ที่มา: bangmodaesthetic.com

ริ้วรอยความเหี่ยวย่นตามแนวหน้าผาก และระหว่างคิ้ว เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการแสดงสีหน้าทางอารมณ์ เช่น การขมวดคิ้ว การขาดการบำรุงที่ดีอย่างสม่ำเสมอ มลภาวะสิ่งแวดล้อม อาหารการกิน รวมถึง ความเสื่อมสภาพของผิวโดยธรรมชาติตามกาลเวลา เมื่ออายุมากขึ้น การแก้ไขสามารถทำได้หลากหลายวิธีเช่น การฉีด Botox, การร้อยไหม, การฉีดสารเติมเต็ม หรือการศัลยกรรม ดึงหน้าผาก

แม้จะมีวิธีการต่าง ๆ ช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอย และความหย่อนคล้อยของผิวหน้า ไม่ว่าจะเป็น การฉีด Botox, การร้อยไหม, การฉีดสารเติมเต็ม หรือ Filler, Thermage, HIFU แต่สุดท้ายก็จะพบว่า วิธีเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ริ้วรอยบนหน้าผากลดลงได้มากอย่างที่ใจคิด และผลที่ได้ไม่ถาวร สุดท้ายใบหน้าก็ยังเกิดริ้วรอยอยู่ดี ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เช่น การร้อยไหม จะมีระยะเวลาเพียง 1 – 2 ปี ก็ต้องไปร้อยใหม่เรื่อยๆ เช่นเดียวกับ Botox ที่มีระยะเวลา 6-8 เดือนก็ต้องฉีดใหม่ เป็นต้น

ดังนั้น การศัลยกรรมดึงหน้า จึงถือเป็นวิธีการที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการรักษาริ้วรอย ความเหี่ยวย่น ซึ่งการศัลยกรรมดึงหน้าผาก เป็นการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาหลัก 2 ด้าน คือ

  1. การแก้ไขปัญหาริ้วรอยยักคิ้ว ซึ่งเป็นริ้วรอยลักษณะตามแนวขวาง บริเวณหน้าผาก
  2. การแก้ไขปัญหาริ้วรอยการขมวดคิ้ว ซึ่งเป็นริ้วรอยตามแนวตั้งระหว่างคิ้ว

สำหรับการศัลยกรรม ดึงหน้าผาก มี 2 วิธีหลักคือ

เทคนิคการส่องกล้อง และเทคนิคการตัด โดยวิธีการส่องกล้องมีข้อดีคือ แผลเล็ก เนื่องจากเจาะรูเพียง 3-5 รู บริเวณเหนือไรผม โดยการเซาะและดึงหน้าผากขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยบนหน้าผากไม่มาก เพราะไม่ได้ตัดส่วนที่เกินออกแล้วดึงผิวหนัง

ส่วนวิธีการตัด ถือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากวิธีนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาริ้วรอยในผู้ที่มีปัญหามาก ต้องการแก้ไขความหย่อนคล้อยมากๆ และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน เพราะผิวหนังที่ย่นจะถูกตัดออก ด้านแผลผ่าตัดจะถูกซ่อนอยู่บริเวณไรผมด้านบน ซึ่งสุดท้ายจะมองไม่เห็นรอยแผล

ทั้งนี้ ในคนไข้ที่ดมยาสลบ จะทำการนอนพักฟื้น 1 วัน หลังทำการแผลผ่าตัด เพื่อความปลอดภัย ส่วนผู้ที่ฉีดยาชาในการผ่าตัด สามารถกลับบ้านได้เลย โดยหลังการผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์ จะต้องเข้ามาพบแพทย์ เพื่อทำการตัดไหม

ด้านการดูแลหลังการผ่าตัด การศัลยกรรมดึงหน้าผากเหมือนการศัลยกรรมทั่วไป คือ จะมีอาการบวมแดงในช่วง 2-3 วันแรก ดังนั้น คนไข้ต้องนอนยกหัวสูง ประคบเย็น ก็จะช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้น และอย่าเพิ่งให้แผลโดนน้ำ หลังจากนั้น อาการบวม แดงจะค่อยๆ ยุบลงตามธรรมชาติ ประมาณ 1 สัปดาห์ แผลผ่าตัดจะเริ่มเข้าที่ ซึ่งการศัลยกรรมหน้าผากจะบวมไม่มาก แต่สิ่งสำคัญ คือ การดูแลแผลหลังผ่าตัดต้องทำให้ดี ตามคำแนะนำของแพทย์

“มั่นใจยิ่งกว่า ที่โรงพยาบาลบางมด”


ปรึกษาปัญหาความงามเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทรศัพท์ : 0-2867-0606 ต่อ 1200 , 084-456-7777 , 063-770-0968 , 062-257-5499
Website : www.bangmodaesthetic.com
Facebook : www.facebook.com/Bangmodaestheticcenter
LINE ID : @bangmod
Instagram : bangmodaesthetic
YouTube : http://www.youtube.com/user/bangmodhos

เพิ่มเพื่อน

เรื่องน่าสนใจ