ที่มา: Matichon Online

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ น.ส.ยุพิน แสนคำ สาวร้อยเอ็ด ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.เซปิง ไชยศาส์น พร้อมพวกทีมงานผู้บริหาร และโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งความงามชื่อดังย่านทาวน์อินทาวน์ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 ประกอบมาตรา 83, 90 และ 91

โดยโจทก์ระบุในคำฟ้องว่า ระหว่างเดือนสิงหาคม 2560-สิงหาคม 2561 พวกจำเลยได้ทำโครงการเฟซออฟ รับปรึกษาจัดหาบริการผ่าตัดศัลยกรรมฝ่าฝืนกฎหมายอาญา โดยหลอกลวงโจทก์และประชาชนทั่วไปให้หลงเชื่อไปทำศัลยกรรมเฟซออฟ และใช้ข้อความอันเป็นเท็จว่า หากมาทำเฟซออฟกับบรรดาจำเลยซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นนำระดับโลก จะไม่มีแผลเป็น และเกิดการบวมช้ำน้อย หรือไม่บวมช้ำเลย

 

ศาลประทับฟ้อง

 

จนทำให้โจทก์หลงเชื่อจ่ายเงินหลายแสนบาทเข้ารับการผ่าตัดดึงหน้าที่โรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังดังกล่าว แต่หลังผ่าตัดโจทก์มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดและมีอาการชา มีอาการเจ็บปวด คัน และมีปัญหาบิดเบี้ยวเพราะเส้นไหมด้านในขาดเป็นระยะ เสียงดังเหมือนเส้นไหมขาด ใบหูยาวแหลมเป็นแม่มด หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว การกระทำดังกล่าวข้างต้นทำให้โจทก์ต้องเสียค่าผ่าตัดไป จำนวน 368,500 บาท โจทก์จึงขอให้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง และพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย รวมถึงขอให้จำเลยร่วมกันคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ด้วย

โดยภายหลังไต่สวนมูลฟ้อง ศาลมีคำสั่งว่าพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว โจทก์อ้างตนเอง และมีนายแพทย์เทพ เวชวิสิฐ เป็นพยานเบิกความประกอบเอกสารสอดคล้องกันมีใจความว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2561 โจทก์เข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าในโครงการ “เฟซออฟ กับด็อกเตอร์เซปิง ไชยศาส์น” ซึ่งเป็นโครงการของจำเลยที่ 1 โจทก์สนใจโครงการศัลยกรรมดังกล่าว และได้ติดต่อพูดคุยกับจำเลยที่ 1 ทางแอพพลิเคชั่นเมสเซนเจอร์ ในการสนทนา จำเลยที่ 1 ส่งลิงก์คลิปวิดีโอให้โจทก์ดูและกล่าวข้อความว่า “คลิปนี้หลังทำเพียง 5 วัน ซึ่งยังไม่ได้ตัดไหมเลย บวมเพียง 5-10% ส่งมาให้เห็นความประณีตในการเย็บแผล เทคนิคการทำที่ไร้รอยแผลเป็น” “เราคือที่สุดของเมืองไทยแล้วค่ะ และเราเหนือกว่าเกาหลีค่ะ แผลหลังผ่าตัดจะซ่อนเป็นเส้นเล็กๆ เลาะตามขอบหน้าใบ หู หลังจาก 1 เดือนผ่านไป เส้นเล็กๆ แดงๆ นี้ก็จะค่อยจางหายไป โครงการเฟซออฟ ต้องการสนับสนุนช่วยเหลือให้ผู้คนไทยได้ทำศัลยกรรมอย่างปลอดภัยและต้องไร้รอยแผลเป็นเพราะบางคนชอบ เลือกทำราคาถูก ไม่เลือกทำกับศัลยแพทย์ที่มากประสบการณ์ ก็ต้องมีรอยแผลเป็นติดหน้าไปตลอดชีวิตค่ะ”

จำเลยที่ 1 ลงคลิปในสื่อออนไลน์ยูทูบ มีข้อความว่า “ดึง หน้าไร้รอยแผล…” ในโครงการเฟซออฟ ตามภาพหน้าคลิปยูทูบ โจทก์ตกลงเข้ารับการศัลยกรรมดึงหน้า โดยจำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์ไปรับการผ่าตัดที่สถานพยาบาลซึ่งประกอบกิจการโดยจำเลยที่ 3-4 เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ภายหลังการผ่าตัด 2-3 วัน โจทก์มีหน้าบวมเกิน 10% หลังจากทำศัลยกรรมแล้ว โจทก์มีรอยแผลเป็นที่ด้านหน้าและหลังใบหู ติ่งหูยาวผิดรูปไปจากเดิม โจทก์ไปปรึกษานายแพทย์เทพเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2562 แล้วนายแพทย์เทพตรวจใบหน้าจากการศัลยกรรมแล้วพบว่ามีรอยแผลเป็นด้านหน้าใบหูทั้งสองข้าง จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับเงินจากโจทก์ในการเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมโครงการดังกล่าว โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้แจ้งให้โจทก์โอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารจำเลยที่ 2 รวมเป็น เงินทั้งสิ้น จำนวน 368,500 บาท

จำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ขณะเกิดเหตุประกอบกิจการสถานพยาบาล จำเลยที่ 4 เป็นศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญ ขณะเกิดเหตุเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่โจทก์รับการผ่าตัดศัลยกรรมในโครงการของจำเลยที่ 1

