- เข้าร่วม
- 2 ตุลาคม 2017
- ข้อความ
- 2
คิดว่าหลาย ๆ คนคงได้ยินเรื่องการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักกันมาบ้าง แต่มันไม่ได้มีดีแค่นั้นค่ะ เลยอยากมาเล่าสู่กันฟัง เพราะเราเป็นหนึ่งคนที่ผ่าตัดกระเพาะเพื่อรักษาโรคไม่ใช่เพื่อลดน้ำหนัก..
เริ่มต้นจากที่เราเนี่ยเป็นโรคเบาหวานค่ะ และมีภาวะความเสี่ยงน้ำตาลในระดับสูง หลังจากได้ศึกษาข้อมูลดูแล้ว กลัวว่าถ้าเป็นแบบนี้นานๆ จะเกิดผลที่ตามมามากมายและจะต้องกินยาเบาหวานไปตลอดชีวิตซึ่งก็ได้ปรึกษากับคุณหมอถึงวิธีการรักษา จนได้ตัดสินใจร่วมกันวิธีผ่ากระเพาะคงเป็นทางออกที่ดีสุด ซึ่งตอนแรกเราเคยใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารประมาณ 1 ปี แต่พอเอาออก ก็กลับมาเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่ออกกำลังกายมาตลอด
ก็ด้วยการปรึกษากับคุณหมอท่านเดิมนั่นแหละค่ะ เราเลยเลือกมาปรึกษาเรื่องการผ่าตัดกับรัตตินันท์ คลินิก ซึ่งพอได้พูดคุยกับคุณหมอก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าโอเค เราเลือกที่ถูกแล้ว (เพราะเรามีโรคประจำตัวจึงค่อนข้างเสี่ยงหากผ่าตัด) เวลาผ่าตัด เราไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลค่ะ เป็นโรงพยาบาลที่ทางคลินิกได้ติดต่อไว้แล้ว ที่เราต้องทำก็แค่เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการผ่าตัด
เราผ่าตัดแบบสลีฟค่ะ ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง การผ่าตัดแบบสลีฟพูดง่าย ๆ ก็คือ ผ่าตัดบางส่วนของกระเพาะออกไปค่ะ ทำให้เรากินอาหารได้น้อยลง แล้วก็พวกฮอร์โมนที่ทำให้อยากกินอาหารก็ลดน้อยลง คุณหมอใช้เวลาผ่าตัดทั้งหมดรวม ๆ 2 ชั่วโมงค่ะ แล้วก็ให้พักฟื้นต่อที่โรงพยาบาล 4 วันค่ะ ตรวจเช็กผลลัพธ์หลังผ่าตัดเรียบร้อยก็กลับบ้านได้
เรียกได้ว่าเป็นการผ่าตัดที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เรามากเลย ตอนนี้ทำมาได้ 4 เดือนแล้ว มีความสุขกับรูปร่างตัวเองนะตอนนี้ น้ำหนักลดไป 13 กิโล หาเสื้อผ้าใส่ได้ง่ายขึ้น ออกกำลังกายได้มากขึ้น ที่สำคัญนอนหลับสนิท ปัญหาด้านสุขภาพก็ดีขึ้น ภาวะน้ำตาลก็มีความปกติ ไม่มีอาการเวียนหัว ไม่หิวบ่อยเหมือนเมื่อก่อนและไม่ค่อยได้กินอาหารจำพวกแป้งแล้ว หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลเรื่องการผ่าตัดกระเพาะนะคะ เพราะไม่ได้ช่วยแค่เรื่องลดน้ำหนัก แต่ยังช่วยในเรื่องของสุขภาพด้วยค่ะ
ภาพก่อนผ่าตัด น้ำหนัก 63.7 กก.
