- เข้าร่วม
- 4 ธันวาคม 2016
- ข้อความ
- 1
สวัสดีทุกคนนน… วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องราวดีๆ จากการได้ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งยิ่งใหญ่ให้ฟัง หวังว่าจะเป็นประโยชน์หรือสร้างแรงบันดาลใจให้หลายๆคนเนอะ แนะนำตัวกันก่อน นี่ชื่อสตางค์นะ อดีตตุ๊ดดำตัวผอมเป็นกุ้งแห้ง แต่ตอนนี้กลายเป็นตุ๊ดงามสะพรั่งในหมู่ตุ๊ดทั้งหลาย งามไม่งามก็สามีรักสามีหลงละค่า แอร๊ยยย... โดนเพื่อนๆ เบ้ปากรุมปาหินใส่ด้วยความหมั่นไส้ 5555 มาๆ เข้าเรื่องๆ คือแต่ก่อนเนี้ยตอนเรียนอยู่อ่ะ เราตัวดำจริง แล้วหน้าก็ไม่สวยด้วย ถ้าหาม้วนเทปบทสนทนากับเพื่อนที่แซวกันสมัยสาวๆ ก็คงประมาณเนี้ย
คุนเพิ่ล : ตังตัง ตอนมึงเดินกลางคืนคนเดียวระวังนะเว่ย ไม่ใช่โดนฉุดนะ จะโดนรถชน
นี่ : ทำไมวะ เพราะกรูสวยชิมิ เค้าอิจฉาก็เลยชนกรู
คุณเพิ่ล : อ๋อ ป่าวอ่ะ เค้ามองไม่เห็นมึง ว่างๆ ไปหาติ๊กเก้อสะท้อนแสงหรือซีดีมาติดมั่งนะ
หรือแบบเน้
นี่ : มึงๆ กูไปอ่อยผู้แบบใช้ความน่าสงสารดีมะ บับว่า... พี่เคอะ น้องหาคนพาไปส่งโรงบาล ช่วยดูแลน้องไรเง้
คุณเพิ่ล : เค้าพามึงขึ้นรถบึ่งไปยันฮีเลยค่าาา... เคสมึงนี่เห็นก็รู้เลยว่าป่วย
ตอนนั้นก็แซวกันไปกันมาแบบนี้ ไม่คิดไรมากหรอกค่ะ ถึงเวลานี่ก็แซวกลับบ้าง ขำๆ กันไป เดี๋ยวเอารูปประกอบให้ดูด้วยดีกว่า จะได้เกท... อันนี้รูปเราสมัยสาวๆ

เรามาเริ่มคิดมากตอนโดนผู้ชายเทนี่แหละค่า ตอนเด็กๆ ก็แบบไม่ได้คิดอะไร ยังไม่ได้คิดริอยากจะมีความรักกับเค้าเท่าไร แต่พอเริ่มแตกเนื้อสาว เราก็บั่บอยากมีอะไรให้ชุ่มชื่นหัวใจบ้างใช่ป่ะ โดนเท่ค่า... เทแบบนิยามของคำว่าเท เทแรง เทจนนี่หน้าสั่น เรื่องมีอยู่ว่าสมัยนั้นน้องเล่น MSN ค่ะ ใครเกิดทันคงนึกออก เราก็นั่งแชตไปเรื่อยเปื่อยจนเจอคนนึง ประมาณว่าเค้าชอบคุยกะน้อง บอกว่าน้องตลกดี คุยด้วยแล้วสนุก อยากรู้จัก นู่นนี่ แล้วเค้าก็นัดเจอ นี่ก็แบบ ว้ายยย ผู้เด้อค่า... เด้อค่า หรือเราจะได้มีแฟนกับเค้าบ้าง จำได้เลยว่าวันนั้นแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างดี มั่นใจว่าสวยสุดในตำบล ขึ้นหิ้งคู่กับสินค้า OTOP ได้ไม่อายใคร พอไปถึงเค้าก็ดูพูดน้อยกว่าที่คุยในเนตมาก ประมาณว่า
นี่ : เราชอบที่นี่มากเลย อาหารก็อร่อย ของก็ถูก คนก็ไม่เยอะด้วย นี่ๆ กินร้านนี้กันมั้ย ดูน่ากินเนอะ
ผู้ : (สตั๊นไปห้าวิ) อื้ออ ก็ดี
นี่ : เนี่ยเราแบบ! @#$%^&*()_+^()_&* แจกความสดใสราวกับวิ่งเล่นในทุ่งดอกลาเวนเดอร์ด้วยพลังแห่งจันทรา
ผู้ : (หัวเราะฝืด ยิ้มอ่อน) ไปห้องน้ำแปป
