ลำไส้รั่ว ภาระซ่อนเร้นสุดอันตราย ขัดขวางการชะลอวัย ร่างกายไม่แข็งแรง! ซึ่งโรคภัยไข้เจ็บที่ร่างกายแสดงออกมานั้น ยังพอหาวิธีการรักษาให้หายได้ แต่ภาวะซ่อนเร้นที่แอบแฝง ดูจะเป็นเรื่องชวนให้ปวดหัวอยู่ไม่น้อย เพราะภาวะแฝงที่ว่านี้ ส่งผลต่ออวัยวะต่างๆ ที่ทําการรักษาเท่าไหร่ อาการก็ยังไม่ทุเลา หนึ่งในภาวะแฝงที่น่าจับตามองเกี่ยวกับศาสตร์แห่งการชะลอวัยในขณะนี้คือ ภาวะลําไส้รั่ว หรือ Leaky Gut Syndrome

 

ลำไส้รั่ว
ภาพจาก lakepointewellnesscenter.com

 

ลำไส้รั่ว ภาระซ่อนเร้นสุดอันตราย ขัดขวางการชะลอวัย ร่างกายไม่แข็งแรง!

ลําไส้ที่ว่านี้ คือส่วนของลําไส้เล็ก ที่มีหน้าที่ในการดูดซึมเฉพาะสารอาหารที่มีประโยชน์ และผ่านการย่อยอย่างสมบูรณ์เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งในภาวะปกติ เซลล์เยื่อบุลําไส้จะเรียงชิดติดกัน แต่เมื่อเกิดการอับเสบ จนเกิดอาการบวม ทําให้เกิดช่องว่างระหว่างเซลล์เยื่อบุ ส่งผลให้การคัดกรองสารอาหารด้อยคุณภาพลง และมีของเสีย รวมถึงสารพิษต่างๆ เล็ดลอดผ่านทางช่องว่างนั้นด้วย ลักษณะดังกล่าวที่ว่านี้คือ ภาวะลําไส้รั่ว

สารพิษที่เข้าไปในร่างกาย จะส่งผลทําให้ระบบ ภูมิคุ้มกันในร่างกายแปรปรวน เมื่อเกิดการสะสมของสารพิษในร่างกาย จนภูมิคุ้มกันไม่สามารถทําลายได้ สิ่งที่ตามมาคือ อาการผื่นแพ้ไม่ทราบสาเหตุ เป็นสิวเรื้อรังในผู้ใหญ่ เหนื่อยอ่อนเพลีย ลําไส้แปรปรวน โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงิน หรืออาจหนักจนถึงขั้น ภูมิคุ้มกันทําร้ายตัวเอง (SLE)


 

ลำไส้รั่ว
ภาพจาก healthiernotions.com

 

สาเหตุของภาวะลําไส้รั่ว
สิ่งที่สัมผัสกับลําไส้อยู่ตลอดเวลา คือสิ่งที่เราทานเข้าไป ดังนั้น หากทานอาหารที่มีสารเคมีเจือปนในปริมาณมาก หรือแม้กระทั่งการทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ และบ่อยๆ จะทําให้เกิดการเสียสมดุลของแบคทีเรียชนิดดีในลําไส้ เมื่อลําไส้ขาดความสมดุล และมีการระคายเคืองเกิดขึ้น ก็จะมีการอักเสบตามมา ส่งผลทําให้เกิดการบวมของเซลล์ เกิดเป็นช่องว่างในลําไส้ได้

อีกประการหนึ่ง คือหากเราทานอาหารแล้วเกิดการย่อยที่ไม่สมบูรณ์เกิดขึ้น และอาหารที่ยังย่อยไม่สมบูรณ์เหล่านั้น ผ่านช่องว่างระหว่างเซลล์ลําไส้ เข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจึงคิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ทําให้เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า IgG Antibody ก็จะเกิดภาวะแพ้อาหารแฝงตามมา ซึ่งโดยทั่วไป อาการแพ้อาหารแฝงมักไม่รุนแรง และไม่ได้แสดงอาการทันทีหลังทานอาหารนั้นๆ เช่น บางคนมีอาการปวดหัว ปวดท้อง อ่อนเพลีย มีผื่นแพ้ หรือสิวขึ้นไม่ทราบสาเหตุ เมื่อเราไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอาหารที่ทานเข้าไป ก็ยังทานอาหารเดิมๆ เข้าไปซ้ำๆ ทําให้เกิดการอักเสบในลําไส้มากขึ้นไปอีก เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกกระตุ้นไปเรื่อยๆ จึงเกิดเป็นภูมิแพ้ในที่สุด ขณะเดียวกัน ภาวะความเครียด ก็ส่งผลให้เกิดภาวะลําไส้รั่วได้เช่นกัน เพราะสมองจะหลั่งฮอร์โมนบางชนิด จนทําให้ลําไส้เกิดการบีบตัว ท้ายที่สุด ก็เกิดการอักเสบ

