ประโยชน์สุดล้ำ ของเทคโนโลยีความงามที่ชื่อ ULTHERAPY  ที่แม้จะเปิดตัวมานานตั้งแต่ปี 2008 แต่ทรีตเมนต์ยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ หรือที่เรียกติดปากว่า Ulthera (อัลเทอร่า) ก็ยังคงเป็นเทคโนโลยีล้ำหน้า ที่ได้รับการรับรองโดย FDA จากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าสามารถยกกระชับผิวหย่อนคล้อยได้อย่างเป็นธรรมชาติและเห็นผลเร็ว 

 

ประโยชน์สุดล้ำ
ภาพจาก laser-clinique.com

 

โดยเทคโนโลยีตัวนี้ จะเน้น 4 จุดสําคัญได้แก่ คิ้ว คาง คอ และเนินอก ผลลัพธ์จะยิ่งเห็นชัดขึ้นเมื่อทําไปได้ประมาณ 1 เดือน และจะอยู่ได้นาน ประมาณ 10-12 เดือนเลยทีเดียว

จุดเด่น
การส่งคลื่นเสียงลงไปช่วยแก้ปัญหาจุดกําเนิดของริ้วรอยและความหย่อนคล้อยอย่างแม่นยํา และถึงชั้นลึกที่สุด โดยใช้เวลาไม่นาน (ประมาณ 1-2 ชั่วโมง) เห็นความเปลี่ยนแปลงทันทีประมาณ 30% และจะเห็นผลเต็มที่เมื่อผ่านไปประมาณ 1-3 เดือน เพราะผิวมีการซ่อมแซมและฟื้นฟูจากภายใน สังเกตได้ว่าพื้นผิวเนียน ละเอียดขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลง ใบหน้าดูกระชับได้รูปสวยเป็นธรรมชาติ สําหรับคนที่มีคางสองชั้น เครื่องนี้จะช่วยสลายไขมันและเสริมสร้างความกระชับไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ระหว่างทําอาจรู้สึกเจ็บบ้าง หลังจากนั้นอาจมีอาการเสียวแปลบและมีรอยแดง แต่โดยรวมแล้วไม่มีรอยบวมช้ำให้เห็นเด่นชัด สามารถแต่งหน้ากลับไปทํากิจกรรมอื่นต่อได้เลย


 

ประโยชน์สุดล้ำ
ภาพจาก laser-clinique.com

 

เหมาะกับใคร?
คนที่เริ่มมีริ้วรอยถาวรปรากฏ พื้นผิวเริ่มหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง รวมทั้งผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย ทําให้เห็นเป็นรอยร่องแก้ม หางตาตก ใบหน้าโดยรวมจึงดูเหนื่อย และไม่สดใส นอกจากนี้ ยังเหมาะสําหรับผู้ที่มีปัญหาคางสองชั้น หรือแนวกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด ทําให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น

หลักการทํางาน
เครื่องมือจะปล่อยพลังงานคลื่นเสียง อัลตราซาวด์ความถี่สูงลงไปยังจุดหมายที่ต้องการให้ยกกระชับ โดย พลังงานจะถูกเปลี่ยนเป็นความร้อน อุณหภูมิประมาณ 65-75 องศาลง เป็นจุดเล็กๆ ทําให้เกิดรอยหดตัว ผิวจึงกระชับขึ้นและทําหน้าที่กระตุ้น เซลล์ไฟโบรบลาสต์ซึ่งเป็นเซลล์หลัก ที่สร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ขึ้นมาใหม่ รวมทั้งช่วยซ่อมแซม คอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพด้วย

หลังทำ Ulthera ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
เราสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเลยค่ะ หลังทำทรีทเมนท์ตัวนี้ก็ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นแต่อย่างใด แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการโดนแดดนานๆ และหลังจาก 1 สัปดาห์ ก็สามารถทำเลเซอร์ตัวอื่นๆ หรือทำทรีทเม้นท์ต่อได้เลย ที่สำคัญ ไม่ควรสัมผัสผิวหน้าแรงๆ เพราะอาจทำให้ผิวเกิดการระบมได้ หากมีอาการบวมแดงที่ใบหน้า ก็ให้ใช้วิธีประคบเย็น จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้

••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

นอกจากนี้ บนเครื่องมือจะมีหน้าจอ ให้เห็นภาพสามมิติของชั้นผิวหนัง ของคนไข้ ทําให้แพทย์สามารถ กําหนดจุดเป้าหมายที่จะปล่อย พลังงานลงไปแก้ไขได้อย่างแม่นยํา 

 

เนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