เริ่มต้นจากที่เราเนี่ยเป็นโรคเบาหวานค่ะ และมีภาวะความเสี่ยงน้ำตาลในระดับสูง หลังจากได้ศึกษาข้อมูลดูแล้ว กลัวว่าถ้าเป็นแบบนี้นานๆ จะเกิดผลที่ตามมามากมายและจะต้องกินยาเบาหวานไปตลอดชีวิตซึ่งก็ได้ปรึกษากับคุณหมอถึงวิธีการรักษา จนได้ตัดสินใจร่วมกันวิธีผ่ากระเพาะคงเป็นทางออกที่ดีสุด ซึ่งตอนแรกเราเคยใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารประมาณ 1 ปี แต่พอเอาออก ก็กลับมาเหมือนเดิม ทั้ง ๆ ที่ออกกำลังกายมาตลอด
ก็ด้วยการปรึกษากับคุณหมอท่านเดิมนั่นแหละค่ะ เราเลยเลือกมาปรึกษาเรื่องการผ่าตัดกับรัตตินันท์ คลินิก ซึ่งพอได้พูดคุยกับคุณหมอก็ยิ่งทำให้มั่นใจว่าโอเค เราเลือกที่ถูกแล้ว (เพราะเรามีโรคประจำตัวจึงค่อนข้างเสี่ยงหากผ่าตัด) เวลาผ่าตัด เราไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลค่ะ เป็นโรงพยาบาลที่ทางคลินิกได้ติดต่อไว้แล้ว ที่เราต้องทำก็แค่เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการผ่าตัด
เราผ่าตัดแบบสลีฟค่ะ ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง การผ่าตัดแบบสลีฟพูดง่าย ๆ ก็คือ ผ่าตัดบางส่วนของกระเพาะออกไปค่ะ ทำให้เรากินอาหารได้น้อยลง แล้วก็พวกฮอร์โมนที่ทำให้อยากกินอาหารก็ลดน้อยลง คุณหมอใช้เวลาผ่าตัดทั้งหมดรวม ๆ 2 ชั่วโมงค่ะ แล้วก็ให้พักฟื้นต่อที่โรงพยาบาล 4 วันค่ะ ตรวจเช็กผลลัพธ์หลังผ่าตัดเรียบร้อยก็กลับบ้านได้
ภาพหลังผ่าตัด ปัจจุบันน้ำหนัก 49.6 กก.
เรียกได้ว่าเป็นการผ่าตัดที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เรามากเลย ตอนนี้ทำมาได้ 4 เดือนแล้ว มีความสุขกับรูปร่างตัวเองนะตอนนี้ น้ำหนักลดไป 13 กิโล หาเสื้อผ้าใส่ได้ง่ายขึ้น ออกกำลังกายได้มากขึ้น ที่สำคัญนอนหลับสนิท ปัญหาด้านสุขภาพก็ดีขึ้น ภาวะน้ำตาลก็มีความปกติ ไม่มีอาการเวียนหัว ไม่หิวบ่อยเหมือนเมื่อก่อนและไม่ค่อยได้กินอาหารจำพวกแป้งแล้ว หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลเรื่องการผ่าตัดกระเพาะนะคะ เพราะไม่ได้ช่วยแค่เรื่องลดน้ำหนัก แต่ยังช่วยในเรื่องของสุขภาพด้วยค่ะ
กระทู้เพิ่มเติมหมวดหมู่เดียวกัน
- คือคัมภีร์ฉบับรวบยอดที่ควรรู้ ทำศัลยกรรมให้ราบรื่นและเห็นผลลัพธ์ไวที่สุดแบบไหนดี
- อาหารที่ควรเลี่ยงในช่วง ทำศัลยกรรม (ก่อนและหลังผ่าตัด)
- ทรงจมูก ญดา นริลญา เสริมจมูกกับคุณหมอเชาว์ Showtime Clinic รึเปล่า? ทำไมแฟนคลับถึงพูดถึงเยอะ เผยลุคละมุนที่หลายคนเอาเป็น reference
- แก้ปัญหาหนังตาหย่อนคล้อยตามวัย น้าโย่ง เชิญยิ้ม เผยช่วยให้แววตาสดใสและทำงานหน้ากล้องได้มั่นใจ กับ BJH Bangkok
- ดูดไขมันเหนียง