สรุปนะ ทั้งวันนั้นประโยคที่ยาวที่สุดจากปากนางคือ ไปห้องน้ำแปป ที่พีคยิ่งกว่าคือ เป็นประโยคสุดท้ายของวันด้วยจ้าาา หลังจากไปห้องน้ำ นางก็ไปแล้วไปลับ ไม่กลับมาอีก ปล่อยเรานั่งเด๋อในร้านอาหารอยู่นานมาก ทั้งอายทั้งโมโหทั้งเสียใจ บอกเลยวันนั้นเฟลมาก เหมือนโดนโยนจากตึกใบหยกลงมากระแทกพื้นซีเมนต์ กรีดร้องงง เราก็โมโหดิ่ เห่ย! ยูจะไปก็บอกดิ ไม่ใช่แบบนี้ หลังจากตั้งสติได้ นี่ก็โทรไปหาค่ะ มีแอบซ้อมบทดราม่าดาวพระศุกร์ผสมแรงเงามาอย่างดี แต่ปรากฏว่าทางโน้น….
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
จากตู๊ดห่างๆ ก็กลายเป็นตู๊ดถี่ๆ ตู๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ด รู้เลยว่าโดนตัดสาย นี่พยายามคุยกะตัวเองนะว่าทำไมเค้าทำแบบนี้ คือเราไม่ได้คุยต่างไปจากที่คุยในเนตเลยนะ พยายามยิ้มเยอะๆ อย่างที่คุณเพิ่ลบอกแล้วด้วย พอเงยหน้าขึ้นมาส่องกระจกเท่านั้นแล โอ้ น้องเข้าใจแล้วค่ะ ซึ้งแล้ว เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง เข็ดไปอีกนานเลยค่ะ ถึงตอนนี้จะเล่าแล้วขำ แต่ตอนนั้นมีผลกับชีวิตเรามาก ปิดตัวเองไปเลย ไม่อยากคุย ไม่อยากเจอกับใครอีก ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกตัวเองมากไปกว่านี้ รู้สึกเหมือนต้องปกป้องตัวเองอยู่ตลอด เหมือนเราไม่คู่ควรกับการมีความรัก ไม่คู่ควรกับการมีความสุข ความรู้สึกมันดาวน์ไปถึงขั้นนั้นจริงๆ
พอเรียนจบ นี่ก็ไปเป็นช่างแต่งหน้า ถือเป็นเรื่องดีอย่างนึงที่เราได้ทำสิ่งที่ชอบ พอทำไปนานเข้า ก็ได้สังเกตหน้าลูกค้ามากขึ้น จมูก ตา คาง รูปหน้า มันติดตาติดใจมากจริงๆ สำหรับบางราย คือสวยอะ สวยจริงๆ แล้วลูกค้าที่หน้าสวยอะ ดูชีวิตดีจริงๆนะ จากนั้นเริ่มละ เริ่มเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ มีความคิดเริ่มอยากเปลี่ยนแปลงบ้าง เผื่ออะไรในชีวิตจะดีขึ้น ผู้ชงผู้ชายจะได้มองบ้าง อะไรเง้ และแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้น
ศัลยกรรมสิคะรออะไร สังเกตจมูกลูกค้าที่มาแต่งหน้าด้วย หาข้อมูลรีวิวเพิ่มเติม แล้วก็เอาไปบอกหมอ พอขึ้นเขียงแล้วหน้าก็ดีขึ้นนะ ช่วงนั้นหันข้างใส่เพื่อนตลอด ประมาณว่าพวกเธอดูสิ ดูความโด่งนี้ ระหว่างนั้นก็พยายามดูแลผิวพรรณ ทาคงทาครีม ขัดผิวบ่อยๆ เลี่ยงแดด อะไรใครว่าดีก็ลองหมด จนขาวขึ้นมา เพื่อนหลายคนเริ่มชมว่า... เออดูดีขึ้นนะ ไปทำไรมาหล่อน ชื่นใจมากค่ะ แต่ก็คิดว่ายัง ฉันยังดูดีได้อีก เลยไปหาข้อมูลทำคาง นี่พบว่าคางอ่ะน่าเป็นห่วงมาก รีวิวหลายคลีนิกทำแล้วมะม่วงมาก มันแบบหาความพอดีให้ดูเป็นธรรมชาติได้ยากจริงๆ อยากแนะนำทุกคนนะว่าก่อนทำอะไร หาข้อมูลกะอ่านรีวิวให้ดีก่อน ถ้าทำแล้วมันแก้ยาก
