รักษาต้อกระจก ด้วยการผ่าตัด ข้อดีของวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า เราเชื่อว่าหลายคนคงจินตนาการไม่ออกว่า หากวันหนึ่งโลกที่คุณกําลังมองเห็นอยู่อย่างชัดเจนนี้จะค่อยๆ เลือนราง และดับมืดลงไป ด้วยโรคที่มักเกิดพร้อมๆ กับความเสื่อมของร่างกายที่เพิ่มขึ้นไปตามวัยอย่าง โรคต้อกระจก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับเลนส์แก้วตา ทําให้เลนส์แก้วตาเกิดความขุ่น จนแสงไม่สามารถทะลุผ่านไปยังจอประสาทตาได้อย่างเต็มที่ โดยในระยะแรก จะไม่มีอาการที่ส่งสัญญาณบอกอย่างเด่นชัด คืออาจจะมีการมองเห็นที่ไม่ชัดเจนไปบ้าง แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด ซึ่งเมื่อเป็นมากขึ้น จะเริ่มมีอาการตามัวมากขึ้น จนคล้ายกับมีหมอกมาบัง โดยเฉพาะเมื่อเจอแสงสว่างหรือแสงแดด ก็จะรู้สึกตัวมากยิ่งขึ้น บางรายอาจพบว่าค่าสายตามีการเปลี่ยนแปลง 

 

รักษาต้อกระจก
ภาพจาก medicalnewstoday.com

 

รักษาต้อกระจก ด้วยการผ่าตัด ข้อดีของวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า

รักษาต้อกระจกแบบใช้การผ่าตัด
หลักการของการรักษาต้อกระจกด้วยวิธีผ่าตัดก็คือ การผ่าตัดเอาต้อกระจกออก แล้วใส่เลนส์เทียมเข้าไปในตวงตา เพื่อให้สามารถกลับมามองเห็นได้อย่างเป็นปกติอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เลเซอร์ช่วยในการผ่าตัดแทนการใช้ใบมีด หรือการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ในการสลายต้อกระจก ซึ่งเทคโนโลยีในการตรวจวินิจฉัยและการรักษาต้อกระจก จะประกอบด้วย

  • ชุดเครื่องมือวิเคราะห์วางแผน ก่อนผ่าตัด และกําหนดตําแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล
    มีเครื่องวัดเลนส์แก้วตาเทียม ที่เป็นรุ่นที่มีเลเซอร์ประกอบ สามารถวัดสัดส่วนตวงตาได้แม่นยำ และตรวจเช็คความผิดปกติทางจุดศูนย์กลางของจอรับภาพ และถ่ายภาพเส้นเลือดรอบกระจกตา เพื่อใช้ประกอบระบบดิจิตอล
    – เครื่องวิเคราะห์ความเอียงของกระจกตา
    ใช้ในการวางแผนการเลือก ชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมเพื่อแก้ปัญหา สายตาเอียง และวัดกําลังของกระจกตา ในการคํานวณค่าเลนส์

 

ภาพจาก bjo.bmj.com

 

Reference Unit
สําหรับถ่ายภาพตวงตาก่อนการผ่าตัด พร้อมทําการวัดข้อมูลที่จําเป็นสําหรับการผ่าตัด เช่น ค่าความโค้งกระจกตา รูม่านตา แกนการมองเห็นของดวงตา แล้วนําค่าที่ได้มาวิเคราะห์พร้อมวางแผนการผ่าตัด ที่เฉพาะเจาะจงสําหรับแต่ละคน


 

ภาพจาก arizonacataract.com

 

– Digital Marker
เครื่องกําหนดตําแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล ข้อมูลผู้ป่วยของเราจาก Reference Unit จะถูกส่งผ่านมายังเครื่อง Digital Marker ซึ่งอยู่ในห้องผ่าตัด ขณะผ่าตัด เครื่องจะสร้างภาพด้วยระบบดิจิตอล เพื่อให้แพทย์ทราบตําแหน่งที่จะผ่าตัด กําหนดขนาดถุงหุ้มเลนส์ที่ต้องการเปิด กําหนดตําแหน่งและแกนของเลนส์เทียม ที่ใส่ทดแทนได้อย่างถูกต้อง แม่นยํา

