- เข้าร่วม
- 8 ตุลาคม 2015
- ข้อความ
- 9
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อน เราชื่อ เบลล์ ตอยู่เชียงใหม่ เป็นสาวเหนือเจ้า ^^ นี่ คือรีวิวอันแรกในชีวิตของเบลล์เลยก็ว่าได้ ปกติจะเป็นผู้อ่านอย่างเดียว ไม่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะมีรีวิวกับเค้าด้วย ตื่นเต้นมากก เขียนผิดเขียนถูกยังไงก็ขออภัยด้วยนะค่ะ มาเริ่มกันเลยค่ะ
เริ่มต้นย้อนกลับไปเบลล์เป็นคนที่มีจมูกอยู่แล้วนะ แต่ก็ไม่ได้โด่งมาก จะมีเนื้อตรงส่วนปลายซะส่วนใหญ่ แต่สันจมูกจะแบนๆ ต้องอาศัยมุมในการถ่ายรูปบ้าง ฮ่าๆ ตามรูปเลยค่ะ หารูปเก่าๆยากมาก
พอเดาออกไหมว่าเบลล์คนไหน
พอเข้าเริ่มปีหนึ่ง ก็ตัดสินใจเสริมจมูกครั้งแรกค่ะ
พอเสริมมามันก็ทำให้หน้าเรามีมิติมากขึ้น แต่พอนานๆไป เบลล์รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ทรงที่เราอยากได้ T^T เพราะเหมือนหมอจะทำออกมาแล้วมันกลมๆ บวกกับ เอียงด้วย ะ ก็เลยตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์แก้ทรงดีกว่า
หลังจากฉีดฟิลเลอร์เพิ่ม
หลังจากฉีดมาแล้วทรงไม่โอเครเลยตัดสินใจแก้จมูกครั้งแรกเลยละกันค่ะ
คราวนี้แหละ สวยสมใจทรงที่อยากได้เลยค่ะ ประทับใจมากตอนนั้น หยดน้ำตามที่อยากได้เลย
แต่วันนั้นก็มาถึง ในวันที่เบลล์กำลังพึงพอใจกับทรงจมูกใหม่นั้น เราก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง คือหลังจากที่เบลล์แก้จมูกครั้งที่สองมาได้ 6 เดือนแล้ว ตรงปลายหยดน้ำมันเริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเบลล์ต้องขออธิบายก่อนนะค่ะว่า ปกติแล้วคนที่เสริมจมูกมาจะรู้ว่า ซิลิโคนจมูกจะเข้าที่คือรัดตัวได้ทรงที่แน่นอนภายหลังจากเสริมมาประมาณ 6 เดือน แต่สำหรับของเบลล์ผ่านมา 6-7 เดือนแล้วยังรู้สึกว่าจมูกยังเคลื่อนที่อยู่เลย ทีนี้แหละ จากหยดน้ำ ก็เริ่มกลายเป็น หยาดน้ำฝนไปซะแล้ว เพราะมันยื่นออกมายาวมาก แล้วไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล ลงมา คราวนี้แหละ งานร่าเริงกลายเป็นงานเครียด อีกแล้วจ้า จากที่ปกติเป็นคนชอบถ่ายรูป ชอบพบปะผู้คน กลายเป็นไม่อยากออกไปเจอใครเลยค่ะ ความมั่นใจเริ่มหายไปทีละนิด ยิ่งงานที่ทำประจำต้องพบปะลูกค้าจำนวนมาก บางคนเห็นก็ทักว่า จมูกเหมือนแม่มดเลย บางคนก็บอกดูไม่เป็นธรรมชาติ ที่ร้ายที่สุด คือมีคนบอกว่า แบบเดิมดีกว่า ช่วงนั้นร้องไห้หนักมากก ถึงตอนนี้หยดน้ำก็ยังไหลลงมาเรื่อย ๆ ในใจตอนนั้นคิดอย่างเดียวคือ ฉันเกลียดแกหยดน้ำ ฉันไม่อยากได้แล้ว ไม่เอาอีกแล้ว ขอเป็นแบบธรรมชาติแบบเดิมเถอะ
