ลดการเสื่อมของเซลล์ ผื่นคัน ช่วยชะลอวัย หน้าใสด้วยพรีไบโอติก เพราะความแก่ชรา ไม่ได้หมายถึงอาการที่แสดงออกด้วยความเหี่ยวย่นของผิวหนัง หรือความไม่เปล่งปลั่งของผิวพรรณเท่านั้น แต่รวมไปถึงอาการที่แสดงออกทางร่างกาย เช่น อ่อนเพลีย ไม่สบายบ่อย ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ปวดเมื่อยเรื้อรัง และเจ็บป่วยได้ง่ายด้วย

 

ลดการเสื่อมของเซลล์
ภาพจาก northcountrypublicradio.org

 

ลดการเสื่อมของเซลล์ ช่วยชะลอวัย หน้าใสด้วยโปรไบโอติก

ซึ่งปัจจุบัน การป้องกันให้ยังคงความหนุ่มสาวนั้น ไม่ใช่เพียงการเสริมบํารุงจากภายนอก แต่ควรเป็นการดูแลจากระบบการทํางานของอวัยวะภายในด้วย อวัยวะภายในซึ่งทําหน้าที่ในการย่อยอาหาร ดูเหมือนจะถูกละเลย ทั้งที่อวัยวะเหล่านี้ ล้วนมีความสําคัญต่อการเสื่อมของเซลล์ เนื่องจากช่วยคัดกรองนําสารอาหารที่มี ประโยชน์ รวมทั้งมีจุลินทรีย์กําจัดสารพิษ จุลินทรีย์ที่ว่านี้ คงเป็นที่คุ้นหูกันในนามของ โปรไบโอติก (Probiotic)

หน้าที่ของโปรไบโอติกคืออะไร พบได้ในส่วนใดของร่างกาย
คำว่า Probiotic มาจากภาษากรีก Pro คือการส่งเสริม เสริมสร้าง, Biotic คือสิ่งมีชีวิต ดังนั้น จึงไม่แปลกที่มันจะมีความสําคัญมาก สําหรับสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์เรา สําหรับคําจํากัดความที่ลึกลงไปมากกว่านั้น Probiotic คือสิ่งมีชีวิตเล็กๆ (จุลชีพ) ซึ่งร่างกายของเรามีจุลชีพที่มีประโยชน์แบบนี้อยู่แล้วในระบบการย่อยของเราเอง ตั้งแต่กระเพาะอาหารจนถึงลําไส้ใหญ่ แต่ปัจจุบัน คำว่า Probiotic ใช้แทนผลิตภัณฑ์หรืออาหารเสริมที่มีจุลชีพชนิดดี ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายผสมอยู่ด้วย


 

ลดการเสื่อมของเซลล์
ภาพจาก genengnews.com

 

Probiotic มีหลากหลายสายพันธุ์ อาจมากถึง 400 สายพันธุ์ แต่ที่มีประโยชน์เด่นชัดมากที่สุดมี 2 สายพันธุ์คือ Lactobacillus และ Bifidobacterium หน้าที่ของหลักของ Probiotic คือรักษาสภาพแวดล้อมในลําไส้ให้เป็นปกติ และส่งเสริมการทํางานของระบบการย่อย และดูดซึมอาหารให้ทํางานได้ดี ส่งผลต่อระบบอื่นๆ ในร่างกายให้ดีตามไปด้วย โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

บทบาทสําคัญของโปรไบโอติก

  • ส่งเสริมการทํางานของระบบการย่อย
    โดยช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย รักษาสภาวะของผนังลําไส้ให้ทํางานได้ปกติ เพิ่มการหลั่งของน้ำดี และน้ำย่อย อีกทั้งยังป้องกันสารแปลกปลอมไม่ให้ผ่านผนังลําไส้เข้าสู่ระบบเลือด
  • ป้องกันสิ่งแปลกปลอม และเชื้อโรคต่างๆ
    รวมถึงแบคทีเรียชนิดไม่ดี ไวรัส พยาธิ สารพิษ และสารอักเสบต่างๆ ลดเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของก้อนมะเร็ง เพิ่มเยื่อบุเพื่อป้องกันผนังลําไส้
ลดการเสื่อมของเซลล์
ภาพจาก arstechnica.com
  • เพิ่มการดูดซึมวิตามิน B12
    เกลือแร่ ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม น้ำตาลชนิดดี และกรดไขมันชนิดดี
  • ส่งเสริมการผลิตวิตามินต่างๆ
    เช่น วิตามิน K2, เอนไซม์ในการย่อย และกลุ่มวิตามินบี
  • ปรับภูมิคุ้มกันในร่างกาย
    ได้แก่ lgA, IgG เม็ดเลือดขาวชนิดดี เช่น B cell, T cell และเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อการอักเสบ

 

ภาพจาก blog.bulletproof.com

 

