พิษศัลยกรรมดาราเกาหลี “เอมี” ผ่าตัด 5 รอบแก้อาการเซลล์หนังหน้าตาย

 

 

amee

ดาราสาวชาวเกาหลีใต้ เอมีที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวต่อเนื่อง ได้ให้สัมภาษณ์เปิดเผยถึงปัญหาเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมของตัวเอง ซึ่งเป็นที่มาของการใช้ยากล่อมประสาทผิดกฎหมาย ก็เพราะเธอมีปัญหาเรื่องเซลผิวหนังตาย หลังทำศัลยกรรมเสริมความงาม

หลังตกเป็นข่าวอื้อฉาวต่อเนื่อง ในประเด็นการใช้ยากล่อมประสาทที่ต้องได้รับการควบคุมโพรโพฟอลโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดาราสาว เอมี ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับรายการ Good Day ของ MBC เพื่อเปิดเผยถึงสาเหตุที่เธอต้องใช้ตัวยาดังกล่าว ว่ามาจากผลของการผ่าตัด หลังเกิดความผิดพลาดในการทำศัลยกรรม

       “ฉันมีปัญหาจากอาการเซลล์ผิวหนังตายค่ะ เป็นผลกระทบจากการทำศัลยกรรม ที่ทำให้ต้องผ่าตัดแก้ไขถึง 5 ครั้งภายใน 2 เดือนเลย” เอมี กล่าวในรายการถึงปัญหาที่เธอต้องเผชิญมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เธอยังกล่าวอย่างเจ็บใจว่า ไม่เคยมีสื่อสำนักใดที่สนใจในเรื่องราวพวกนี้เลย ทุกคนเอาแต่พุ่งประเด็นไปที่เรื่องเงิน และความสัมพันธ์ของเธอกับอัยการหนุ่มเท่านั้น “ฉันรู้สึกโกรธมากค่ะ คนรอบๆ ตัวพยายามบอกว่าอย่าพูดเรื่องนี้ออกไปเลย แต่ถ้าฉันไม่พูดแล้วใครจะมาพูดแทนล่ะค่ะ”

เอมี ถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากการใช้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์กล่อมประสาทโพรโพฟอลโดย ไม่ได้รับการรับรองจากแพทย์ ซึ่งเธออ้างว่าเพียงใช้ยาตัวดังกล่าว เพื่อลดอาการเจ็บปวดจากการทำศัลยกรรมเท่านั้น

  อย่างไรก็ตาม ระหว่างดำเนินคดี ที่เธอถูกศาลสั่งให้มีความผิด ดาราสาวและพนักงานอัยการที่เป็นผู้ยื่นเรื่องสั่งฟ้องเธอได้พัฒนาความ สัมพันธ์ระหว่างกันขึ้นมา จนกลายเป็นการคบหากันในที่สุด และเกิดข้อกล่าวหาว่าเขาได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่การงาน ไปกดดันให้คลินิกที่ผ่าตัดศัลยกรรมให้กับ เอมี ให้ทำการผ่าตัดรักษาแก้ไขผลกระทบจากการทำศัลยกรรมโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และยังจ่ายเงินค่าเสียให้มาให้ก่อนหนึ่งด้วย ไม่เท่านั้นยังมีข่าวว่า เอมี ได้รับเงินประมาณ 100 ล้านวอนจากพนักงานอัยการรายนี้ด้วย
       
       โดยเธอได้อธิบายว่าสิ่งที่อัยการหนุ่มทำนั้น ก็คือความพยายามที่จะช่วยเหลือเธอในฐานะแฟนหนุ่มเท่านั้น เอมี ยังเล่าว่าเธอบอกพ่อกับแม่ถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอัยการหนุ่มแล้ว ซึ่งพ่อของเธอก็ชมเขาว่าเป็นคนเข้มแข็ง และหวังว่าเขาจะสามารถดูแลเธอได้

ดาราสาวยังพูดถึงข่าวที่เธอเขียนข้อความในอินเทอร์เน็ตว่าอยากตาย จนเพื่อนเป็นห่วงกันมาก ถึงกับโทรศัพท์ไปแจ้งเรื่องกับตำรวจ ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ตอนนี้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านกับแม่แล้ว ทุกคนจะได้หายห่วง และไม่ต้องวิตกกังวลกันอีก

 

ขอบคุณที่มา http://www.manager.co.th/

เรื่องน่าสนใจ