ในที่สุดเราก็เจอที่นึง ขออนุญาตอวยแบบเต็มที่เลยว่าชื่อ ณัฐฐาคลินิก อยู่ชั้น 3 ตรงตึกด้านหลังเมเจอร์รัชโยธิน หมอที่เราเจอชื่อ หมอโอ๋ พอเข้าไปเจอหน้าหมอปั๊บ ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ เพราะหมอมีความเป็นแม่สูงมาก สวยปังที่สุดในสามโลก แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังระแวงจนขึ้นเตียงผ่าตัด จริงๆ กลัวออกมาแล้วไม่พอดี ทำไปส่องกระจกไปเลยจ้า พีคมากกกก หนึ่งเดียวในหล้าจริงๆ ระหว่างทำหมอเอากระจกมาให้ดูว่าพอใจมั้ย เราบอกหมอแก้ทรงไปห้ารอบ หมอก็แก้ให้ คุณหมอใจเย็นมากกก แถมทำตามที่เราบอกได้หมดเลย ขอบคุณนะที่ทนน้องได้เป็นอย่างดี แต่ความเยอะของเราก็มีประโยชน์ เพราะเราได้คางแบบที่ต้องการเป๊ะ เสร็จแล้วก็ถามเรื่องทำตาต่อเลย ครั้งนี้ก็เหมือนเดิม ช่วยหมอเล็งอยู่นานว่าจะกรีดตรงไหนให้พอดี ชั้นตาไม่หนาไป ไม่บางไป ดีใจมากที่เจอหมอคนนี้
พอทำเสร็จ โอ้โห นึกว่าโดนชุบชีวิตด้วยดราก้อนบอล เห็นตัวเองแล้วอึ้ง หน้าเป๊ะจริง มีความนางพญา นิยามของคำว่ามาไกล

เพื่อนหลายคนชอบถามว่าสวยขนาดนี้ หมดไปเท่าไรล่ะมรึง... แต่ไม่เคยมีใครถามสักคนว่าสวยขนาดนี้ ได้อะไรมาเท่าไร แล้วสิ่งที่มากับความสวยคืออะไร งานค่ะ ประสบความสำเร็จขึ้นมาก แต่งหน้าก็มีเครดิตมากขึ้น ลูกค้าเชื่อถือ ลูกค้าเห็นหน้าช่างแล้วอยากแต่งกะเรา ลุคดีลุคแพง รับงานได้ราคาขึ้น ชีวิตดีขึ้นเห็นๆ อีกอย่างก็คือเรื่องชีวิตรัก ผู้ชายเข้ามาจีบแบบไหลมาเทมา แต่ตอนนี้อย่างที่บอก มีแฟนแล้วจ้า คบกันมาหลายปีแล้ว รักกันมากด้วย ไม่เคยคิดว่าคนอย่างเราสุดท้ายจะได้มีความรักดีๆ กับเค้า
อยากบอกทุกคน โดยเฉพาะคนที่เป็นเพศที่สาม ว่าใครที่เคยดูถูกตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับการมีความรัก การมีความสุข ขอให้เลิกความคิดแบบนั้นซะ เพราะเราทุกคนเกิดมาแล้ว ทุกคนเท่าเทียมกัน ทุกคนมีสิทธิ์มีความสุขในชีวิตได้ อย่าให้คนภายนอกมาตัดสินเราจากสิ่งที่พวกเค้าเห็น เราเปลี่ยนตัวเองได้ เราทำชีวิตเราให้ดีได้ โดยไม่ต้องง้อใคร ขอลงรูปโชว์หน่อย
ครั้งนึงนี่ก็เคยโดนแซวโดนเท แบบที่คิดว่าชาตินี้ไม่มีทางได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ ชีวิตดีมาก ทั้งการงานความรัก lucky in game and lucky in love ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังน้อยใจตัวเองอยู่ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองกันเนอะ ชีวิตดี๊ดีรอเราอยู่ ไม่เชื่อปรึกษาคุณแม่หรือหมอโอ๋ได้เสมอ
