จากกรณีอดีตนักร้องอาร์เอสอย่าง เม จีระนันท์ ที่ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวที่เธอหวิดเอาชีวิตไม่รอด หลังจากที่บินไปทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่ประเทศเกาหลี แล้วติดเชื้ออย่างหนัก ทำให้เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอด ต้องกลับมารักษาตัวที่ประเทศไทยนานกว่าเกือบครึ่งปีนั้น ล่าสุดทางรายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่อง Amarin TV ได้เข้าไปสัมภาษณ์เม จีระนันท์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น 

 

เม จีระนันท์

 

โดยเธอได้เผยว่าที่ตัดสินใจทำศัลยกรรมตาและหน้าอกที่โรงพยาบาลดังกล่าวนั้นเป็นเพราะว่า เป็นโรงพยาบาลที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง และมีคนไทยไปทำกันหลายคน สาเหตุที่ทำหน้าอกเพราะว่าตนเองทำธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ และเป็นนางแบบเอง จึงอยากจะมีรูปร่างที่ได้สัดส่วน ส่วนที่ทำตานั้นก็เป็นเพราะว่าต้องการแก้ปัญหาหนังตาหย่อนคล้อย

เธอเล่าต่อว่า หลังจากที่ทำศัลยกรรมไปแล้ว และชำระค่าใช้จ่ายราคากว่า 8 แสนบาท เธอไม่ได้รับใบเสร็จหรือหนังสือสัญญาใดๆ อีกทั้งต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่า 3 คืน โดยคุณแม่คอยจดปริมาณเลือดที่ไหลออกมาตามท่อระบาย ขณะที่ทางโรงพยาบาลไม่ได้สนใจอาการใดๆ จนกลับมาถึงที่ประเทศไทย ถึงวันนัดที่ถอดท่อระบายเลือดที่คลินิกสาขาย่อยในประเทศไทย เลือดก็ยังคงไหลออกมาอยู่ในปริมาณค่อนข้างมาก แต่หมอก็ยังยืนยันที่จะถอดออกและเย็บแผลภายในวันนั้น 

 

 

หยังจากเย็บแผลก็ยังคงมีอาการเจ็บ มีอาการปวดแสบที่หน้าอก แต่หมอก็ทำเพียงให้ไปฉีดยาระงับอาการ หลังจากนั้นไม่นานก็มีหนองทะลักออกมาจากแผล ซึ่งตอนนั้นตนชีพจรเต้นเร็วและมีความดันต่ำมาก จึงต้องเร่งทำการผ่าตัดเพื่อเอาซิลิโคนออกทันที ทำให้เธอต้องเข้ารักษาตัวที่ห้องไอซียู แม่ตนได้ปรึกษากับหมอที่รู้จักว่าให้เปลี่ยนโรงพยาบาล เพราะมีอาการฝ้าขึ้นปอด เพราะเกรงว่าอาการจะหนักลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น

จนเมื่อรักษาตัวดีขึ้น ก็ได้มีการทำการติดต่อไปยังเอเจนซี่โรงพยาบาลศัลยกรรมดังกล่าว แต่กลับถูกปัดความรับผิดชอบ บอกแต่ว่าให้เราไปติดต่อกับทางโรงพยาบาลเอาเอง เมื่อทางเราติดต่อไปโรงพยาบาลก็บอกว่าจะจ่ายเงินชดเชยให้จากการทำหน้าอกเป็นเงินครึ่งหนึ่ง และเงินเยียวยาอีกจำนวนหนึ่ง และบอกให้เราต้องเซ็นสัญญาว่าจะไม่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับทางโรงพยาบาล ซึ่งตนเองได้ปฏิเสธรับเงินนั้น เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับใครอีก และตอนนี้ได้มีการติดต่อกับทนายวันชัย ศรศิริ แล้ว เพื่อต้องการดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เมยังเผยอีกว่าตอนนี้เธอนั้นเข็ดกับการทำศัลยกรรมและจะไม่ทำอีกแล้ว ถ้าจะทำอะไรก็คงจะเป็นการรักษาแผลที่เกิดขึ้น แต่ก็ต้องรอร่างกายฟื้นฟูให้ดีขึ้นก่อนอีกประมาณ 2 ปี 

 

ขอขอบคุณภาพจาก Amarin TV

เรื่องน่าสนใจ

ผู้สนับสนุนเว็บไซต์โดดเด่นดอทคอม