ผักชี พืชสารพัดประโยชน์ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในญี่ปุ่น และในจานอาหารไทยเราโดยทั่วไป มักโรยหน้าตกแต่งด้วยผักชี ส่วนหนึ่งก็เพื่อเพิ่มความสวยงามให้ดูน่าทาน จนเป็นที่คุ้นชิน บ้างก็กินเคียงตัดเลี่ยนอาหาร บ้างก็เขี่ยทิ้ง เพราะกลิ่นเหม็นฉุนของมัน คําถามก็คือ แล้วเจ้าผักใบเขียวต้นเล็กนี้ มีคุณประโยชน์มากกว่านั้นหรือไม่ เพราะไม่นานมานี้ มีข่าวว่าผักชีกําลังได้รับความนิยมแพร่หลายในแดนปลาดิบ

 

ผักชี

 

ผักชี พืชสารพัดประโยชน์ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในญี่ปุ่น

ผักชีที่เรานิยมบริโภคกัน มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่าไชนีสพาร์สเลย์ (Chinese Parsley) โดยข้อมูลจากกรมอนามัย ในหัวข้อ ผักชีไทยสุดฮิตที่ญี่ปุ่นแห่กิน ระบุถึงสรรพคุณเอาไว้ว่า มีวิตามินเอซึ่งช่วยบํารุงสายตา และช่วยกระบวนการเจริญเติบโต วิตามินซีที่สามารถป้องกันอาการเลือดออกตามไรฟัน ทั้งช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก และสารเบต้าแคโรทีน ต้านอนุมูลอิสระ และยับยั้งเซลล์มะเร็ง

ในทางแพทย์แผนไทย เป็นที่รับรู้กันว่า ต้นผักชีมีสรรพคุณช่วยระบบย่อยอาหาร ผลผักชีหรือเม็ดผักชี ซึ่งมักนํามาเป็นเครื่องเทศปรุงอาหารนั้น ช่วยขับเหงื่อ ขับลม ปรับสมดุลของร่างกาย ทําให้ร่างกายอบอุ่น ช่วยลดอาการแน่นหน้าอก วิงเวียน อาเจียน มีส่วนให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น และลดน้ำตาลในเลือดได้


 

ผักชี
ภาพจาก pinterest.com

 

นอกจากนี้ ยังนําเม็ดผักชีมาสกัดเป็นส่วนประกอบในตํารับยาไทย อย่างเช่น ยาหอม และกลุ่มยาที่ช่วยในระบบการย่อยอาหาร รวมถึงมีคุณสมบัติช่วยเสริมฤทธิ์ยา ที่เรียกกันว่ากระสายยา โดยการนําไปต้มน้ำ แล้วทานร่วมกับยาตัวนั้นๆ

ทั้งนี้ ยังมีข้อกังวลใจว่า กินผักชีแล้วจะทําให้เกิดกลิ่นตัว ในส่วนของพืชผักที่มีกลิ่นฉุนในที่นี้ อาจรวมสะตอด้วย ปกติ ร่างกายจะขับกลิ่นเหม็นฉุนออกมากับ ปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว แม้ผักชีจะมีประโยชน์ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายมากมายหลายประการดังที่กล่าวมา แต่อย่าลืมว่า ผักชีก็ไม่ต่างจากผักชนิดอื่นๆ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกันออกไป

……………………………………………………………………………………

ฉะนั้นแล้ว เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน ควรต้องกินผักที่หลากหลาย โดยให้ได้ปริมาณมื้อละ 2 ทัพพี พร้อมกับทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพราะคุณค่าทางโภชนาการที่ดีที่สุดนั้น คือต้องกินอาหารให้หลากหลายและครบถ้วนนั่นเอง

 

เนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