คุนเพิ่ล : ตังตัง ตอนมึงเดินกลางคืนคนเดียวระวังนะเว่ย ไม่ใช่โดนฉุดนะ จะโดนรถชน
นี่ : ทำไมวะ เพราะกรูสวยชิมิ เค้าอิจฉาก็เลยชนกรู
คุณเพิ่ล : อ๋อ ป่าวอ่ะ เค้ามองไม่เห็นมึง ว่างๆ ไปหาติ๊กเก้อสะท้อนแสงหรือซีดีมาติดมั่งนะ
หรือแบบเน้
นี่ : มึงๆ กูไปอ่อยผู้แบบใช้ความน่าสงสารดีมะ บับว่า... พี่เคอะ น้องหาคนพาไปส่งโรงบาล ช่วยดูแลน้องไรเง้
คุณเพิ่ล : เค้าพามึงขึ้นรถบึ่งไปยันฮีเลยค่าาา... เคสมึงนี่เห็นก็รู้เลยว่าป่วย
ตอนนั้นก็แซวกันไปกันมาแบบนี้ ไม่คิดไรมากหรอกค่ะ ถึงเวลานี่ก็แซวกลับบ้าง ขำๆ กันไป เดี๋ยวเอารูปประกอบให้ดูด้วยดีกว่า จะได้เกท... อันนี้รูปเราสมัยสาวๆ

เรามาเริ่มคิดมากตอนโดนผู้ชายเทนี่แหละค่า ตอนเด็กๆ ก็แบบไม่ได้คิดอะไร ยังไม่ได้คิดริอยากจะมีความรักกับเค้าเท่าไร แต่พอเริ่มแตกเนื้อสาว เราก็บั่บอยากมีอะไรให้ชุ่มชื่นหัวใจบ้างใช่ป่ะ โดนเท่ค่า... เทแบบนิยามของคำว่าเท เทแรง เทจนนี่หน้าสั่น เรื่องมีอยู่ว่าสมัยนั้นน้องเล่น MSN ค่ะ ใครเกิดทันคงนึกออก เราก็นั่งแชตไปเรื่อยเปื่อยจนเจอคนนึง ประมาณว่าเค้าชอบคุยกะน้อง บอกว่าน้องตลกดี คุยด้วยแล้วสนุก อยากรู้จัก นู่นนี่ แล้วเค้าก็นัดเจอ นี่ก็แบบ ว้ายยย ผู้เด้อค่า... เด้อค่า หรือเราจะได้มีแฟนกับเค้าบ้าง จำได้เลยว่าวันนั้นแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างดี มั่นใจว่าสวยสุดในตำบล ขึ้นหิ้งคู่กับสินค้า OTOP ได้ไม่อายใคร พอไปถึงเค้าก็ดูพูดน้อยกว่าที่คุยในเนตมาก ประมาณว่า
นี่ : เราชอบที่นี่มากเลย อาหารก็อร่อย ของก็ถูก คนก็ไม่เยอะด้วย นี่ๆ กินร้านนี้กันมั้ย ดูน่ากินเนอะ
ผู้ : (สตั๊นไปห้าวิ) อื้ออ ก็ดี
นี่ : เนี่ยเราแบบ! @#$%^&*()_+^()_&* แจกความสดใสราวกับวิ่งเล่นในทุ่งดอกลาเวนเดอร์ด้วยพลังแห่งจันทรา
ผู้ : (หัวเราะฝืด ยิ้มอ่อน) ไปห้องน้ำแปป
สรุปนะ ทั้งวันนั้นประโยคที่ยาวที่สุดจากปากนางคือ ไปห้องน้ำแปป ที่พีคยิ่งกว่าคือ เป็นประโยคสุดท้ายของวันด้วยจ้าาา หลังจากไปห้องน้ำ นางก็ไปแล้วไปลับ ไม่กลับมาอีก ปล่อยเรานั่งเด๋อในร้านอาหารอยู่นานมาก ทั้งอายทั้งโมโหทั้งเสียใจ บอกเลยวันนั้นเฟลมาก เหมือนโดนโยนจากตึกใบหยกลงมากระแทกพื้นซีเมนต์ กรีดร้องงง เราก็โมโหดิ่ เห่ย! ยูจะไปก็บอกดิ ไม่ใช่แบบนี้ หลังจากตั้งสติได้ นี่ก็โทรไปหาค่ะ มีแอบซ้อมบทดราม่าดาวพระศุกร์ผสมแรงเงามาอย่างดี แต่ปรากฏว่าทางโน้น….
