เพลงพระราชนิพนธ์ “สายฝน” ของ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙” ได้รับการยกย่องว่าเป็น “Song of Asia” จากองค์การ “ยูเนสโก”

เพลงพระราชนิพนธ์ “สายฝน” ของ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙” ได้รับการยกย่องว่าเป็น “Song of Asia” จากองค์การ “ยูเนสโก”

ส่งต่อ
เนื้อหาโดย โดดเด่นดอทคอม ห้ามคัดลอกไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เนื้อหาโดย Dodeden.com

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีดนตรีอยู่ในพระราชหฤทัยมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อทรงมีพระชันษาครบ 3 พรรษา สมเด็จฯ พระพันวัสสา อัยยิกาเจ้าได้พระราชทานของขวัญมากมาย เมื่อพระองค์ท่านทรงเห็นว่า ของขวัญนั้นเป็นเครื่องดนตรี ก็ทรง “โผกอดและจูบสมเด็จย่า” ด้วยความดีพระทัย

เครื่องดนตรีที่ทรงหัดเล่นเป็นชิ้นแรกคือ หีบเพลง (accordion) แต่ทรงเลิก เนื่องจากไม่เข้ากับเปียโน ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงเล่น ทรงเรียนดนตรีอย่างจริงจังกับนายเวย์เบรชท์ (Weybrecht) ซึ่งทํางานในร้านขายเครื่องดนตรีและเป็นนักเป่าแซกโซโฟนด้วย นายเวย์เบรชท์สอนการเล่นดนตรี และยังสอนการเขียนโน้ตและสเกลต่างๆ ถวายด้วย

ทรงฝึกเล่นดนตรีแบบคลาสสิคก่อน แล้วจึงเริ่มฝึกดนตรีแจ๊สและสากลร่วมสมัย ที่ทรงมีพระราชหฤทัยโปรด ดนตรีประเภทที่โปรดเป็นพิเศษคือ ติ๊กซีแลนด์ แจ๊ส (Dixieland Jazz) ซึ่งมีจังหวะตื่นเต้นครึกครื้น สนุกสนาน เครื่องดนตรีที่โปรดคือ โซปราโนแซกโซโฟน เริ่มทรงพระราชนิพนธ์เพลงอย่างจริงจังเมื่อมีพระชนมายุ 18 พรรษา และเพลงแรกที่ทรงพระราชนิพนธ์คือ แสงเทียน

พระปรีชาสามารถในด้านดนตรีของพระองค์ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลก และเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2507 สถาบันการดนตรีและศิลปะการแสดงแห่งกรุงเวียนนา ได้ทูลเกล้าฯ ถวายประกาศนียบัตรเกียรติคุณชั้นสูงแด่พระองค์ หมายเลขที่ 23 และได้จารึกพระปรมาภิไธยลงบนแผ่นหินสลักของสถาบัน นับได้ว่าทรงเป็นชาวเอเชียพระองค์แรก ที่ทรงเป็นสมาชิกของสถาบันแห่งนี้

 

เพลงสายฝน
เป็นเพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่สาม แต่ได้รับความนิยมจากพสกนิกรทั่วทุกภาคของประเทศเป็นเวลายาวนาน พระองค์ทรงเล่าถึงเบื้องหลังการพระราชนิพนธ์ว่า

“คืนวันนั้นที่แต่งเพลงเพราะว่าเข้านอนแล้ว ก็ฟังวิทยุ มันเกิดครึ้มใจ ฟังวิทยุเพลงของเขาเพราะดี แต่ของเราอยู่ในหัวมันมีดีกว่า ก็ปิดวิทยุแล้วเอาเศษ กระดาษมาขีด ๆ แล้วก็จดไว้ 1 2 3 4 ความจริงจด 1 2 3 4 แล้ววันรุ่งขึ้นก็ไปเคาะที่เปียโน ซึ่งมีเปียโนหลังหนึ่งที่โปเก เสียงมันแก๊งๆ ไม่ได้เรื่อง แต่ก็เคาะไป แล้วก็เรียบเรียงเข้าไปสัก 2 ชั่วโมง ก็ส่งไป ให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์ฯ บอกว่าได้เพลงแล้ว ที่อวดว่าได้เพลงแล้วก็เพราะว่าเวลานั้นท่านจักรพันธ์ฯ ได้มาชวนให้แต่งเพลงบ้าง ก็ได้แต่งเพลงแสงเทียน แล้วต่อไปก็เพลงยามเย็น มาถึงเพลงสายฝนนี่เป็นเพลง…เมื่อแต่งมาเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน หม่อมเจ้าจักรพันธ์ฯ ได้เขียนจดหมายถึงบอกว่า มี ฃความปลาบปลื้มอย่างยิ่ง เพราะว่าผ่านไปเชียงใหม่ เดินไปตามถนนได้ยินเสียงคนผิวปากเพลงสายฝน ก็เดินตามเสียงไป เข้าไปในตรอกซอกแห่งหนึ่งก็เห็นคนกําลังซักผ้า แล้วก็มีความร่าเริงใจ ผิวปากเพลงสายฝนและซักผ้าไปด้วย ก็นับว่าเป็นสิ่งที่แสดงว่าเพลงสายฝนนี้ประสิทธิภาพสูง ซักผ้าได้สะอาด…”

เพลงพระราชนิพนธ์สายฝนนี้ ได้รับการคัดเลือกเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) 18 ประเทศ ให้เป็นเพลงประจํากลุ่มประเทศเอเซีย มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Song of Asia

ต้องการเผยแพร่ข่าวนี้ :
เพลงพระราชนิพนธ์ “สายฝน” ของ “ในหลวงรัชกาลที่ ๙” ได้รับการยกย่องว่าเป็น “Song of Asia” จากองค์การ “ยูเนสโก” [ อ่านต่อได้ที่ » http://dodeden.com/285185.html ]

แชร์ให้เพื่อน

แสดงความคิดเห็น


** ข้อความแสดงความคิดเห็นโพสต์โดยสาธารณชนด้วยระบบอัตโนมัติ ทางทีมงานไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ กรุณาใช้วิจารณญานในการอ่าน**