ห้องประชุมสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 16 แนะ “การรู้เท่าทันสื่อใหม่ ก็เหมือนกับ การรู้เท่าทันตัวเราเอง”

ห้องประชุมสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 16 แนะ “การรู้เท่าทันสื่อใหม่ ก็เหมือนกับ การรู้เท่าทันตัวเราเอง”

ที่มา : dodeden      
ส่งต่อ

นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวในงานประชุมวิชาการสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 16 และการประชุมสุขภาพจิตและจิตเวชเด็ก ครั้งที่ 14 ว่า “สื่อ” ในปัจจุบัน โดยเฉพาะสื่อโลกออนไลน์ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ของคนในสังคมอย่างชัดเจน

จนกลายเป็นประเด็นทางสังคมต่างๆมากมาย ทั้งนี้ เนื่องจากการไม่มีตัวตนหรือมีตัวตนซ่อนเร้นในโลกออนไลน์ จึงทำให้มีอิสระในการแสดงความคิดเห็นหรือแสดง“ความแรง”ออกมามากขึ้น ทั้งความโกรธ ความโอ้อวด ความอิจฉา อคติ และความเกลียดชัง นำไปสู่ความขัดแย้งบนโลกออนไลน์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราสามารถทำได้ในการป้องกัน คือ การรู้เท่าทันสื่อ เข้าใจสภาพของสื่อออนไลน์ว่าเป็นสังคมที่มีทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ จึงควรมีสติทุกครั้งในการสื่อสารหรือการแสดงความคิดเห็นต่างๆ บนโลกออนไลน์ รวมทั้งตรวจสอบที่มาของข้อมูล อย่าส่งต่อข้อมูลที่ไม่เกิดประโยชน์  ขอให้คิดทุกครั้ง ก่อนโพสต์ ก่อนไลค์ ก่อนแชร์ อาจกล่าวได้ว่า “การรู้เท่าทันสื่อใหม่ ก็เหมือนกับ การรู้เท่าทันตัวเราเอง”

ด้าน นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์  หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน สังคมยุคดิจิตอล ในทางลบ ไม่ใช่แค่การสร้างการหลอกลวงแต่กลับกลายเป็นการสร้างความเกลียดชังร่วมด้วย ซึ่งพบว่า ความรุนแรงบนโลกออนไลน์ จะมีทั้ง  Hate Speech คือ การสร้างความแตกต่างที่มีผลต่อยอดไปสู่ความรุนแรงได้

เช่น เรื่องของเพศภาพ เชื้อชาติ ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง คนพิการ ส่วนใหญ่จะเป็นบริบททางสังคม และ Blame Speechคือ การสร้างความรุนแรงในเรื่องส่วนตัว เช่น กรณี กราบรถกู

ดังนั้น การสร้างพลเมืองสื่อดิจิตัล  ( Digital Citizenship ) จึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องประกอบไปด้วย การไม่ขยายความรุนแรง จาก Hate Speech โดย ใช้หลัก 2 ไม่ 1 เตือน ได้แก่ ไม่สื่อสารทางลบ ไม่ส่งต่อ และเตือนด้วยถ้อยคำที่สุภาพ รวมทั้งให้ข้อมูลที่น่ารับฟัง

ขณะที่ Blame Speech ซึ่งทำให้เกิดสังคมดราม่าเหมือนเช่นทุกวันนี้  ให้ใช้หลักเดินหน้า 3 What  ได้แก่ What, So What, What Next หมายถึง อย่าหยุดอยู่แค่ What เกิดอะไรขึ้นแบบที่เรียกว่าดราม่า

ซึ่งทุกวันนี้เรามักจะสนใจอยู่เพียงตัว What หรือตัวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนั้น เราจึงควรก้าวไปสู่ So What  ในการเข้าใจสาเหตุว่าทำไมเหตุการณ์นี้จึงเกิดขึ้น เพราะสาเหตุเหล่านั้นอาจเกิดกับเราได้ทุกคนเป็นความเครียดหรือการเลี้ยงดูในครอบครัว และท้ายสุด What Next หาแนวทางเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นทั้งในระดับบุคคล ครอบครัวและสังคม

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
ห้องประชุมสุขภาพจิตนานาชาติ ครั้งที่ 16 แนะ “การรู้เท่าทันสื่อใหม่ ก็เหมือนกับ การรู้เท่าทันตัวเราเอง” [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/276745.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**