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
จากตู๊ดห่างๆ ก็กลายเป็นตู๊ดถี่ๆ ตู๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ด รู้เลยว่าโดนตัดสาย นี่พยายามคุยกะตัวเองนะว่าทำไมเค้าทำแบบนี้ คือเราไม่ได้คุยต่างไปจากที่คุยในเนตเลยนะ พยายามยิ้มเยอะๆ อย่างที่คุณเพิ่ลบอกแล้วด้วย พอเงยหน้าขึ้นมาส่องกระจกเท่านั้นแล โอ้ น้องเข้าใจแล้วค่ะ ซึ้งแล้ว เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง เข็ดไปอีกนานเลยค่ะ ถึงตอนนี้จะเล่าแล้วขำ แต่ตอนนั้นมีผลกับชีวิตเรามาก ปิดตัวเองไปเลย ไม่อยากคุย ไม่อยากเจอกับใครอีก ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกตัวเองมากไปกว่านี้ รู้สึกเหมือนต้องปกป้องตัวเองอยู่ตลอด เหมือนเราไม่คู่ควรกับการมีความรัก ไม่คู่ควรกับการมีความสุข ความรู้สึกมันดาวน์ไปถึงขั้นนั้นจริงๆ
พอเรียนจบ นี่ก็ไปเป็นช่างแต่งหน้า ถือเป็นเรื่องดีอย่างนึงที่เราได้ทำสิ่งที่ชอบ พอทำไปนานเข้า ก็ได้สังเกตหน้าลูกค้ามากขึ้น จมูก ตา คาง รูปหน้า มันติดตาติดใจมากจริงๆ สำหรับบางราย คือสวยอะ สวยจริงๆ แล้วลูกค้าที่หน้าสวยอะ ดูชีวิตดีจริงๆนะ จากนั้นเริ่มละ เริ่มเปรียบเทียบกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ มีความคิดเริ่มอยากเปลี่ยนแปลงบ้าง เผื่ออะไรในชีวิตจะดีขึ้น ผู้ชงผู้ชายจะได้มองบ้าง อะไรเง้ และแล้วการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เริ่มขึ้น
ศัลยกรรมสิคะรออะไร สังเกตจมูกลูกค้าที่มาแต่งหน้าด้วย หาข้อมูลรีวิวเพิ่มเติม แล้วก็เอาไปบอกหมอ พอขึ้นเขียงแล้วหน้าก็ดีขึ้นนะ ช่วงนั้นหันข้างใส่เพื่อนตลอด ประมาณว่าพวกเธอดูสิ ดูความโด่งนี้ ระหว่างนั้นก็พยายามดูแลผิวพรรณ ทาคงทาครีม ขัดผิวบ่อยๆ เลี่ยงแดด อะไรใครว่าดีก็ลองหมด จนขาวขึ้นมา เพื่อนหลายคนเริ่มชมว่า... เออดูดีขึ้นนะ ไปทำไรมาหล่อน ชื่นใจมากค่ะ แต่ก็คิดว่ายัง ฉันยังดูดีได้อีก เลยไปหาข้อมูลทำคาง นี่พบว่าคางอ่ะน่าเป็นห่วงมาก รีวิวหลายคลีนิกทำแล้วมะม่วงมาก มันแบบหาความพอดีให้ดูเป็นธรรมชาติได้ยากจริงๆ อยากแนะนำทุกคนนะว่าก่อนทำอะไร หาข้อมูลกะอ่านรีวิวให้ดีก่อน ถ้าทำแล้วมันแก้ยาก
ในที่สุดเราก็เจอที่นึง ขออนุญาตอวยแบบเต็มที่เลยว่าชื่อ ณัฐฐาคลินิก อยู่ชั้น 3 ตรงตึกด้านหลังเมเจอร์รัชโยธิน หมอที่เราเจอชื่อ หมอโอ๋ พอเข้าไปเจอหน้าหมอปั๊บ ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ เพราะหมอมีความเป็นแม่สูงมาก สวยปังที่สุดในสามโลก แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังระแวงจนขึ้นเตียงผ่าตัด จริงๆ กลัวออกมาแล้วไม่พอดี