ที่มา: idthai.org

ใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ ส่งผลร้ายต่อร่างกายในระยะยาว! คนทั่วไปมักเรียกยากลุ่มนี้เป็นยาแก้อักเสบ ทําให้เกิดความเข้าใจผิดว่าการใช้ยานี้จะทําให้โรคที่เป็นอยู่หายเร็วขึ้น เพราะยาจะไปรักษา หรือแก้การอักเสบซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ยาปฏิชีวนะที่เป็นที่คุ้นเคย และผู้ป่วยมักซื้อใช้เอง ได้แก่ อะม็อกซีซิลลิน (amoxicillin) ออกเมนติน (augmentin) เตตร้าซัยคลิน (tetracycline) อะซีโทรมัยซิน (azithromycin) เป็นต้น

ใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ

 

ใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ ส่งผลร้ายต่อร่างกายในระยะยาว!

การใช้ยากลุ่มปฏิชีวนะบ่อยๆ ทั้งที่ไม่จําเป็น อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ยาตามมาได้ และเมื่อใช้ไม่ถูกต้องจะก่อให้เกิด โทษต่อร่างกายหลายทาง คือ

  • ได้รับผลข้างเคียงจากยา
    จนเกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ท้องเดิน เวียนศีรษะ
  • โรคที่เป็นรักษาไม่หาย
  • อาจเกิดการแพ้ยาที่ไม่จําเป็นต้องใช้
  • เชื้อแบคทีเรียประจําถิ่น ซึ่งมีอยู่ได้ในร่างกายเป็นปกติ ดื้อต่อยาที่ใช้
    ข้อสําคัญ ผู้ป่วยต้องจ่ายเงินค่ายาสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายทั้งๆ ที่ไม่มีความจําเป็นต้องใช้ยานี้
ใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ
ภาพจาก greatlakesadvocate.com

แล้วเมื่อไรที่ต้องใช้หรือไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะกันล่ะ
เมื่อแพทย์ให้การวินิจฉัย หรือคาดว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น โดยผ่านการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กลุ่มโรค 3 กลุ่มที่ไม่จําเป็น และ
ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะ แต่มีอัตราการใช้ยาปฏิชีวนะสูงมาก ได้แก่ ไข้หวัด เจ็บคอ ท้องเสียและแผลเลือดออก โดยกลุ่มโรคเหล่านี้มากกว่าร้อยละ 80 ไม่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย


……………………………………………………………………………

การรักษาส่วนใหญ่ เป็นการรักษาตามอาการ ประคับประคอง และการให้คําแนะนําผู้ป่วย เช่น ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ยาลดน้ำมูก ยาลดไข้ ยาแก้ไอในไข้หวัดเจ็บคอ ใช้ยาลดอาการท้องอืด และการดื่มน้ำเกลือแร่กรณีท้องเสีย และในกรณีแผลเลือดออก การดูแลรักษาแผลตามที่แพทย์นัด และป้องกันไม่ให้แผลโดนน้ำ เพียงเท่านั้น ก็เพียงพอแล้วในการรักษา

 

เรียบเรียงเนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