ที่มา: Posttoday

วันที่ 25 มี.ค. พญ.รัตติยา เตชะขจรเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และระบาดวิทยา โรงพยาบาลบางรัก เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในประเทศไทยยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยหายไปอยู่ช่วงหนึ่งก่อนหน้านี้ โดยในช่วงปี 2553-2558 พบผู้ป่วยโรคซิฟิลิส หนองใน และ หนองในเทียม เพิ่มขึ้นกว่าปกติถึง 2 เท่า นอกจากนี้ ยังพบผู้ติดเชื้อซิฟิลิสมากกว่า 1,000 คน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นโรคที่ค่อนข้างหายากในประเทศไทย 

condom

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญ อาจมาจากทั้งการไม่สวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงไม่ระมัดระวังคู่นอนว่ามีเชื้อหรือไม่ จึงทำให้มีผู้ติดเชื้อค่อนข้างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน การเคลื่อนย้ายประชากรและแรงงาน หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้พบผู้ป่วยมากขึ้น นอกจากนี้ ที่น่ากังวลก็คือ มีการพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหล่านี้ ควบคู่กับการตรวจพบเชื้อเอชไอวีในผู้ป่วยอีกด้วย

ส่วนผู้ป่วยที่ไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์นั้น พญ.รัตติยา กล่าวว่า ขอให้เปลี่ยนนิสัย และขอให้สวมถุงยางอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากตัวเลขของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล้วนมาจากผู้ที่ไม่ได้สวมถุงยางอนามัย โดยผู้ที่ไม่อยากซื้อใช้ สามารถไปรับฟรีได้ที่สถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข และที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขตต่างๆ


พญ.รัตติยา กล่าวอีกว่า อาการของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพศชายมักมีอาการปัสสาวะขัดหรือมีหนอง มูกใส ไหลออกจากท่อปัสสาวะ รวมถึงเจ็บปวด มีผื่น แผล บริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบบวมหรือเป็นฝี ขณะที่เพศหญิงอาจมีตกขาวสีผิดปกติ มีกลิ่นเหม็น คันอวัยวะเพศ เจ็บหรือปวดท้องน้อย มีผื่น ตุ่มแผล ฝี บริเวณอวัยวะเพศเช่นกัน ขณะที่ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักอาจมีอาการคันรอบรูทวาร ปวดเบ่งบริเวณทวารหนัก หรือมีหนองไหลออกจากทวารได้ และอาจพบผื่นตามตัว ฝ่ามือ ฝ่าเท้า แผลในปาก ผมร่วง ในผู้ป่วยซิฟิลิส จึงควรไปตรวจและรักษาทันทีที่พบอาการ

เรื่องน่าสนใจ