 

รักษาต้อกระจก
ภาพจาก eyedolatryblog.com
  • เครื่องเลเซอร์ต้อกระจก
    (Femtosecond Laser)

    เป็นการช่วยเสริมในบางขั้นตอนของการผ่าตัดต้อกระจกตามวิธีมาตรฐาน ที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ในการสลายเลนส์ตาที่ขุ่นมัวและดูดออก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลที่ได้จาก Reference Unit

 

รักษาต้อกระจก
ภาพจาก eye.com.ph
  • เครื่องสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง
    (Phacoemulsification machine)
    หลังจากทําการเปิดแผลขนาดเล็กที่กระจกตา ขนาดประมาณ 2 – 3 มิลลิเมตร เปิดถุงหุ้มเลนส์และแบ่งเลนส์แล้ว แพทย์จะใช้เครื่องสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูง โดยสอดหัวสลายและดูดต้อกระจกผ่านแผลที่กระจกตา เพื่อส่งผ่านคลื่นเสียงความถี่สูง ที่ทําให้เลนส์สลายตัวออกจากกัน แล้วทําการดูดออกจากถุงหุ้มเลนส์จนหมด หลังจากนั้นจึงใส่เลนส์เทียมเข้าทดแทน
    ซึ่งปัจจัยสําคัญในขั้นตอนนี้ คือการควบคุมสภาวะต่างๆ ภายในลูกตาให้คงที่ ทั้งความดันในลูกตา พลังงานที่ใช้ อุณหภูมิในลูกตา เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่น และปลอดภัย

 

 

รักษาต้อกระจก
ภาพจาก idataresearch.com

 

  • เครื่องตรวจวัดค่าสายตาระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time (laser Aberrometer)
    เป็นเครื่องที่ใช้ในการตรวจวัดค่าสายตาระหว่างผ่าตัด สามารถวัดได้ทั้งก่อนใส่เลนส์เทียม ระหว่างการใส่เลนส์เทียมให้ตรงกับตำแหน่งที่ต้องการ และเมื่อใส่เลนส์เทียมในตำแหน่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว เครื่องนี้จะเป็นการแนะนำและยืนยันตำแหน่งของการใส่เลนส์เทียม องศาของเลนส์ และกำลังของเลนส์เทียมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ค่าสายตาตามที่วางแผนไว้ ซี่งการใช้เครื่องในการตรวจวัดค่าสายตาระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time ร่วมกับชุดเครื่องมือวิเคราะห์วางแผนก่อนผ่าตัด และกำหนดตำแหน่งการใส่เลนส์เทียมระบบดิจิตอล จะเป็นการร่วมกันในการตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของการเลือกใช้เลนส์เทียมและการวางตำแหน่งเลนส์เทียม เพื่อให้ผลของการผ่าตัดออกมาได้ตามที่ต้องการอย่างดีที่สุด 

………………………………………………………………..

 

แม้จะมีเทคโนโลยีที่ช่วยทําให้คนที่ป่วยเป็นโรคต้อกระจกมีความปลอดภัยในการรักษามากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากเราตรวจพบได้เร็ว จะสามารถรักษาให้หายได้อย่างทันท่วงที และไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้น การดูแลเอาใจใส่สุขภาพดวงตา โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ จึงถือเป็นสิ่งสําคัญ ที่เราควรตระหนัก เริ่มต้นง่ายๆ คือการพาท่านไปพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพดวงตา อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจําตัว เช่น เบาหวาน หรือคนทั่วไปที่อายุ 45 ปีขึ้นไป ก็ควรพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพดวงตาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเช่นเดียวกัน

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก The Thai Red Cross Society
เนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