สรุปหลังจากแก้จมูกครั้งแรก
จะเห็นว่าหลังจากแก้มาได้ 1ปี ซิลิโคนไหลลงมายาวมาก ครั้งนี้ เลยตัดสินใจแก้ครั้งที่ 2 แต่ไม่ขอกลับไปแก้ที่เดิมอีกแล้ว ในระหว่างนั้นเบลล์ก็หาว่า จะแก้ที่ไหนดี จังหวะพอดีกับเพื่อน ที่ทำงานไปเสริมจมูกมา แล้วก็เพื่อนสนิทเราไปเสริมมาอีกคนหนึ่ง ทั้งสองคนเสริมที่เดียวกันมา คลินิกนี้อยู่ในเชียงใหม่ค่ะ เราเห็นว่าทรงสวยดี ประกอบกับช่วงเวลานั้นอยากแก้ให้เร็วที่สุด เลยตัดสินใจลองไปปรึกษาดูก่อน ตอนนั้นเราเลือกไปสาขาแรกแถวโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ได้ปรึกษากับหมอผู้ชาย เบลล์ก็อธิบายทั้งหมดที่ผ่านมา เล่าปัญหา เหมือนเล่าอดีตชาติให้ฟัง ฮ่าๆ คุณหมอก็ใจดีตั้งใจฟังมาก คราวนี้มาถึงจุดไคลแมค คุณหมอบอกว่า ในกรณีแบบนี้ มันไม่ใช่การแก้ปกติแล้วนะแต่มันคือการรักษา ตอนนั้นก็ยังไม่เข้าใจว่า หา รักษา รักษาอะไรหรอ? พอคุณหมอก็อธิบายต่อว่า ตอนนี้ปลายหยดน้ำของเบลล์มันยื่นออกมาเยอะมาก ถึงแม้จะถอดออกแก้ทรงใหม่ แต่โอกาสที่เนื้อตรงหยดน้ำจะยุบเข้าไปมีสูงมาก พลางเปิดรูปภาพกรณีแบบเบลล์ให้ดู ช๊อคค่ะช๊อค โอ้โหตายๆ นี่จากปกติไม่มีเป็นคนไม่มีหยดน้ำ ต้องกลายเป็นคนจมูกยุบเหมือนหมูเลยหรือนี่ โอ้ยยย ตายย ๆ ตอนนั้นหน้าเราจากร่าเริง เริ่มกลายเป็นยิ้มอ่อนละค่ะ แต่แล้วคุณหมอก็เสนอทางรักษาให้ คือต้องใช้กระดูกหลังหูกับไขมันมาเสริม วิธีนี้จะกันไม่ให้เนื้อมันยุบลงไป ส่วนทำไมต้องเอาไขมันด้วยเพราะไขมันจะมีเลือดคอยหล่อเลี้ยง เนื้อเยื้อบริเวณที่มีปัญหา จะทำให้เลือดไปเลี้ยงปลายจมูกแล้วไม่ยุบลงจนเกินไป แต่ราคามันจะสูงกว่าแก้จมูกทั่วไป ซึ่งเบลล์ก็เคยได้ยินมาบ้างค่ะวิธีนี้ แต่ไม่ได้ละเอียดเท่ากับหมออธิบาย ส่วนมากจะเห็นคลินิกที่กรุงเทพเค้าทำกันหมอเก่งๆไม่ต้องพูดถึง ราคาหลักแสนขึ้นแน่นอน เคยคิดจะทำเหมือนกันแต่พอเจอราคาแล้วตัดใจไม่ลง ในใจตอนนั้นคิดว่า เอาไงดี ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้แล้ว แต่ถ้าแก้แบบปกติยุบแน่นอนก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน เลยตัดสินใจเอาก็เอา กลั้นใจถามไปเลย “ราคาเท่าไหร่ค่ะ?” พอคุณหมอตอบกลับมา แทบช๊อคได้ยินราคาแล้วอึ้งเลยค่ะ ยิ่งกว่าได้ของเซลล์ รวมทุกอย่างแล้วราคาสามหมื่นต้นๆ นี่หนูไม่ได้หูฟาดใช่ไหมคะ? ทำค่ะทำ นัดวันทำเลย มัดจำทันที
