สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวโดเด่น แพตจะมารีวิวการเสริมคางของแพตค่ะ ขอเริ่มกันด้วยแรงจูงใจที่ตัดสินใจทำคาง เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ...... เมื่อก่อนเป็นคนดูแลตัวเองมากค่ะ ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะมาก (เป๊ะในแบบของเรานะ 55) ดูแลตัวเองสุดริดค่ะคุณ แต่.......มันก็มีเหตุเป็นต้องเสียหลัก เรียกว่าหักหลบไม่ทันหน้าคว่ำแบบเต็มๆกันเลย เพราะแฟนที่เราคบมานานถึง 7 ปีผันแปรไปเป็นเพื่อนสาวเราซะได้ คุณพระ !! แหนะๆ รู้นะว่าอึ้งไปเลย ย ย ยย คงไม่ต้องถามถึงความรู้สึกว่าเสียใจแค่ไหนนะคะ บอกเลยว่าพัง ชีวิตสาวน้อย สวยในแบบที่ตัวเองสามารถทำได้ตอนนั้น รักสลายดอกฝ้ายบาน
หลังจากนั้น .... แพตทิ้งความสวยที่ได้สั่งสมมาทั้งหมดทิ้งไป ปล่อยตัวเองให้แผละ หน้าเละ ไม่ใยดีกับร่างกายของตัวเอง และที่สำคัญผู้ชายไม่มีมาอีกเลยเป็นเวลา 2 ปี !! ไม่ต้องถามว่าทุเรศแค่ไหน เพื่อนในแก๊งค์ล้อว่า อิอ้วน อิขาเบียด ทั้งเช้าและเย็น ใส่ชุดอะไรก็ไม่สวยอีกต่อไป ขาเบียด หน้าสิว เห้อคงพอนึกภาพออกกันนะคะ TT เคยนั่งร้องไห้กับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปหลายต่อหลายครั้ง
แต่คนเราเมื่อมาถึง ณ จุดๆหนึ่งที่รับตัวเองไม่ได้ คนเราโดนล้อบ่อยครั้งเข้า แรงฮึดมันก็พลุ่งพล่าน บอกเลยว่าคำพูดแรกที่ออกจากปากตอนนี้คือ "ชั้นต้องทำอะไรที่ทำให้ชั้นสวยขึ้น !!" ตัดสินใจศึกษารีวิวศัลยกรรมที่โน้นที่นี่มากมาย ทั้งจากเพื่อนที่ทำมา และรีวิวจากอินเตอร์เน็ตมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็เลือกที่ ณัฐฐาคลินิก เพราะได้ลองเข้าไปปรึกษาปัญหาโครงหน้าของตัวเองที่นั่น คุณหมอโอ๋ให้คำแนะนำเป็นกันเองมากๆค่ะ แถมยังให้กำลังใจเราด้วย เลยตัดสินใจทำที่นี่โดยไม่ลังเล ! โดยคุณหมอแนะนำว่าให้เริ่มจากการทำคางด้วยซิลิโคลนขนาด SS เกรดดีที่สุด ทรงมนไม่แหลมก่อนเลย และต่อด้วยฉีดโบท็อกที่กราม เพราะเรามีปัญหาแก้มและกรามใหญ่ หน้าบานเบอะ 555 แถมรูปหน้าไม่เท่ากันอีกต่างหาก เมื่อจบคำแนะนำก็นัดคิวขึ้นเขียงเลยค่ะ
มาถึงวันที่ต้องขึ้นเขียง ขั้นแรกก็คลีนหน้าพร้อมสวยดั่งใจนึก ถามว่ากลัวมั๊ย ? กลัวซิคะครั้งแรกเลยนะเนี่ยะ แต่ใจก็ท่องไว้ว่า จะสวยแล้ว ชั้นจะสวยแล้ว 555
ออกมาจากห้องประคบเย็นด่วน เดินแถบไม่ออก ความรู้สึกตอนนั้นไม่เจ็บนะเพราะฤทธิ์ยาชา 555