Probiotic ลดการเสื่อมของเซลล์ ส่งผลต่อการชะลอวัยได้อย่างไรบ้าง?
สาเหตุที่ทําให้เซลล์แก่ และเซลล์ตายก่อนวัยอันควร คือการอักเสบเรื้อรังจากผนังลําไส้ นําไปสู่การอักเสบในระดับเซลล์ เมื่อเซลล์อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่อักเสบนานๆ ก็ทําให้ลดประสิทธิภาพในการทํางานลง เมื่อเซลล์ทํางานได้แย่ลง ย่อมส่งผลต่ออวัยวะนั้นๆ ด้วย ซึ่งพรีไบโอติกมีหน้าที่สําคัญในการลดการอักเสบ ลดการหมักหมมของอาหารที่ย่อยไม่ดีในลําไส้ รวมทั้งเพิ่มการดูดซึมของวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งจําเป็นในการทํางานของเซลล์ และอวัยวะต่างๆ หลายคนมีปัญหาผิวหนังเรื้อรัง เช่น ผื่นคัน สิว หน้าหมองคล้ำ สามารถแก้ไขได้ง่ายและเร็วขึ้น โดยการฟื้นฟูลําไส้ให้ทํางานได้ปกติ หนึ่งในวิธีนั้นคือการให้ทาน Probiotic นั่นเอง

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกอย่างไร ให้ปลอดภัย
ปัจจุบัน Probiotic มีเฉพาะแบบกิน การเลือก Probiotic ที่ดีนั้น ควรอยู่ในสภาพที่มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นแบบผง หรือบรรจุแคปซูล ทนต่อสภาพกรด และอยู่ในน้ำได้ ดังนั้น ควรเลือกชนิดที่มีการเคลือบสารธรรมชาติป้องกันน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร (Encapsulated) เพื่อให้ Probiotic ไปถึงลําไส้ได้ สามารถยึดเกาะกับเนื้อเยื่อบุผนังลําไส้ และให้ประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ โดยไม่ก่อให้เกิดโทษ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสายพันธุ์ของ Probiotic ครบถ้วน โดยเฉพาะกลุ่ม Lactobacillus Bifidobacterium สามารถทนต่ออุณหภูมิห้องได้ โดยปริมาณที่แนะนําทั่วไปคือ 10 – 20 พันล้านเซลล์ต่อวัน ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ทราบปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละโรค

 

ภาพจาก nutraingredients-asia.com

คนกลุ่มใดที่จําเป็นต้องได้รับ Probiotic

กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันผิดปกติ
เช่น ภูมิแพ้เรื้อรัง ผื่นคันลมพิษ เรื้อรัง แพ้ภูมิตนเอง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ทานยากดภูมิคุ้มกัน หรือโรคเรื้อรังต่างๆ ที่สัมพันธ์กับการทํางานผิดปกติในลําไส้ เช่น มะเร็งลําไส้อักเสบ ลําไส้แปรปรวน และเนื้องอกในลําไส้

กลุ่มที่เริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการทํางานของลําไส้ผิดปกติ
เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ขาดเอนไซม์ย่อยนมวัว ถ่ายเหลวบ่อย ลําไส้แปรปรวน กลุ่มอาการลําไส้สั้น เช่น ทานอาหารแล้วถ่ายทันที ท้องอืดเรื้อรัง กรดไหลย้อน ท้องบวม ลดน้ำหนักไม่ลง

กลุ่มที่ต้องการป้องกันตนเองจากโรคเรื้อรังต่างๆ
หรือต้องการรักษาสมดุลการทํางานของลําไส้ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตเร่งรีบ รีบทานรีบเคี้ยวแล้วกลืน

การมีสุขภาพดีเพื่อความอ่อนเยาว์ด้วยเทคนิคอย่างง่าย คือหลีกเลี่ยงสารพิษ เช่น มลภาวะ และโลหะหนักปนเปื้อนในน้ำ อาหาร ไม่ว่าจะเป็นสารหนู ปรอท ตะกั่วในอาหารทะเล อาหารที่ก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในลําไส้ (Food Intolerance) หากไม่แน่ใจว่าแพ้อาหารประเภทใดบ้าง ควรพบแพทย์ เพื่อปรึกษาการตรวจนภูมิแพ้อาหารแบบแอบแฝง (Food intolerance test) เน้นการดําเนินชีวิตเพื่อให้ร่างกายได้ทํางานและพักผ่อน โดยกิน – นอน ตามเวลานาฬิกาชีวิต (Biological clock) รวมถึงออกกําลังกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และสภาวะฮอร์โมน

…………………………………………………………………………………….

ขณะเดียวกัน ควรทําให้อวัยวะที่รับผิดชอบในการขับสารพิษ (Detox) ทํางานได้เต็มประสิทธิภาพ เช่น ตับ ไต ลําไส้ หากสารพิษมีปริมาณมาก หรือเริ่มทําให้เกิดโรคต่างๆ และเกินกว่าศักยภาพของร่างกายจะเอาออกเองได้ ก็ควรปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในการเอาสารพิษสารอักเสบเหล่านั้นออก เช่น Liver Detox, Chelation Therapy, Colonic Detoxification ที่สําคัญคือ ควรวางแผนโดยแพทย์ อย่าทําโดยไม่มีผู้ควบคุม หรือใช้บริการในสถานที่ที่ไม่มีแพทย์ เพื่อป้องกันผลข้างเคียง และเพื่อให้ได้ผลการรักษา ที่ดีที่สุด

 

เนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