เนื้อหาโดย Dodeden.com 

เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2558) นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ร่วมด้วย นายแพทย์ธนวรรฒน์ โชติมา รักษาการนายกสมาคมฯ และทนาย และฝ่ายกฎหมายของธีรพรการแพทย์ได้มีการตั้งโต๊ะชี้แจงถึงกรณีข่าวโด่งดัง เมื่อมีด็อกเตอร์หญิงท่านหนึ่งได้พานักร้องลูกทุ่งไปทำศัลยกรรมเมคโอเวอร์ ซึ่งให้ข่าวครึกโครมใหญ่โตว่าเป็นการทำศัลยกรรม Face off นั้น ว่าทางการแพทย์นั้นเป็นการผ่าตัดที่ใหญ่มาก และยังไม่สามารถทำได้ในประเทศไทย ชี้เป็นการพูดชักชวนและโฆษณาโอ้อวดเกินจริง 

01

โดยทางนายแพทย์ชลธิศนั้นได้ชี้แจงว่า ต้องการจะออกมาพูดเพื่อให้ประชาชนคนอื่นเข้าใจใหม่ว่า การทำศัลยกรรมเมคโอเวอร์ที่นักร้องลูกทุ่งท่านหนึ่งนั้นกำลังทำอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่การทำศัลยกรรมเฟสออฟ เนื่องจากการใช้คำดังกล่าวนั้นเป็นศัพท์จากทางภาพยนตร์ ซึ่งการศัลยกรรมดังกล่าวไม่ถูกต้องตามหลักทางการแพทย์ศัลยกรรม พร้อมกับเผยว่าการพูดโฆษณาโอ้อวดว่า สามารถเปลี่ยนใบหน้าของคนวัยอายุ 60 ให้กลับมาดูเด็กลงเหลือเพียงวัย 30 ปีนั้น เป็นการโฆษณาที่เกินเหตุ และเหมือนเป็นการสร้างกระแส ให้ประชาชนหันไปสนใจการทำศัลยกรรมดังกล่าว ทั้งๆ ที่เป็นเพียงการทำศัลยกรรมดึงหน้าทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการทำศัลยกรรมเฟสออฟ เปลี่ยนหน้าตามที่เคยอวดอ้างสรรพคุณแต่อย่างใด 

02

อีกทั้งสาวด็อกเตอร์คนที่ออกมาให้ข่าวนั้น ก็ไม่ใช่ศัลยแพทย์ตามที่กล่าวอ้าง เพราะจากการเช็คประวัติศัลยแพทย์ในประเทศไทยนั้น ไม่พบชื่อของด็อกเตอร์ท่านนี้อยู่ในสารระบบ แต่เป็นเพียงบุคคลนอกวงการที่เข้ามาทำหน้าที่ตัวแทนในการหาลูกค้าเข้าทำศัลยกรรม และได้รับผลประโยชน์เท่านั้น และหลังจากที่เป็นข่าวใหญ่โตว่านักร้องลูกทุ่งชื่อดังนั้นกำลังจะเข้าทำการศัลยกรรมเฟซออฟ เปลี่ยนหน้าให้กลับมาดูเด็กอีกครั้งนั้น จะสังเกตว่าไม่มีทีมแพทย์ไหนออกมาให้ข่าวแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ เพราะศัลยแพทย์ตัวจริงนั้นจะมาพูดโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงเช่นนี้ไม่ได้ 

โดยทางนายแพทย์ชลธิศได้ออกมาพูดวิงวอน ให้บุคคลที่ออกมาสร้างกระแสการทำศัลยกรรมเฟซออฟนี้จงหยุดการโฆษณาโอ้อวดดังกล่าวซะ เพราะอาจจะทำให้ประชาชนนั้นเกิดความคาดหวังสูงว่า จะสามารถทำศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าตัวเองกันได้ทุกคน ทั้งๆ ที่จริงแล้วไม่ใช่ แค่เป็นการทำศัลยกรรมให้ใบหน้าดูเด็กลงเท่านั้น แต่ไม่ได้มีการเปลี่ยนใบหน้าไปเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งถือว่าไม่ใช่การทำศัลยกรรมเฟสออฟ แต่เป็นการทำศัลยกรรมแบบทั่วไปที่มีอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะหลังจากข่าวนี้ได้มีกระแสเกิดขึ้นนั้น ก็ได้มีโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเรื่องดังกล่าวกับแพทยสภาฯ เป็นจำนวนมาก จึงรีบดำเนินการจะเรียกตัวด็อกเตอร์สาวคนดังกล่าวที่ออกมาให้ข่าวเข้ามาสอบสวน แต่ไม่สามารถเรียกเข้ามาสอบสวนได้ เนื่องจากเจ้าตัวไม่ใช่แพทย์แต่อย่างใด เลยจำเป็นต้องหยุดการกระทำของผู้ที่แอบอ้างนี้ ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการลงบันทึกประจำวันกับด็อกเตอร์สาวท่านนี้แล้วเป็นที่เรียบร้อย 

04

ส่วนทางด้านนายบัญชา ทนายความและนักกฎหมายของเรื่องนี้ก็ได้เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบเรื่องราวนี้เบื้องต้นแล้ว ก็พบว่ามีข้อมูลหลักฐานสำคัญทั้งเรื่องการโอ้อวดสรรพคุณศัลยกรรมดังกล่าว อีกทั้งยังได้มีการนำชื่อ และผลงานของนายแพทย์ชลธิศไปแอบอ้างอีกด้วย อีกทั้งยั้งโอ้อวดว่าตนเองเป็นผู้ทำศัลยกรรมให้กับหลายๆ คน เอง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไม่ใช่ เบื้องต้นก็ได้มีการเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเอาไว้แล้วด้วยเช่นกัน 

เรื่องน่าสนใจ