ที่มา: เดลินิวส์

เรียบเรียงข่าวโดย โดดเด่นดอทคอม

ภาพ เดลินิวส์  

หลังจากกรณี อธิบดีกรมการปกครอง ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เรื่องแนวทางการใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือสื่อสารของทางราชการกรมการปกครอง โดยห้ามใช้คอมพิวเตอร์ราชการ

รวมทั้งโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของตนเองเล่นโซเชียลมีเดีย อาทิ เฟสบุ๊ค ไลน์ หรือ อีเมล์ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน เนื่องจากที่ผ่านมา มีข้าราชการนำคอมพิวเตอร์ของทางราชการไปใช้เขียนข้อความที่ไม่เหมาะสม จึงต้องออกคำสั่งป้องกันไว้ก่อน

956492

ล่าสุด เว็บไซต์ โดดเด่นดอทคอม ( www.dodeden.com )  พบว่าในเว็บไซต์เดลินิวส์ ลงข่าวในแฟนเพจเฟสบุ๊คชื่อว่า “ทนายคลายทุกข์” ได้นำคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2557 มาเผยแพร่

โดยเนื้อหาเกี่ยวข้องกับลูกจ้างผู้ใช้คอมพิวเตอร์และเครื่องมือสื่อสารในสถานที่ทำงาน ที่ซึ่งเป็นของนายจ้าง พร้อมข้อความระบุว่า

“มีหลายท่านสอบถามมายังทนายคลายทุกข์ว่า ถ้าลูกจ้างแชทหรือเล่นอินเตอร์เน็ตในเวลาทำงานนายจ้างจะไล่ออกจากงานได้หรือไม่ และต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่

ขอเรียนว่า นายจ้างไล่ลูกจ้างออกจากงานได้ทันที โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และลูกจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนไม่ได้” สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าวอย่างล้นหลาม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ วิทยากรฝึกอบรมกฏหมายแรงงาน และเจ้าของแฟนเพจดังกล่าว เปิดเผยว่า ในเวลาทำงานที่ไม่ใช่ช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน ที่กำหนดไว้ประมาณ 1 ชม. ตามกฏหมายแรงงานนั้น

หากลูกจ้างเข้าโปรแกรมโซเซียมีเดียทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์สมาร์ทโฟน นายจ้างสามารถพิจารณาไล่ลูกจ้างออกจากงานได้ทันที อีกทั้งไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และลูกจ้างเรียกค่าสินไหมทดแทนไม่ได้

“ลูกจ้างควรปฎิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวยังถือเป็นบรรทัดฐานในการดำเนินคดีระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างอีกด้วย

ในทางตรงกันข้าม หากนายจ้างไม่ประสงค์เอาผิด ก็ให้ถือว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่มีการไล่ออก แต่ต้องขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมองค์กรนั้นๆ ว่าเป็นอย่างไรด้วย มีความจำเป็นหรืออะลุ่มอล่วยได้แค่ไหน” เจ้าของแฟนเพจ เผย

เรื่องน่าสนใจ