ก่อนแก้จมูกครั้งที่สอง
และแล้วก็มาถึงวันขึ้นเขียง ต้องบอกก่อนนะค่ะ ว่า การแก้จมูกว่ายากแล้ว นี่ต้องแก้แบบใช้กระดูกหลังหูอีก ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เวลาทำโดยประมาณก็เกือบสามชั่วโมงเลยค่ะ เพราะต้องผ่าเอากระดูหลังหูและก้อนไขมันก่อน ถึงจะผ่าแก้จมูกได้ ก่อนทำคุณหมอก็วาดรูปอธิบาย ให้ดูว่าจะทำอะไรบ้าง แต่ละขั้นตอนใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ตอนนั้นเราฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง เพราะตื่นเต้นด้วย กลัวด้วย เริ่มต้นคุณหมอก็ฉีดยาชาที่หูปกติ พอยาชาออกฤทธิ์ก็ผ่าเอากระดูกออก ของเบลล์คุณหมอบอกว่าใช้กระดูกแผ่นกลมๆสองแผ่นมาประกบกัน แล้วก็ใช้ไขมันหลังหูเลยจะได้ไม่ต้องผ่าหลายที่ ตอนทำเบลล์รู้สึกว่าไม่เจ็บอย่างที่คิดแหะ พอได้กระดูกหลังหูกับได้ก้อนไขมันเสร็จ คุณหมอก็เย็บแผลปกติ พอครบสามวันค่อยมาตัดไหม ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนนั้นเบลล์ก็ถามคุณหมอว่าหูจะแหว่งไหม เอากระดูกออก กลัวหูแหว่ง ฮ่าๆ คุณหมอก็อธิบายว่าเราใช้กระดูกหลังหูไม่ใช่ปลายหูมันคล้ายๆกับผ่ารักษาคนหูกางอยู่ข้างในไม่แหว่งแน่นอน พอได้ยินแบบนั้นก็ใจชื้นขึ้นมาละ เอาหละมาถึงคราวแก้จมูกเจ้าปัญหา บอกตามตรงแก้รอบนี้เจ็บมาก เหมือนว่าเนื้อตรงปลายจมูกหยดน้ำเริ่มไม่ค่อยไหวแล้ว ทีนี้แหละเราก็จะได้เห็นว่าทำไมมันถึงไหลลงมาเรื่อยๆ ตื่นเต้นอยากรู้เต็มที่ละ พอหมอผ่าเอาซิลิโคนออกมาถึงกับบางอ้อไปเลยค่ะ ซิลิโคนเราเป็นแท่งตรงโด่ๆเลย ไม่มีขา เห้ย ! คิดในใจตอนนั้นฉันเลือกแบบมีขาไม่ใช่หรอ ไหงได้ไม่มีขามาหละ มิน่าหละมันถึงไหลไม่หยุด เพราะมันไม่มีขาดัน โอ้โหนี่ดีนะที่เราตัดสินใจแก้ก่อน ไม่งั้นมีไหลทะลุออกมาแน่นอน วินาทีนั้นแค้นก็แค้นเจ็บก็เจ็บ เรามีรูปให้ดู
ซิลิโคนต้นเหตุ
ซิลิโคนอันใหม่
