ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์

ปิดฉากคดี “ซานติก้าผับ” หลัง ยืดเยื้อมากว่า 6 ปี ศาลฎีกาสั่งจำคุก “เสี่ยขาว” วิสุข เสร็จสวัสดิ์ ผู้บริหารซานติก้าผับ และนายบุญชู เหล่าสีนาท กรรมการผู้มีอำนาจ บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. รับจ้างติดเอฟเฟกต์ คนละ 3 ปี ปรับ บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. ฐานะนิติบุคคลอีก 2 หมื่นบาท ทั้งให้ชดใช้โจทก์ร่วมที่บาดเจ็บ-เสียชีวิต อีก 5.12 ล้านบาท ก่อนนำจำเลยบุคคลขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯทันที

EyWwB5WU57MYnKOuXogi58U9mYnkc4pyhUiA2SYAUmkMp5U0RztPv3

ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ที่พนักงานอัยการและผู้เสียหาย รวม 57 ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องนายวิสุข เสร็จสวัสดิ์ หรือเสี่ยขาว กรรมการผู้จัดการ บ.ไวท์ แอนด์ บราเธอร์ส (2003) จก. ผู้บริหารซานติก้าผับ จำเลยที่ 1 นายธวัชชัย ศรีทุมมา ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการ จำเลยที่ 2 นายพงษ์เทพ จินดา ผจก.ฝ่ายบันเทิง จำเลยที่ 3 นายวุฒิพงศ์ ไวลย์ลิกรี ผจก.ฝ่ายการตลาด จำเลยที่ 4 นายสราวุธ อะริยะ นักร้องวงเบิร์น ผู้จุดพลุไฟ จำเลยที่ 5 บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. รับจ้างติดตั้งการทำเอฟเฟกต์ ซานติก้าผับ จำเลยที่ 6 และนายบุญชู เหล่าสีนาท กรรมการผู้มีอำนาจ บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. จำเลยที่ 7 ในความผิดฐานทำให้เกิดเพลิงไหม้เป็นอันตรายกับชีวิตผู้อื่น ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและข้อหาอื่นๆ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.51-1 ม.ค.52 พวกจำเลยจัดการแสดงดนตรี รวมทั้งการแสดง แสง สี เสียง ในโอกาสวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ภายในตัวอาคารซานติก้าผับ ถนนเอกมัย ภายในตัวอาคารไม่มีป้ายบอกทางหนีไฟและไม่ได้ติดตั้งไฟฉุกเฉินเพียงพอที่จะส่องสว่างให้ลูกค้าเพื่อหลบหนีออกจากตัวอาคาร ทั้งยังเปิดให้บริการลูกค้าเกินขีดจำกัดรับ จำเลยที่ 5 จุดพลุไฟที่บริเวณหน้าเวทีจนเกิดเพลิงลุกไหม้ขึ้นที่เพดานเวทีและภายในตัวอาคารเป็นเหตุให้ลูกค้าเสียชีวิต 67 ราย บาดเจ็บสาหัส 45 คน เป็นอันตรายแก่กาย 72 คน จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกเสี่ยขาว จำเลยที่ 1 และนายบุญชู เหล่าสีนาท จำเลยที่ 7 คนละ 3 ปี และปรับ บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. จำเลยที่ 6 เป็นเงิน 20,000 บาท ให้จำเลยที่ 6 กับจำเลยที่ 7 ร่วมกันชดใช้โจทก์ร่วมที่ 4-8 ที่บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เป็นเงิน 8.7 ล้านบาท ส่วนจำเลยที่ 2-5 ยกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ให้จำคุกจำเลยที่ 7 เป็นเวลา 3 ปี ปรับ บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก.จำเลยที่ 6 เป็นเงิน 20,000 บาท และให้จำเลยที่ 6 กับจำเลยที่ 7 ชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 4-8 ที่บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เป็นเงิน 8.7 ล้านบาท ต่อมาโจทก์ยื่นฎีกาขอให้พิพากษาลงโทษนายวิสุข หรือเสี่ยขาว จำเลยที่ 1 ขณะที่ บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. จำเลยที่ 6 และนายบุญชู กก.บ.โพกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. จำเลยที่ 7 ยื่นฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่าหตุเพลิงไหม้เกิดจากดอกไม้เพลิงของนายบุญชู กก.บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. จำเลยที่ 7 โดย บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก.จำเลยที่ 6 เป็นนิติบุคคล นายบุญชู กรรมการบริษัท จำเลยที่ 7 เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนจึงถือว่าเป็นการกระทำของจำเลยที่ 6 ด้วย การกระทำของจำเลยที่ 7 เป็นความผิดอาญากระทำโดยประมาท จำเลยที่ 6 ต้องรับโทษเช่นกัน

ส่วนนายวิสุข จำเลยที่ 1 แม้ไม่มีชื่อเป็นผู้แทน บ. ไวท์ แอนด์ บราเธอร์ส (2003) จก. ที่เป็นเจ้าของร้าน แต่เป็นผู้บริหารร้านเกิดเหตุและไม่ได้จัดให้มีระบบความปลอดภัยเพียงพอที่จะระบายคนออกให้ทันเหตุการณ์ เมื่อมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจึงเป็นการกระทำโดยประมาท ให้จำคุกเป็นเวลา 3 ปี ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนนายบุญชู กก.บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก. จำเลยที่ 7 พิพากษายืนให้จำคุก 3 ปี และปรับ บ.โฟกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จก.จำเลยที่ 6 เป็นเงิน 20,000 บาท ให้จำเลยที่ 6 กับจำเลยที่ 7 ร่วมกันชดใช้โจทก์ร่วมที่ 4-8 ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต เป็นเงิน 5,120,000 บาท พร้อมออกหมายขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯทันที

เรื่องน่าสนใจ