ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์

กลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับศัพท์คำว่า “เฟซ ออฟ” หรือ Face off ที่วงการศัลยแพทย์ตกแต่งออกมาถกเถียงถึงการใช้คำคำนี้ ในการทำศัลยกรรมใบหน้าให้ดูหนุ่มกว่าวัยของนักร้องชื่อดัง “สุรชัย สมบัติเจริญ”

Plastic Surgery

ล่าสุด ผศ.นพ.ถนอม บรรณประเสริฐ หัวหน้าหน่วยศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ภาควิชาโสต ศอ นาสิก วิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ออกมาให้ความเห็นอย่างมีตรรกะในเชิงวิชาการว่า การทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้า ที่เรียกว่า Face Transplant ซึ่งมีผู้นำมาใช้ในความหมายเดียวกับคำว่า Face off ที่มาจากชื่อภาพยนตร์ดัง “เฟซออฟ” เมื่อปี 1997 ที่ตัวเอกของเรื่องได้รับการผ่าตัดสลับเปลี่ยนใบหน้าจากคนหนึ่งกลายเป็นอีกคนหนึ่งนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการผ่าตัดทำศัลยกรรมใบหน้าในผู้ป่วยที่มีปัญหา เช่น ได้รับอุบัติเหตุรุนแรง หรือมีความพิการบางอย่าง ไม่ได้นำมาใช้สำหรับการทำศัลยกรรมใบหน้าเพื่อความงาม

สำหรับความพยายามในการทำศัลยกรรมใบหน้า เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2004 เมื่อทีมแพทย์จากมหาวิทยาลัยหลุยส์วิลล์ ในเคนตักกี ของสหรัฐฯ ได้พยายามทำการวิจัย

การผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าทั้งหน้า โดยนำใบหน้าจากคนที่เสียชีวิตแล้วมาผ่าตัดปลูกถ่ายให้กับอาสาสมัครที่มีใบหน้าซึ่งได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุร้ายแรง แต่ปรากฏว่างานวิจัยครั้งนั้นมีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งเรื่องของความเสี่ยงที่มองไม่เห็น ความกังวลของอาสาสมัคร และการร่วมตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดของครอบครัว ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2005 มีการทำศัลยกรรมผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าครั้งแรกที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นการผ่าตัดให้กับหญิงชาวฝรั่งเศสที่ถูกสุนัขขย้ำจนใบหน้าเละไปทั้งหน้าให้กลับมามีสภาพที่ดีขึ้น แต่การผ่าตัดศัลยกรรม ที่เรียกว่าเป็นการ “ผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้า” (Face Transplant) จริงๆ เกิดขึ้นครั้งแรกในโลกเมื่อปี ค.ศ.2010 ที่โรงพยาบาลบาย์เดบร็อง ในนครบาร์เซโลนา ของสเปน เป็นการผ่าตัดยกใบหน้าทั้งใบหน้าตั้งแต่ขากรรไกร จมูก กระดูกแก้ม กล้ามเนื้อ ฟัน และเปลือกตาของผู้บริจาคมาวางลงบนใบหน้าของ ออสการ์ ชายวัย 31 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุปืนลั่นทำให้ใบหน้าเสียโฉมตั้งแต่ใต้ตาลงมา

Plastic Surgery

ศัลยแพทย์ที่เป็นหัวหน้าทีมในการผ่าตัดครั้งนี้ คือ พญ.โคอัน เปเร บาร์เรต ซึ่งเปิดเผยถึงความสำเร็จของการผ่าตัดในครั้งนั้นว่า การผ่าตัดต้องใช้ทีมแพทย์ถึง 30 คน และใช้เวลาในการผ่าตัดนานถึง 24 ชั่วโมง นับเป็นการผ่าตัดที่ยาวนานที่สุด

คุณหมอบาร์เรต อธิบายขั้นตอนของการผ่าตัดในครั้งนั้นว่า เริ่มจากการผ่าตัดเอาโครงหน้าเกือบทั้งหมดตั้งแต่ขากรรไกร จมูก โหนกแก้ม กล้ามเนื้อ ฟัน และหนังตาของคนไข้ที่ได้รับความเสียหายออกไป จากนั้นจึงผ่าตัดเอาผิวหนัง และส่วนต่างๆ จากใบหน้าของผู้บริจาคตั้งแต่บริเวณถุงใต้ตาลงมา นำมาใส่ให้กับคนไข้โดยเชื่อมใบหน้าใหม่เข้ากับกระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นประสาทบนใบหน้าของคนไข้ ซึ่งในครั้งนี้แพทย์ได้เลือกใบหน้าจากผู้บริจาคที่มีน้ำหนัก ความสูง โครงหน้าและสีผิวที่ใกล้เคียงกับคนไข้ผู้รับบริจาคมากที่สุด