จากนั้น คุณหมอก็ทาบๆเหลาๆซิลิโคนตามปกติ แต่คราวนี้ทีไม่ปกติคือ เราบอกคุณหมอว่าไม่เอาหยดน้ำแล้วนะค่ะ ฮ่าๆ เข็ดไปเลย คุณหมอก็ให้เราดูทรง ว่าพอใจหรือยัง อ่อลืมบอกซิลิโคนที่เราเลือกเป็นอย่างดีของอเมริกานิ่มมาก ไม่ใช่ซิลิโคนสำเร็จรูป เพราะฉะนั้นคุณหมอต้องเหลาตามทรงจมูกค่ะ พอคุณหมอเหลาได้รูปแล้วทีนี้ก็เริ่ม ใส่กระดูกหลังหูกับไขมัน จากนั้นก็ใส่ซิลิโคนที่เหลาเสร็จตามลำดับ ไปจนถึงเย็บปิดแผล ขั้นตอนนี้ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมงครึ่งเพราะระหว่างแก้คุณหมอขูดเอาพังพืดกับฟิลเลอร์ที่หลงเหลืออยู่ออกให้ด้วย รวมระยะเวลาทั้งหมดที่ทำ เกือบ สามชั่วโมง หลายคนสงสัยว่าช้ำไหม ช้ำค่ะ แต่ไม่ถึงกับมากเพราะปกติเบลล์ไม่ใช่คนที่ช้ำง่ายอยู่แล้ว แต่เบลล์ก็ใส่แมสปิดตลอด เวลาทำงานหรือออกไปไหนก็ใส่แมส ต้องยอมแลกค่ะ เพราะเราเลือกที่จะแก้แล้ว เราต้องอดทน สตองค่ะ สตอง พอแก้เสร็จก็เป็นแบบนี้ค่ะ
หลังทำเสร็จทันที
หลังจากทำได้ 1 วัน
แผลที่หลังหูหายไวมาก
วันที่ 4 จมูกเริ่มหายบวมละ
หลังจากตัดไหมแล้ว
เริ่มถ่ายรูปได้
สรุปโดยรวมหลังจากแก้ครั้งที่สองนะค่ะ
ยิ้มได้ละค่าาาา
ที่มาเขียนรีวิวนี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาก เห็นอ่านมาหลายกระทู้แล้ว กระทู้พลีชีพ กระทู้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ถึงเวลาตัวเองพลีชีพบ้าง ฮ่า ก็อยากมาแชร์ประสบการณ์ค่ะ เผื่อเป็นแนวทาง เป็นอุทาหรณ์ให้กับคนที่กำลังมีปัญหา หรือสนใจคิดจะเสริมจมูก ส่วนตัวเบลล์แก้จมูกมาครั้งที่สองละ โชคดีมาเจอคลินิกที่ดีก่อนคลินิกอยู่เชียงใหม่ ชื่ออีสต์คลินิก มีหลายสาขา เบลล์ทำกับหมอผู้ชาย สาขาคันคลองชลประทานตรงข้ามโรงแรมเชียงใหม่ภูคำนะค่ะ ยังไงลองโทรสอบถาม 053223339 ก็ฝากขอบคุณทางคลินิกผ่านทางนี้เลยละกันนะค่ะ พี่ๆทุกคนรวมถึงคุณหมอดูแลดีมาก สุดท้ายก็ขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ติดตามมาถึงตรงนี้ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้มานั่งเขียนรีวิว ฮ่าๆ ขอให้เพื่อนๆทุกคนโชคดีค่ะ ไว้ครั้งหน้าถ้าเบลล์ไปทำอะไรมาอีกจะมาเขียนรีวิวใหม่นะค่ะ
กระทู้เพิ่มเติมหมวดหมู่เดียวกัน
- คือคัมภีร์ฉบับรวบยอดที่ควรรู้ ทำศัลยกรรมให้ราบรื่นและเห็นผลลัพธ์ไวที่สุดแบบไหนดี
- อาหารที่ควรเลี่ยงในช่วง ทำศัลยกรรม (ก่อนและหลังผ่าตัด)
- ทรงจมูก ญดา นริลญา เสริมจมูกกับคุณหมอเชาว์ Showtime Clinic รึเปล่า? ทำไมแฟนคลับถึงพูดถึงเยอะ เผยลุคละมุนที่หลายคนเอาเป็น reference
- แก้ปัญหาหนังตาหย่อนคล้อยตามวัย น้าโย่ง เชิญยิ้ม เผยช่วยให้แววตาสดใสและทำงานหน้ากล้องได้มั่นใจ กับ BJH Bangkok
- ดูดไขมันเหนียง