- เข้าร่วม
- 19 มกราคม 2015
- ข้อความ
- 7
ตอบโจทย์ทุกความหย่อนคล้อยได้ตรงจุดที่สุด เปรียบเหมือนการนำนิ้วมือที่มองไม่เห็น มาดึงหน้าให้ยกขึ้นได้มากดังใจต้องการ มาแรง อันดับ 1 ของอเมริกา ยกกระชับทันทีหลังทำ โดยการใช้ไหมละลายประเภทแรกและประเภทเดียวที่ใช้สำหรับดึงหน้าได้จริง อยู่ได้นาน 8 - 10 ปี เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนทันทีโดยได้หน้าเด็กลง 10-15 ปี
เมื่ออายุเข้าสู่วัย 30+ จะเกิดการหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณใบหน้าและลำคอใบหน้าที่เคยเรียบตึงมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่สวยงาม ก็จะดูหย่อนคล้อยไม่อยู่ในตำแหน่งเดิมปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั้นผิวหนังแต่เกิดในทุกๆชั้นของใบหน้า ทั้งตัวผิวหนัง,ไขมัน,เนื้อเยื่อพังผืดภายในที่หย่อนยานลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก วิธีการรักษาที่เห็นผลที่สุดคือการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งสามารถดึงหน้าให้ตึงได้เท่าที่ต้องการ แต่ข้อเสียก็คือ มีรอยแผลเป็น พักฟื้นนาน ค่าใช้จ่ายสูง ที่สำคัญใบหน้าจะดูตึงอย่างไม่เป็นธรรมชาติและอาจเกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทใบหน้าได้ จึงมีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ให้ผลได้ใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้าคือ ไหมล็อค ซึ่งต่างจากไหม PDO ที่พวกเราคุ้นเคยกัน
หยุดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ได้แก่ Brufen, Naproxen, Motrin, ASA วิตามินอี น้ำปลา จิงโกะ เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อลดการฟกช้ำ
1. เลี่ยงการใช้สารที่มีส่วนผสมของ BHA, AHA และ Retinoid 2 สัปดาห์
2. เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 2 วัน หลังการฉีด
3. เลี่ยงการออกกำลังกายจัดๆ การอยู่ในที่ร้อน เช่น ซาวหน้า อบไอน้ำ และเลี่ยงแดดจ้า
4. งดทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดออกเช่น แอสไพริน Vitamin E, ใบแป๊ะก๊วย
5. งดการทำ Treatment ทุกชนิดบนใบหน้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์
6. กลับมาพบแพทย์เพื่อติดตามผลการรักษาตามเวลานัดทุกครั้ง
เมื่ออายุเข้าสู่วัย 30+ จะเกิดการหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณใบหน้าและลำคอใบหน้าที่เคยเรียบตึงมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่สวยงาม ก็จะดูหย่อนคล้อยไม่อยู่ในตำแหน่งเดิมปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั้นผิวหนังแต่เกิดในทุกๆชั้นของใบหน้า ทั้งตัวผิวหนัง,ไขมัน,เนื้อเยื่อพังผืดภายในที่หย่อนยานลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก วิธีการรักษาที่เห็นผลที่สุดคือการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งสามารถดึงหน้าให้ตึงได้เท่าที่ต้องการ แต่ข้อเสียก็คือ มีรอยแผลเป็น พักฟื้นนาน ค่าใช้จ่ายสูง ที่สำคัญใบหน้าจะดูตึงอย่างไม่เป็นธรรมชาติและอาจเกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทใบหน้าได้ จึงมีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ให้ผลได้ใกล้เคียงกับการผ่าตัดดึงหน้าคือ ไหมล็อค ซึ่งต่างจากไหม PDO ที่พวกเราคุ้นเคยกัน
หยุดการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS ได้แก่ Brufen, Naproxen, Motrin, ASA วิตามินอี น้ำปลา จิงโกะ เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อลดการฟกช้ำ
1. เลี่ยงการใช้สารที่มีส่วนผสมของ BHA, AHA และ Retinoid 2 สัปดาห์
2. เลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ 2 วัน หลังการฉีด
3. เลี่ยงการออกกำลังกายจัดๆ การอยู่ในที่ร้อน เช่น ซาวหน้า อบไอน้ำ และเลี่ยงแดดจ้า
4. งดทานยาหรือวิตามินที่ทำให้เลือดออกเช่น แอสไพริน Vitamin E, ใบแป๊ะก๊วย
5. งดการทำ Treatment ทุกชนิดบนใบหน้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์
6. กลับมาพบแพทย์เพื่อติดตามผลการรักษาตามเวลานัดทุกครั้ง
กระทู้เพิ่มเติมหมวดหมู่เดียวกัน
- คือคัมภีร์ฉบับรวบยอดที่ควรรู้ ทำศัลยกรรมให้ราบรื่นและเห็นผลลัพธ์ไวที่สุดแบบไหนดี
- อาหารที่ควรเลี่ยงในช่วง ทำศัลยกรรม (ก่อนและหลังผ่าตัด)
- ทรงจมูก ญดา นริลญา เสริมจมูกกับคุณหมอเชาว์ Showtime Clinic รึเปล่า? ทำไมแฟนคลับถึงพูดถึงเยอะ เผยลุคละมุนที่หลายคนเอาเป็น reference
- แก้ปัญหาหนังตาหย่อนคล้อยตามวัย น้าโย่ง เชิญยิ้ม เผยช่วยให้แววตาสดใสและทำงานหน้ากล้องได้มั่นใจ กับ BJH Bangkok
- ดูดไขมันเหนียง



















