ที่มา: Voice TV

อ.เจษฎา ระบุจากงานวิจัย สาร 4-MEI ในน้ำอัดลม ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก พร้อมย้ำว่า นอกจากน้ำอัดลมที่มีสิทธิ์เสี่ยงต่อมะเร็งแล้ว เครื่องดื่มหวานๆ อื่นๆ ก็มีสิทธิ์เช่นกัน  

จากภาพอินโฟกราฟฟิกแสดงให้เห็นถึงโทษของการดื่มน้ำอัดลม โดยข้อมูลภายในภาพนั้นระบุว่า กินน้ำอัดลมระวังมะเร็งมดลูก (สาเหตุ : น้ำตาลและก๊าซจำนวนมากทำให้อ้วน และทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนมีจำนวนมากเกิดไป) ,มะเร็งเต้านม (สาเหตุ : มีน้ำตาลจำนวนมากทำให้อ้วน ร่างกายจะหลั่งอินซูลินและฮอร์โมนเพศหญิงเร็วกว่าเดิม ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 5%) , มะเร็งตับอ่อน (สาเหตุ : ดื่มมากกว่า 2 แก้วต่อสัปดาห์ ทำให้เสี่ยงมะเร็งตับอ่อนมากขึ้น 87%) และ มะเร็งต่อมลูกหมาก (สาเหตุ : น้ำอัดลมสีดำมีสาร 4-MEI เป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก)

56

จากข้อมูลข้างต้น รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า เป็นการสร้างภาพน้ำอัดลมให้น่ากลัวเกินจริง ถ้าไม่ได้กินกันมากเกินไป ก็ไม่ได้จะอันตรายในลักษณะนั้น ซึ่งภาพดังกล่าว ต้องแยกเป็น 2 เรื่อง คือ “มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน” ที่จริงๆ แล้ว พูดถึงปัญหาของการกิน “น้ำตาล” มากเกินไป ซึ่งไม่ว่าในน้ำอัดลม ชาเขียว เครื่องดื่มอื่นๆ ก็เสี่ยงพอกัน  


จากคำแนะนำของ Amrican Cancer Society มีมะเร็งหลายชนิดที่โอกาสเสี่ยงจะเป็นเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนถ้าคุณอ้วนเกินไป ซึ่งก็มีตั้งแต่มะเร็งเต้านม (โดยเฉพาะสตรีที่หมดประจำเดือน) มะเร็งลำไส้ มะเร็งมดลูก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งไต และมะเร็งตับอ่อน และถ้าอ้วนแบบลงพุงมากเกินไป ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งทั้ง 3 อย่างในอินโฟกราฟฟิกด้วย  ดังนั้น การกินน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลสูง มีสิทธิ์ทำให้อ้วนและเสี่ยงต่อมะเร็งได้จริง แต่นั่นก็ไม่ต่างกับเครื่องดื่มหวานๆ อื่น และเราควรออกกำลังกายให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำตาลที่กินเข้าไป

ส่วนอีกเรื่อง คือ “มะเร็งต่อมลูกหมาก” จากสาร 4-MEI ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือสีจากคาราเมลหรือน้ำตาลไหม้ ซึ่งพบปัญหาในหนูทดลองที่กินเข้าไปเยอะมากๆ แต่ปริมาณที่ใส่จริงในน้ำอัดลมนั้นน้อยมากๆ เช่นกัน 

ตามข้อมูลในวิกิพีเดีย จะเห็นว่าหนูทดลองจะต้องได้รับสาร 4-MEI นี้ในปริมาณมากๆ (40 มิลลิกรัมขึ้นไป ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโล) ทุกๆ วัน เป็นเวลา 2 ปีต่อกัน จึงมีเนื้องอกที่ปอดมากขึ้น และพวกที่ได้ปริมาณมากๆ (170 มิลลิกรัมต่อกิโลน้ำหนักตัว) จึงจะเกิดเนื้องอกที่นำไปสู่มะเร็งปอดได้ (งานวิจัยที่เคยทำกันนั้น จริงๆ แล้วเป็นมะเร็งปอด ไม่ใช่มะเร็งต่อมลูกหมาก)

ขณะที่องค์การทางด้านอาหารและยาของประเทศต่างๆ ได้แก่ ของอเมริกา สหภาพยุโรป แคนาดา และฮ่องกง ล้วนบอกว่าไม่พบว่าสีคาราเมลอย่างสาร 4-MEI นี้ไม่ได้เป็นอันตรายต่อการบริโภค และต้องกินเป็นจำนวนมากจริงๆ จึงจะน่าเป็นห่วง เช่น ต้องดื่มน้ำอัดลมกันหลายร้อยจนถึงเป็นพันกระป๋องต่อวัน จึงจะทำให้เกิดมะเร็งได้เหมือนอย่างในหนูทดลอง

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.เจษฎา  สรุปว่า  น้ำอัดลมสีดำๆ จากสีคาราเมลนั้นไม่ได้อันตราย และถ้าเลิกดื่มน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มหวานๆ ทั้งหลายไม่ได้ ก็ดื่มกันต่อไป แต่อย่าให้มากเกินไป นอกจากนี้ต้องออกกำลังกายให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำตาลที่กินเข้าไปด้วย 

เรื่องน่าสนใจ