โจทก์นำเหตุที่ใบหน้าได้รับความเสียหายจากการผ่าตัดศัลยกรรมกับโครงการของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวไปฟ้องจำเลยที่ 1-3 คดีนี้ เพื่อเรียกค่าเสียหายที่ศาลแพ่งเป็นคดีผู้บริโภค ศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ให้จำเลยที่ 1 และ 3 คดีนี้ร่วมกันชำระค่าเสียหาย และยกฟ้องจำเลยที่ 2 คดีนี้ ทนายจำเลยทั้ง 4 ต่างถามค้านพยานโจทก์ทั้งสองได้ความว่า นายแพทย์เทพเคยเบิกความต่อศาลแพ่งในคดีที่ผู้เสียหายรายหนึ่งที่เข้ารับบริการจากโครงการเฟซออฟของจำเลยที่ 1 แล้วฟ้องจำเลยที่ 1 กับพวกเป็นจำเลย โดยนายแพทย์เทพเบิกความว่า “แผลคีลอยด์เกิดจากธรรมชาติของเนื้อคนไข้ แผลเป็นหรือแผลคีลอยด์ไม่ได้เกิดกับคนไข้ทุกคน”

ทนายฝ่ายจำเลยอ้างส่งพยานเอกสารอื่นๆ ได้แก่ งานวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการหายของแผลว่าการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลให้แผลหายช้า แผลไม่สวย ตามคำแปลงานวิจัย ถอดจากคลิปวิดีโอที่ปรากฏข้อความว่า “ผลลัพธ์ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล”

จากข้อเท็จจริงที่ได้จากพยานโจทก์และจำเลยทั้ง 4 ข้างต้น เห็นว่าผลลัพธ์ที่โจทก์ได้จากการผ่าตัดใบหน้าไม่เป็นไปตามที่จำเลยที่ 1 ได้แจ้งโจทก์ หรือโฆษณาไว้ แม้นายแพทย์เทพจะเคยเบิกความว่า แผลคีลอยด์เกิดจากธรรมชาติของเนื้อคนไข้ ซึ่งไม่ได้เกิดกับคนไข้ทุกคนก็ดี มีเอกสารงานวิจัยว่าการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลให้แผลหายช้า แผลไม่สวยก็ดี โจทก์ลงลายมือชื่อในหนังสือรับทราบผลลัพธ์ของการทำศัลยกรรมซึ่งมีเนื้อความว่า “การทำศัลยกรรมทุกชนิดจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ ส่วนจะเห็นเป็นเส้นที่ชัดมากชัดน้อย หรือรอยนูนเว้านั้นขึ้นอยู่กับเนื้อเยื่อของคนไข้ เลือกทานอาหาร ปฏิบัติตนดูแลหลังผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด”

เห็นว่าข้อความที่ฝ่ายจำเลยนำสืบล้วนเป็นข้อความที่ตรงกันข้ามกับที่จำเลยที่ 1 โฆษณาในสื่อออนไลน์ยูทูบ ดังนั้น แม้จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในหนังสือรับทราบผลลัพธ์ดังกล่าวแล้ว ก็มิอาจลบล้างการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่แจ้งโจทก์และโฆษณาไว้เกี่ยวกับแผลผ่าตัดได้ รอยแผลเป็นได้

ส่วนที่อ้างว่ามีคำเตือนหลายครั้งในคลิปวิดีโอเห็นว่า คำว่าผลลัพธ์เป็นคำที่กว้าง โดยมิได้เจาะจงว่าหมายถึงผลลัพธ์ในกรณีใด ดังนั้น คำเตือนว่า “ผลลัพธ์ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล” ของจำเลยที่ 1 จึงยังไม่ชัดเจนว่ามีการเตือนถึงเรื่องรอยแผลเป็น และไม่อาจลบล้างข้อความเชิญชวนโจทก์ หรือโฆษณาไว้ได้ ภาพถ่ายใบหน้าโจทก์ก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัดแล้ว 22 วันก็ยังปรากฏรอยผ่าตัดข้างใบหูอยู่

คดีจึงมีมูลสำหรับจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มาตรา 341, 343 และฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คอมพ์ มาตรา 14(1) และฐานโฆษณาด้วยข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินจริง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณา สำหรับจำเลยที่ 2-4 นั้น ในทางไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้พูดคุยเชิญชวนกับโจทก์ หรือได้ลงโฆษณาให้ประชาชนทราบเกี่ยวกับแผลผ่าตัดจะไร้รอยแผลเป็น แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นผู้รับโอนเงินค่าบริการจากโจทก์ และลงลายมือชื่อในใบรับเงินก็ตาม และแม้จำเลยที่ 3-4 เป็นสถานพยาบาลที่ให้บริการผ่าตัดโจทก์ ยังไม่พอฟังว่าร่วมกับจำเลยที่ 1 ฉ้อโกงและฉ้อโกงประชาชน นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และโฆษณาด้วยข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินจริงที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ฟ้องในส่วนจำเลยที่ 2-4 จึงให้ยก โดยนัดสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยที่ 1 วันที่ 17 ตุลาคม 2565 เวลา 13.30 น.

 

สนใจหาข้อมูลและปรึกษาศัลยกรรมได้ที่นี่

โดดเด่น
ศัลยกรรม
webdodeden

 

ป้ายกำกับ:

เรื่องน่าสนใจ