ที่มา: Posttoday

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงจับ ดร เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ และนายบทมากร วัฒนะนนท์ เจ้าของบัญชีโครงการเฟซออฟ ตามหมายจับข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนกรณีทำศัลยกรรมเสียโฉม

 

ดร เซปิง เฟซออฟ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ประมาณกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้เสียหาย 7 คน ที่เข้าโครงการศัลยกรรมของดร.เซปิง มาร้องทุกข์ที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังเข้าทำศัลยกรรมแล้วผลไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ว่าจะไม่มีรอยแผลเป็น ไม่มีรอยช้ำ ทำให้หน้าอ่อนเยาว์ลง 10-20 ปี สูญเงินจำนวนมาก ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานและพยานที่เกี่ยวข้อง จนศาลอนุมัติหมายจับ ดร.เซปิง  จากนั้น เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักย่านนนทบุรี พบดร.เซปิง และนายบทมากร จึงควบคุมตัวดำเนินคดีข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยขณะนี้ ถูกคุมตัวอยู่ที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ยังให้การปฏิเสธ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับพฤติกรรมดร.เซปิง ทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์ วิเคราะห์ใบหน้า และประสานงาน จากนั้นส่งผู้เสียหายไปทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาล โดยทางตำรวจจะทำการสืบสวนขยายผลเอาผิด โรงพยาบาล จากข้อมูลพบว่ามี 1 แห่ง และแพทย์ผู้ทำศัลยกรรม 2 คน พร้อมกันนี้จะมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา คาดว่ามีมากกว่า10 ล้านบาท สำหรับดร.เซปิง จบด็อกเตอร์จริง แต่จบด้านบริหาร ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ส่วนจะเอาผิดเพิ่มเติมในเรื่องโฆษณาชวนเชื่อหรือไม่นั้นต้องสอบสวนขยายผลเช่นกัน เนื่องจากผู้ต้องหามีการโฆษณาให้ลูกค้าเข้าร่วมโครงการ ส่วนนายสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องดังที่เข้าร่วมโครงการ เบื้องต้น ไม่มีความผิด

 

สำหรับ เซปิง จบด็อกเตอร์จริง แต่จบด้านบริหาร โดยไม่พบหลักฐานว่าเชี่ยวชาญด้านความงาม การกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดด้วย ซึ่งจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มในภายหลัง ส่วนนายบทมากร ทำหน้าที่เปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหาย ส่วนความสัมพันธ์กับ ดร.เซปิง นายบทมากร อ้างเป็นน้องชาย  สำหรับ ดร.เซปิง เดิมเป็นผู้ที่ทำศัลยกรรมอยู่แล้ว ไม่พบว่ามีอาชีพอื่น ส่วนนายสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องดัง เบื้องต้นไม่มีความผิด

ด้าน น.ส.ไรวินทร์ ลอว์สัน หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า “ทุกวันนี้แทบไม่กล้าส่องกระจก เพราะรับไม่ได้กับใบหน้าที่ต้องเสียโฉมไป ประกอบกับสามีชาวต่างชาติที่คบกันมากว่า 13 ปี ก็มีท่าทีจะทอดทิ้ง เนื่องจากรับไม่ได้กับการทำศัลยกรรมผิดพลาด ยืนยันจะต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด เพราะสิ่งที่ผู้ต้องหาทำให้ผิดวัตถุประสงค์จากที่โฆษณาว่า สามารถเปลี่ยนแปลงใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ได้ ตนรู้จักโครงการเฟซออฟ ผ่านโซเชียลมีเดีย และเห็นว่ามีนักร้องรุ่นเก่าชื่อดัง เข้าโครงการแล้วเห็นผล จึงได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการโดยมีค่าใช้จ่าย รวมประมาณ 680,000 บาท หลังทำศัลยกรรมผ่านไป 3 เดือนกลับพบว่า ไม่สวยสมใจ แต่กลับมีสภาพใบหน้าที่แย่ลง”

ป้ายกำกับ: | |

เรื่องน่าสนใจ