 

ลำไส้รั่ว
ภาพจาก drmeaghandishman.com

 

การตรวจวินิจฉัย
ลําไส้รั่วในทางการแพทย์ไม่ถือว่าเป็นโรค แต่ศาสตร์ชะลอวัยมองว่าหากสามารถรักษาภาวะลําไส้รั่วได้ ย่อมลดปริมาณสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่ร่างกายได้ จึง สามารถลดการกระตุ้นการทํางานของภูมิคุ้มกันโดยไม่จําเป็น และช่วยลดการอักเสบ ก่อให้เกิดอาการผิดปกติภายในร่างกายได้ ในบางรายเมื่อทําการรักษาภาวะลําไส้รั่ว อาการป่วยที่แสดงในอวัยวะอื่น ก็กลับทุเลาเบาบาง หรือหายจากโรคเหล่านั้นได้ ซึ่งคุณหมอจะใช้การทดสอบที่เรียกว่า Lactulose – Mannitol Test โดยให้ดื่มน้ำตาลทั้ง 2 ชนิดนี้ ซึ่งน้ำตาล Mannitol เป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็ก ถูกดูดซึมที่ลําไส้ และน้ำตาล Lactulose เป็นน้ำตาลโมเลกุลใหญ่ ไม่สามารถถูกย่อย และดูดซึมได้ที่ลําไส้เล็กในภาวะที่ปกติ

จากนั้น จะทําการตรวจน้ำตาลทั้ง 2 ชนิด ทางปัสสาวะ หากพบ Lactulose ก็แสดงว่ามีการรั่วซึมเข้ามา ดังนั้น สารพิษและสารอาหารที่ไม่ผ่านการย่อยอย่างสมบูรณ์ ก็จะถูกดูดซึมผ่านมาเช่นกัน นั้นเกิดจากภาวะลําไส้รั่ว ส่วนน้ำตาล Mannitol ก็จะถูกดูดซึมได้น้อยลง ภาวะนี้ไม่สามารถตรวจวินิจฉัยด้วยระบบการตรวจโรคทางเดินอาหาร อย่างการส่องกล้อง หรือกลิ่นแป้งได้ เพราะไม่สามารถมองเห็น จึงต้องทําการตรวจการดูดซึม ซึ่งเป็นการตรวจหาการ ทํางานที่ผิดปกติของลําไส้

 

ลำไส้รั่ว

 

แนวทางการรักษา
เนื่องจากภาวะที่เกิดขึ้นนี้ ปัจจัยหนึ่งอาจเกิดจากการแพ้อาหารแฝง ที่ไปกระตุ้นทําให้ลําไส้เกิดการอักเสบ แพทย์จะทําการนําเลือดไปตรวจ เมื่อทราบว่า แพ้อาหารประเภทใดจะสั่งให้งด และควรทานอาหารที่หลากหลาย หมุนเวียนกันไป ซึ่งจะมีขั้นตอนการรักษาภาวะลําไส้รั่ว ดังนี้

  • Remove
    กําจัดต้นเหตุที่ทําให้เกิดภาวะลําไส้รั่ว เช่น การงดอาหารที่เราแพ้ ซึ่งหากการตรวจการแพ้อาหารแฝงที่ขึ้นสีแดง แพทย์แนะนําให้ทําการงด 3 – 6 เดือน นอกจากนี้ ยังรวมถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ เลี่ยงจากความเครียด
  • Replace
    คือการให้สารที่ช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารดีขึ้น เกิดการย่อยที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพราะหากระบบย่อยไม่ดี จะส่งผลให้อาหารเกิดการเน่าเสีย ลําไส้ก็เกิดการอักเสบ และดูดซึมของเสียเหล่านั้นเข้าไปสู่ร่างกาย
  • Repopulate
    ให้แบคทีเรียชนิดดี เพื่อคอยต่อสู้กับเชื้อโรค หรือสารพิษภายในลําไส้ แบคทีเรียชนิดดี เช่น Probiotic ซึ่งจะอยู่ในโยเกิร์ต เป็นต้น
  • Repair
    ให้สารอาหารซึ่งช่วยในกระบวนการซ่อมแซม และฟื้นฟูผนังลําไส้ ให้กลับคืนสภาพที่สมบูรณ์ และแข็งแรงดังเดิม

………………………………………………………………….

การดูแลรักษาจากภายใน ทั้งร่างกายและจิตใจ ควรเป็นสิ่งที่ให้ความสําคัญ ที่ว่าจิตใจด้วยนั้น เพราะจิตใจเกี่ยวข้องกับการทํางานของสมอง สมองทําหน้าที่หลั่งสารจํานวนมากที่จะขับออกสู่อวัยวะ ดังนั้น หมั่นดูแลทั้งสองให้เป็นนิจ เพื่อคงความชะลอวัยอย่างมีคุณภาพให้ยาวนานที่สุด

 

เนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