จริงหรือ? 4 วิทยาการเพื่อความสวยที่เราเคยได้ยิน ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

จริงหรือ? 4 วิทยาการเพื่อความสวยที่เราเคยได้ยิน ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

ส่งต่อ
เนื้อหาโดย โดดเด่นดอทคอม ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เนื้อหาโดย Dodeden.com

เดี๋ยวนี้เราจะเห็นได้ว่ามีวิวัฒนาการเพื่อความสวยสมบูรณ์แบบของผิวหน้าออกมามากมาย ทั้งไอเท็ม และวิธีการดูแลผิวสารพัดรูปแบบ แต่ว่าเอ๊..เเล้ววิธีการเหล่านั้นมันจะได้ผลหรือเปล่านะ?

แปรงดูแลผิวหน้าแบบหมุนได้
ว่ากันว่า แปรงดูแลผิวหน้านี้สามารถซอกซอนไปในบริเวณที่มือเข้าไม่ถึง สามารถทําความสะอาดลึกถึงรูขุมขนเพื่อกําจัดเมกอัพและสารตกค้างทุกอณู ผลก็คือความนุ่มนวลราวกับก้นเด็ก แต่เอ…โปรยโฆษณามาขนาดนี้ เอาเข้าจริงมันสามารถทำได้ขนาดนั้นมั้ยน๊าาา ?

เรื่องจริงค่ะ
นี่คือสุดยอดของแปรงที่เรียกได้ว่าเป็นแปรงในฝันของบรรดาแพทย์ผิวหนังเลยทีเดียว แปรงแบบนี้ช่วยควบคุมระดับรอยขีดข่วนบนผิวได้ง่ายกว่าใช้กรดหรือสครับ นอกจากนี้ ขนแปรงยังนุ่มนวลไม่สร้างปัญหาให้กับคนที่มีผิวแพ้ง่ายด้วยการขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วของผิวชั้นบนออกเป็นเรื่องสำคัญของทั้งหนุ่มๆ และสาวๆ การใช้ไอเท็มชนิดนี้จะช่วยให้ผิวเปล่งประกายได้ทันใจ แต่ผลในระยะยาวใช่ว่าจะไม่มีแปรงแบบนี้ช่วยกำจัดสารตกค้างในรูขุมขน ผลักครีมและเซรั่มบํารุงให้ซึมลึกลงไปในผิวได้มากขึ้น ช่วยเสริมผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การใช้แปรงควรเริ่มจากความแรงระดับต่ำก่อน ใช้แปรงลูบบนใบหน้าเบาๆ ร่วมกับใช้เคลนเซอร์ สูตรอ่อนโยนต่อผิว

ดูแลผิวด้วยคลื่นความถี่วิทยุ
ว่ากันว่า เทคโนโลยีอีโวลาสติน (evolastin) ที่มีบริการตามคลินิกผิวหนัง ช่วยยกกระชับใบหน้าหย่อนคล้อย และผลที่ได้ก็เทียบเท่ากับ 1 ใน 3 ของการยกกระชับใบหน้า

เรื่องจริงค่ะ
เพื่อสร้างอีลาสตินและฟิลเลอร์ตามธรรมชาติ อาจจําเป็นต้องใช้ความร้อน (อย่างน้อย 67.78 C) เข้าสู่ผิว และปล่อยให้ผิวร้อนระอุอยู่สัก 2-3 วินาที ระหว่างการทําอีโวลาสติน เข็มขนาดจิ๋ว 5 คู่ จะเจาะเข้าสู่ผิวหนังชั้นในโดยตรง เทคโนโลยีนี้เป็นการผสมผสานที่สมบูรณ์แบบระหว่างการอยู่ถูกที่ถูกเวลา ทําทรีตเม้นต์ครั้งละ 1 ชั่วโมง จะครอบคลุมบริเวณแก้มและลําคอ (โดยไม่รู้สึกเจ็บปวด ซึ่งก็คงต้องขอบคุณยาชา) แต่วิธีนี้อาจทําให้เกิดรอยแดงหรือรอยบวมสัก 2-3 วัน และเห็นผลชัดเจนภายใน 3-6 เดือน

 

ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มอ็อกซิเจนแก่ผิว
ว่ากันว่า ออกซิเจนเหลว ฟังแล้วเหมือนน้ำมันสําหรับหุ่นยนต์ แต่บรรดาผลิตภัณฑ์บํารุงผิวตั้งทฤษฎีว่าอะไรแบบนี้ช่วยเติมพลังแก่ผิว ด้วยการซึมเข้าไปกระตุ้นการผลิตสาร adenosine triphosphate หรือ ATP ที่ค่อยๆ ชะลอลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เมื่อเกิดการผลิตสารประกอบนี้ ร่างกายจะใช้คอลลาเจนไม่มากนัก

ยังไม่มีใครกล้าฟันธง 
เพราะเวลาหายใจ ออกซิเจนจะผ่านเข้าสู่เซลล์และถูกเปลี่ยนเป็นอะดีโนซีน ไตรฟอสเฟต แต่ก็มีสารประกอบทางวิทยาศาสตร์ไม่มากที่สามารถนำพาอ็อกซิเจนเหลวเข้าสู่เซลล์ได้

 

พิษงูกระชับผิว
ว่ากันว่า พิษปกป้องงูด้วยการทําให้ศัตรูเป็นอัมพาต และพิษงูที่ผสมอยู่ในครีมและเซรั่มบางประเภทก็ช่วยปกป้องผิวจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ สาเหตุของรอยตีนกาและริ้วรอยบริเวณหว่างคิ้ว

ไม่จริงเลยค่ะ
อย่างแรกคือผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ไม่ได้ผสมพิษงูจริง (ขืนเป็นจริงสาวๆ คงได้ตายก่อนสวย)แต่จะเป็นส่วนประกอบที่จับต้องได้มากกว่า ทั้งยังแก้ปัญหาผิวเพื่อให้เรียบเนียนขึ้นชั่วคราว แนวคิดก็คล้ายกับโบท็อกซ์และสารประเภทนี้ก็ช่วยดูแลผิวบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา ส่วนจะช่วยได้แค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับระบบนําพาสารเข้าสู่กล้ามเนื้อ ครีมและเซรัมส่วนใหญ่จะนําพาสารออกฤทธิ์เข้าสู่กล้ามเนื้อได้น้อยมาก เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ซึมผ่านผิวชั้นหนังแท้เข้าไปไม่ได้นั่นเอง

ด้วยความที่ทุกวันนี้มักจะมีข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีความงามสมัยใหม่ออกมาเรื่อยๆ สาวๆ อย่างเราก็ต้องสตรองเข้าไว้ หาความรู้รอบด้านให้มากที่สุด จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาดให้เสียเงินฟรีๆ ยังไงล่ะ

Tag ที่เกี่ยวข้อง :
ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
จริงหรือ? 4 วิทยาการเพื่อความสวยที่เราเคยได้ยิน ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/280646.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**