กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เตือนประชาชนอย่ารักสบายเรียกใช้บริการฉีดสารเสริมความงามถึงที่พัก ชี้ผิดกฎหมายและเป็นอันตราย สุ่มเสี่ยงตกเป็นเหยื่อเหล่าหมอกระเป๋า สูญทั้งเงิน แถมเจ็บตัว หากพบเห็นหรือทราบเบาะแสให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยทันที

 

กรม สบส

 

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ด้วยปัจจุบันที่ประชาชนสามารถเลือกรับบริการหลากหลายประเภทผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้หลายคนมีพฤติกรรมในการรับบริการแบบส่งตรงถึงที่พัก ทั้งอาหาร ซักผ้า ทำผม ล้างรถ ฯลฯ แต่อย่างไรก็ดี ใช่ว่าบริการทุกประเภทจะสามารถส่งตรงถึงประชาชนได้ซึ่งหนึ่งในบริการที่ไม่ควรเรียกใช้บริการนอกสถานที่โดยเด็ดขาด คือ บริการฉีดสารเสริมความงาม ที่อาจทำให้ต้องตกเป็นเหยื่อของเหล่าหมอกระเป๋าเสียทั้งเงิน แถมเจ็บตัว โดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 กำหนดให้การศัลยกรรมเสริมความงาม ด้วยการศัลยกรรมหรือฉีดสารเสริมความงามประเภทต่างๆ จะต้องกระทำโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และทำในสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น หากกระทำโดยผู้ที่ไม่มีความชำนาญ หรือทำในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐานก็จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้รับบริการ ทั้งการติดเชื้อจากเครื่องมือไม่สะอาด สารเสริมความงามที่ใช้ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สารที่ฉีดเข้าไปอุดตันหลอดเลือดทำให้เนื้อตาย ซึ่งมักพบได้บ่อยที่จมูก ร่องแก้ม หรือหากเกิดการอุดตันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงจอประสาทตาก็จะทำให้ตาบอด อีกทั้ง การที่สารเสริมความงามรั่วไหลเข้าไปในกระแสเลือด หรือผู้รับบริการมีอาการแพ้อย่างรุนแรงก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า การเรียกตัวบุคคลมาให้บริการฉีดสารเสริมความงามในที่พักนอกจากจะเป็นอันตรายแล้วยังถือว่ามีความผิดตามกฎหมายพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ในข้อหาประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต (คลินิกเถื่อน) ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งหากผู้ให้บริการไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ข้อหาหมอเถื่อนระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพิ่มอีกกระทงด้วย จึงขอวอนให้ประชาชนหากพบเห็นการกระทำในลักษณะดังกล่าวหากอยู่ในเขต กทม.ให้รีบแจ้งมาที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรม สบส. หมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7057 หรือที่เฟซบุ๊ก : ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สบส. กระทรวงสาธารณสุข และในส่วนภูมิภาคให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เพื่อจัดการลงโทษตามกฎหมายโดยทันที

 

สนใจหาข้อมูลและปรึกษาศัลยกรรมได้ที่นี่

โดดเด่น
ศัลยกรรม
webdodeden

 

เรื่องน่าสนใจ