ทำไปส่องกระจกไปเลยจ้า พีคมากกกก หนึ่งเดียวในหล้าจริงๆ ระหว่างทำหมอเอากระจกมาให้ดูว่าพอใจมั้ย เราบอกหมอแก้ทรงไปห้ารอบ หมอก็แก้ให้ คุณหมอใจเย็นมากกก แถมทำตามที่เราบอกได้หมดเลย ขอบคุณนะที่ทนน้องได้เป็นอย่างดี แต่ความเยอะของเราก็มีประโยชน์ เพราะเราได้คางแบบที่ต้องการเป๊ะ เสร็จแล้วก็ถามเรื่องทำตาต่อเลย ครั้งนี้ก็เหมือนเดิม ช่วยหมอเล็งอยู่นานว่าจะกรีดตรงไหนให้พอดี ชั้นตาไม่หนาไป ไม่บางไป ดีใจมากที่เจอหมอคนนี้
พอทำเสร็จ โอ้โห นึกว่าโดนชุบชีวิตด้วยดราก้อนบอล เห็นตัวเองแล้วอึ้ง หน้าเป๊ะจริง มีความนางพญา นิยามของคำว่ามาไกล

เพื่อนหลายคนชอบถามว่าสวยขนาดนี้ หมดไปเท่าไรล่ะมรึง... แต่ไม่เคยมีใครถามสักคนว่าสวยขนาดนี้ ได้อะไรมาเท่าไร แล้วสิ่งที่มากับความสวยคืออะไร งานค่ะ ประสบความสำเร็จขึ้นมาก แต่งหน้าก็มีเครดิตมากขึ้น ลูกค้าเชื่อถือ ลูกค้าเห็นหน้าช่างแล้วอยากแต่งกะเรา ลุคดีลุคแพง รับงานได้ราคาขึ้น ชีวิตดีขึ้นเห็นๆ อีกอย่างก็คือเรื่องชีวิตรัก ผู้ชายเข้ามาจีบแบบไหลมาเทมา แต่ตอนนี้อย่างที่บอก มีแฟนแล้วจ้า คบกันมาหลายปีแล้ว รักกันมากด้วย ไม่เคยคิดว่าคนอย่างเราสุดท้ายจะได้มีความรักดีๆ กับเค้า
อยากบอกทุกคน โดยเฉพาะคนที่เป็นเพศที่สาม ว่าใครที่เคยดูถูกตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับการมีความรัก การมีความสุข ขอให้เลิกความคิดแบบนั้นซะ เพราะเราทุกคนเกิดมาแล้ว ทุกคนเท่าเทียมกัน ทุกคนมีสิทธิ์มีความสุขในชีวิตได้ อย่าให้คนภายนอกมาตัดสินเราจากสิ่งที่พวกเค้าเห็น เราเปลี่ยนตัวเองได้ เราทำชีวิตเราให้ดีได้ โดยไม่ต้องง้อใคร ขอลงรูปโชว์หน่อย
ครั้งนึงนี่ก็เคยโดนแซวโดนเท แบบที่คิดว่าชาตินี้ไม่มีทางได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ ชีวิตดีมาก ทั้งการงานความรัก lucky in game and lucky in love ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังน้อยใจตัวเองอยู่ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองกันเนอะ ชีวิตดี๊ดีรอเราอยู่ ไม่เชื่อปรึกษาคุณแม่หรือหมอโอ๋ได้เสมอ
กระทู้เพิ่มเติมหมวดหมู่เดียวกัน
- คือคัมภีร์ฉบับรวบยอดที่ควรรู้ ทำศัลยกรรมให้ราบรื่นและเห็นผลลัพธ์ไวที่สุดแบบไหนดี
- อาหารที่ควรเลี่ยงในช่วง ทำศัลยกรรม (ก่อนและหลังผ่าตัด)
- ทรงจมูก ญดา นริลญา เสริมจมูกกับคุณหมอเชาว์ Showtime Clinic รึเปล่า? ทำไมแฟนคลับถึงพูดถึงเยอะ เผยลุคละมุนที่หลายคนเอาเป็น reference
- แก้ปัญหาหนังตาหย่อนคล้อยตามวัย น้าโย่ง เชิญยิ้ม เผยช่วยให้แววตาสดใสและทำงานหน้ากล้องได้มั่นใจ กับ BJH Bangkok
- ดูดไขมันเหนียง