“การผ่าตัดครั้งนี้ ลองจินตนาการถึงกะโหลกศีรษะ ที่คล้ายกับว่าเราใช้เลื่อยตัดตั้งแต่ใต้เบ้าตาลงมา และนำใบหน้าของผู้บริจาคมาใส่ จากนั้นจึงเชื่อมต่อทุกส่วนของใบหน้าให้เข้ากัน ผลการผ่าตัดทำให้คนไข้กลับมามีใบหน้าที่ใกล้เคียงปกติถึง 90% มีเพียงรอยแผล เป็นที่มองเห็นได้เพียงแห่งเดียวที่บริเวณลำคอ ซึ่งถ้ามองดูเผินๆ ก็เหมือนริ้วรอยที่เกิดจากการเหี่ยวย่นปกติเท่านั้น” คุณหมอบาร์เรตบอก พร้อมกับพูดติดตลกกับบรรดาสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวในครั้งนั้นว่า มันไม่ต่างอะไรกับหนังเฟซออฟ ที่จอห์น ทราโวตา ผ่าตัดเอาใบหน้าของนิโคลัส เคจ มาใส่เป็นหน้าตัวเอง

หลังจากที่ความสำเร็จของการทำศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าในสเปนถูกเผยแพร่ออกไป หลังจากนั้นก็มีการทำศัลยกรรมผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าเกิดขึ้นอีกหลายประเทศ โดยในปี 2012 แพทย์จากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าให้กับ ริชาร์ด ลี นอร์ริส ชายวัย 37 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุปืนลั่นตั้งแต่อายุ 22 ปี ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานกับการมีใบหน้าบิดเบี้ยวพิการมาตลอด 15 ปี

Face profile woman in facial peel off mask. Peeling. Beauty body skin care. Isolated

การผ่าตัดใช้เวลานานถึง 36 ชั่วโมง โดยใช้อวัยวะจากผู้บริจาครายหนึ่ง ที่มอบให้กับผู้ป่วยถึง 5 คน โดยนายนอร์ริสเป็นหนึ่งในนั้น และการผ่าตัดครั้งนี้ทำให้เขามีใบหน้าเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างที่เรียกว่าคนละขั้วกับก่อนหน้าที่จะได้รับการผ่าตัดที่เขาไม่มีทั้งริมฝีปากและ จมูก แต่หลังการผ่าตัด นอร์ริส สามารถแปรงฟัน โกนหนวด และรับรู้กลิ่นต่างๆ ผ่านจมูกที่ทำขึ้นใหม่ การผ่าตัดครั้งนั้นทำให้สหรัฐอเมริกาออกมาประกาศความสำเร็จว่าเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดในวงการผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้าของสหรัฐอเมริกา

หลังจากนั้นมีการผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าเกิดขึ้นอีกนับสิบครั้ง เดือนพฤษภาคม ปี 2013 มีการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าทั้งใบหน้าครั้งแรกในประเทศโปแลนด์ โดยเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าให้กับคนไข้ชาย อายุ 33 ปีที่ประสบอุบัติเหตุใบหน้าถูกทำลายด้วยเครื่องสกัดหิน โดยเป็นการผ่าตัดปรับเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าตั้งแต่ตา จมูก ขากรรไกร ฟัน ลงมาจนถึงช่วงคอ

หลังจากนั้นอีกไม่นาน ในโปแลนด์ได้มีการผ่าตัดทำศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าให้กับคนไข้เป็นรายที่สอง ให้กับ โจแอนนา หญิงวัย 26 ปี ที่ป่วยด้วยอาการเนื้องอกขั้นรุนแรงจากความผิดปกติของยีน ทำให้มีเนื้องอกออกมาตามแนวเส้นประสาท ทำให้มีปัญหาการมองเห็น การหายใจ และ เส้นประสาทไขสันหลังถูกกดทับ การผ่าตัดครั้งนี้ ทำโดย นพ.อดัม มาซียิวสกี ใช้เวลาผ่าตัดนาน 23 ชั่วโมง

ตลอดระยะเวลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้ามีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุแล้วมากกว่า 11 รายทั่วโลก ไม่นับรวมการผ่าตัดศัลยกรรมเปลี่ยนใบหน้าแบบเกาหลีที่กำลังเป็นที่นิยม

ซึ่งไม่ว่าจะใช้ศัพท์คำว่า Face off หรือไม่ก็ตาม ความหมายที่เป็นที่เข้าใจตรงกันก็คือ การทำศัลยกรรมผ่าตัดใบหน้า…ให้เปลี่ยนไปจากเดิมนั่นเอง….!!

เรื่องน่าสนใจ