ที่มา: Matichon Online

จากกรณีบนโลกสังคมออนไลน์มีการแชร์คลิปวีดีโอความยาวประมาณ 3.18 นาที โดยปรากฏภาพขณะที่กลุ่มผู้ใช้บริการบนรถประจำทางร่วมกันตะโกนด่าทอผู้หญิงวัยกลางคน สวมชุดกระโปรงลาย สีฟ้า เนื่องจากแสดงวาจาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง พร้อมทั้งถูกเชิญลงมาจากรถก่อนถูกผู้หญิงสวมชุดดำตบเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารต้องช่วยกันเข้ามาระงับเหตุเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย

15

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 18 ตุลาคม ส.ต.ท.ชินกร สมละออ ผบ.หมู่จร.สน.นางเลิ้ง เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะกำลังปฎิบัติหน้าที่ควบคุมสัญญาณไฟจราจรอยู่บริเวณแยกสะพานขาว ถ.กรุงเกษม แขวงสี่แยกมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. มีผู้หญิงสวมชุดดำที่ปรากฏในคลิปวีดีโอวิ่งลงมาจากรถประจำทางสาย 53 โดยวิ่งระหว่างเทเวศน์ – รอบเมือง ซึ่งจอดติดสัญญาณไฟจราจรอยู่ด้านหน้ากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก่อนมาแจ้งตนว่าให้ไปช่วยนำผู้หญิงวัยกลางคน สวมชุดกระโปรงลาย สีฟ้า ลงมาจากรถประจำทางคันดังกล่าวเนื่องจากใช้วาจาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตนรีบเดินขึ้นรถประจำทางคันดังกล่าวพร้อมทั้งสอบถามกลุ่มผู้ใช้บริการว่ามีหลักฐานมาแสดงยืนยันหรือไม่แต่กลับได้รับคำตอบว่าขณะนั้นไม่มีผู้ใดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ตนจึงพาตัวผู้ที่ถูกกล่าวถึงลงมาด้านล่างเพื่อสอบถาม ระหว่างพาผู้หญิงวัยกลางคนเดินอยู่บริเวณบาทวิถี จู่ๆผู้หญิงสวมชุดดำที่วิ่งไปแจ้งตนบันดาลโทสะใช้มือตบที่ใบหน้าของคู่กรณีเข้าอย่างจัง โดยมีเสียงของกลุ่มประชาชนพากันด่าทอสาปแช่งไปต่างๆนานา จากนั้นจึงรีบแจ้งให้ทหารสังกัดร.1 พัน.1 รอ. ซึ่งกำลังปฎิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่บริเวณแยกสะพานขาวให้เข้ามาช่วยระงับเหตุเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงก่อนประสานให้ร.ต.ท.วีระยุทธ ศรีสุพัฒน์ รอง สว.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง นำตัวคู่กรณีไปสอบสวนเพิ่มเติม

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่สน.นางเลิ้ง ร.ต.ท.วีระยุทธ กล่าวว่าได้เชิญทั้งสองฝ่ายรวมทั้งญาติผู้ได้รับบาดเจ็บมาสอบสวนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นเพิ่มเติม จากสอบถามญาติให้การว่า ผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกายคือน.ส.สมจิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยอาการทางจิตเนื่องจากมีผลกระทบมาจากประสบปัญหาด้านธุรกิจล้มละลายระหว่างการรักษาตัว โดยปกตินั้นจะมีอาการเพ้อให้ร้ายผู้อื่นและส่งเสียงดังอยู่ตลอดเวลาและมักจะหนีออกจากบ้านอยู่เป็นประจำ เมื่อวานที่ผ่านมาทางญาติได้นำมารดาที่ป่วยเป็นอัมพาตไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจึงต้องปล่อยให้น.ส.สมจิต อยู่บ้านเพียงลำพังก่อนจะหนีออกไปอีกครั้ง จนเกิดเรื่องตามในคลิปวีดีโอที่ปรากฏดังกล่าว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จึงประสานให้ญาตินำหลักฐานเรื่องการรักษาตัวมาแสดงเพื่อยืนยันจนทราบว่าน.ส.สมจิต เป็นผู้ป่วยอาการทางจิตซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา จากนั้นจึงนำตัวผู้ป่วยไปที่โรงพยาบาลพร้อมทั้งทำหนังสือไปยื่นต่อแพทย์เพื่อให้ช่วยตรวจสอบข้อมูลก่อนพบว่า น.ส.สมจิต เป็นผู้ป่วยจริงเข้ารับการรักษามานานกว่า 10 ปี โดยทุกๆ 2-3 เดือน จะต้องเดินทางเข้ามาพบแพทย์และรับยากลับไปรับประทาน แต่เมื่อ 5 วัน ที่ผ่านมา ไม่ได้มาตามที่แพทย์นัดไว้จนส่งผลให้เกิดอาการกำเริบดังกล่าว


ร.ต.ท.วีระยุทธ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนน.ส.ชรินทร์ทิตย์ หงส์ทอง อายุ 35 ปี ผู้ลงมือก่อเหตุให้การว่า ก่อนเกิดเหตุพบคู่กรณีนั่งอยู่บนรถประจำทางซึ่งพูดจาหมิ่นสถาบันเบื้องสูงมาตั้งแต่ถนนเยาวราชจนกระทั่งมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุจนทนพฤติกรรมไม่ไหวจึงรีบลงไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณแยกสะพานขาวเข้ามาตรวจสอบจากนั้นได้ตัดสินใจลงมือก่อเหตุดังกล่าว

“อยากฝากเตือนผู้ที่โพสต์หรือแชร์ข้อมูลข่าวสารในโลกสังคมออนไลน์อย่ารีบร้อนให้ช่วยกันตรวจสอบหรือศึกษาข้อมูลที่แท้จริงให้ดีก่อนเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละสถานการณ์นั้นไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าฝ่ายใดถูกหรือผิดจริงซึ่งอาจเกิดความสูญเสียได้ทุกฝ่าย” ร.ต.ท.วีระยุทธ กล่าว

เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

เรื่องน่าสนใจ