเจาะสิวเอง  เพราะอาจทำให้สิวอักเสบมากขึ้น และหากใช้ยาทาต่อเนื่องหลายสัปดาห์ไม่ดีขึ้นหรือสิวหายแล้วเป็นรอยแผลเป็น รอยแดง รอยบุ๋ม หรือว่ารอยนูน ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ  วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาสิวเป็นเรื่องที่หลายคนเคยพบเจออยู่ที่ว่าจะเป็นมากน้อยแค่ไหน บางคนมักซื้อยาตามร้านขายยามาทานเอง และมักเข้าใจผิดคิดว่าการกินยาในกลุ่มไอโซเตรติโนอินที่มีกรดวิตามินเอขนาดสูงทำให้หน้าใส จึงมีการใช้ยาพร่ำเพรื่อ

โดยไม่คำนึงถึงผลข้างเคียงต่อระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกาย เช่น การทำงานของตับผิดปกติ ไขมันและระดับน้ำตาลในเส้นเลือดสูง อาการปวดศีรษะอาจรุนแรงจากความดันในสมองสูง ปวดกระดูก กล้ามเนื้อและข้อ สำไส้ใหญ่อักเสบจากการขาดเลือด ทำให้ปากแห้ง ผิวแห้ง ตาแห้ง ผมร่วงบาง เล็บเปราะ เล็บอักเสบ ส่วนทางด้านจิตใจอาจทำให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้า

นอกจากนี้ ในกรณีใช้ยานี้ระหว่างที่ตั้งครรภ์จะมีผลทำให้ทารกพิการได้ ดังนั้น การใช้ยานี้ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจดูว่าไม่ได้ตั้งครรภ์และควรได้รับการตรวจเลือดดูจำนวนเม็ดเลือด เกร็ดเลือด การทำงานของไต การทำงานของตับ ระดับไขมันและน้ำตาลในเลือดและควรตรวจเช็คระหว่างที่รับประทานยานี้ โดยอาจตรวจบ่อยในช่วงแรกของการได้ยา หรือแล้วแต่ดุลยพินิจของแพทย์

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
“สถาบันโรคผิวหนัง” ชี้ “สิว” เป็นปัญหาวัยรุ่น ทั้งสิวอักเสบ สิวเสี้ยน สิวหัวช้าง หากไม่รักษาอาจลุกลามกลายเป็นรอยแผล [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/276444.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**