วันที่ 2 ปวดๆแต่ทนได้ บอกเลยว่าว่างเมื่อไหร่ประคบเย็นตลอดเวลานะคะจะช่วยลดอาการบวมได้
วันที่ 3 อาการดีขึ้นตามลำดับ แต่อาการบวมของแพตช้าหน่อยค่ะ
วันที่ 4 เริ่มยุบลงบ้าง นิสๆ
วันที่ 5 อาการกลัวเบี้ยวเริ่มมา เพราะเป็นคนชอบเผลอนอนตะแคงอยู่เรื่อย แต่ก็ระวังเต็มที่ค่ะ
มาถึงวันที่ 7 มาพบคุณหมอตามนัด แกะพาสเตอร์ออด ตัดไหม ขอบอกว่าตัดไหมเจ็บนิดๆนะคะ ไม่ต้อกลัวทนได้สบาย
พอแกะออกมาเห็นรูปหน้าแล้วหน้ายังดูบวมๆอยู่ ที่โบท๊อกกรามมาอาจจะเดูเล็กลงนิดเดียวเพราะยังมีแก้มอยู่ เพราะความอ้วนที่สั่งสมมานั่นเอง 55
พอถึงวันที่ 10 อาการบวมยุบลงบ้างแล้วเพราะการประคบอุ่น ตอนนี้น้ำหนักลดไปประมาณ 2 กิโลกันเลยทีเดียว เวลาจะกินอะไรก็คิดเยอะกว่าเมื่อก่อนเพราะมันยังตึงๆเคี้ยวไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ เป็นการลดความอ้วนไปในตัว 555
ครบ 10 วันอาการประมาณนี้ล่ะค่ะ แต่เดี๋ยวแแพตจะมาอัพเดทความเปลี่ยนแปลงกันเรื่อยๆนะคะ เพราะมีแผนความสวยอีก 1 อย่างที่จะทำต่อ ไหนๆก็จะกลับมาสวยกว่าเดิม ก็เอาให้เต็มที่กันเลยค่ะคุณ รักนะตัวเทอ เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ ^^
ปล. แฟนเก่าที่เป็นเพื่อนสาว ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนสาวสนิทจูงมือมาอัพสวยด้วยกันซะงั้น
ติดตามกันกระทู้หน้านะคะ รับรองว่ามีเรื่องแซ่บๆของนางมาเล่ากันแน่นอน :3
หลังจากนั้น .... แพตทิ้งความสวยที่ได้สั่งสมมาทั้งหมดทิ้งไป ปล่อยตัวเองให้แผละ หน้าเละ ไม่ใยดีกับร่างกายของตัวเอง และที่สำคัญผู้ชายไม่มีมาอีกเลยเป็นเวลา 2 ปี !! ไม่ต้องถามว่าทุเรศแค่ไหน เพื่อนในแก๊งค์ล้อว่า อิอ้วน อิขาเบียด ทั้งเช้าและเย็น ใส่ชุดอะไรก็ไม่สวยอีกต่อไป ขาเบียด หน้าสิว เห้อคงพอนึกภาพออกกันนะคะ TT เคยนั่งร้องไห้กับสิ่งที่ตัวเองทำลงไปหลายต่อหลายครั้ง
แต่คนเราเมื่อมาถึง ณ จุดๆหนึ่งที่รับตัวเองไม่ได้ คนเราโดนล้อบ่อยครั้งเข้า แรงฮึดมันก็พลุ่งพล่าน บอกเลยว่าคำพูดแรกที่ออกจากปากตอนนี้คือ "ชั้นต้องทำอะไรที่ทำให้ชั้นสวยขึ้น !!" ตัดสินใจศึกษารีวิวศัลยกรรมที่โน้นที่นี่มากมาย ทั้งจากเพื่อนที่ทำมา และรีวิวจากอินเตอร์เน็ตมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็เลือกที่ ณัฐฐาคลินิก เพราะได้ลองเข้าไปปรึกษาปัญหาโครงหน้าของตัวเองที่นั่น คุณหมอโอ๋ให้คำแนะนำเป็นกันเองมากๆค่ะ แถมยังให้กำลังใจเราด้วย เลยตัดสินใจทำที่นี่โดยไม่ลังเล ! โดยคุณหมอแนะนำว่าให้เริ่มจากการทำคางด้วยซิลิโคลนขนาด SS เกรดดีที่สุด ทรงมนไม่แหลมก่อนเลย และต่อด้วยฉีดโบท็อกที่กราม เพราะเรามีปัญหาแก้มและกรามใหญ่ หน้าบานเบอะ 555 แถมรูปหน้าไม่เท่ากันอีกต่างหาก เมื่อจบคำแนะนำก็นัดคิวขึ้นเขียงเลยค่ะ
มาถึงวันที่ต้องขึ้นเขียง ขั้นแรกก็คลีนหน้าพร้อมสวยดั่งใจนึก ถามว่ากลัวมั๊ย ? กลัวซิคะครั้งแรกเลยนะเนี่ยะ แต่ใจก็ท่องไว้ว่า จะสวยแล้ว ชั้นจะสวยแล้ว 555
ออกมาจากห้องประคบเย็นด่วน เดินแถบไม่ออก ความรู้สึกตอนนั้นไม่เจ็บนะเพราะฤทธิ์ยาชา 555
วันที่ 2 ปวดๆแต่ทนได้ บอกเลยว่าว่างเมื่อไหร่ประคบเย็นตลอดเวลานะคะจะช่วยลดอาการบวมได้
วันที่ 3 อาการดีขึ้นตามลำดับ แต่อาการบวมของแพตช้าหน่อยค่ะ
วันที่ 4 เริ่มยุบลงบ้าง นิสๆ
วันที่ 5 อาการกลัวเบี้ยวเริ่มมา เพราะเป็นคนชอบเผลอนอนตะแคงอยู่เรื่อย แต่ก็ระวังเต็มที่ค่ะ
มาถึงวันที่ 7 มาพบคุณหมอตามนัด แกะพาสเตอร์ออด ตัดไหม ขอบอกว่าตัดไหมเจ็บนิดๆนะคะ ไม่ต้อกลัวทนได้สบาย
พอแกะออกมาเห็นรูปหน้าแล้วหน้ายังดูบวมๆอยู่ ที่โบท๊อกกรามมาอาจจะเดูเล็กลงนิดเดียวเพราะยังมีแก้มอยู่ เพราะความอ้วนที่สั่งสมมานั่นเอง 55
พอถึงวันที่ 10 อาการบวมยุบลงบ้างแล้วเพราะการประคบอุ่น ตอนนี้น้ำหนักลดไปประมาณ 2 กิโลกันเลยทีเดียว เวลาจะกินอะไรก็คิดเยอะกว่าเมื่อก่อนเพราะมันยังตึงๆเคี้ยวไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ เป็นการลดความอ้วนไปในตัว 555
ครบ 10 วันอาการประมาณนี้ล่ะค่ะ แต่เดี๋ยวแแพตจะมาอัพเดทความเปลี่ยนแปลงกันเรื่อยๆนะคะ เพราะมีแผนความสวยอีก 1 อย่างที่จะทำต่อ ไหนๆก็จะกลับมาสวยกว่าเดิม ก็เอาให้เต็มที่กันเลยค่ะคุณ รักนะตัวเทอ เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ ^^
ปล. แฟนเก่าที่เป็นเพื่อนสาว ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนสาวสนิทจูงมือมาอัพสวยด้วยกันซะงั้น
ติดตามกันกระทู้หน้านะคะ รับรองว่ามีเรื่องแซ่บๆของนางมาเล่ากันแน่นอน :3
กระทู้เพิ่มเติมหมวดหมู่เดียวกัน
- คือคัมภีร์ฉบับรวบยอดที่ควรรู้ ทำศัลยกรรมให้ราบรื่นและเห็นผลลัพธ์ไวที่สุดแบบไหนดี
- อาหารที่ควรเลี่ยงในช่วง ทำศัลยกรรม (ก่อนและหลังผ่าตัด)
- ทรงจมูก ญดา นริลญา เสริมจมูกกับคุณหมอเชาว์ Showtime Clinic รึเปล่า? ทำไมแฟนคลับถึงพูดถึงเยอะ เผยลุคละมุนที่หลายคนเอาเป็น reference
- แก้ปัญหาหนังตาหย่อนคล้อยตามวัย น้าโย่ง เชิญยิ้ม เผยช่วยให้แววตาสดใสและทำงานหน้ากล้องได้มั่นใจ กับ BJH Bangkok
- ดูดไขมันเหนียง