ภาวะอกบุ๋ม ความผิดปกติทางร่างกาย ที่ถึงแม้ว่าจะอยู่ในร่มผ้าแต่ก็ทำให้หมดความมั่นใจได้เช่นกัน หากเป็นหนุ่ม ๆ ก็คงไม่มีความมั่นใจเวลาที่จะต้องถอดเสื้อต่อหน้าเพื่อน ๆ หรืออวดหุ่นดี ๆ แบบหนุ่ม ๆ สมัยนี้นิยมกัน ซึ่งภาวะอกบุ๋มนี้ คือภาวะของทรวงอกที่มีการผิดรูป ซึ่งเกิดจากการเจริญผิดทิศทางของกระดูกอ่อนซี่โครง อาการมักจะปรากฏให้เห็นตอนโต ในช่วงที่ย่างเข้าวัยรุ่น (จึงไม่รู้แน่ชัดว่าภาวะนี้ เป็นมาตั้งแต่เกิด หรือเพิ่งมาเป็นตอนโต) มีคนไข้เพียงบางรายเท่านั้น ที่อาการเห็นได้ตั้งแต่เล็กๆ คือตั้งแต่ที่มีอายุเพียงไม่กี่เดือนก็มี

ภาวะอกบุ๋ม
ภาพจาก ghschildrens.org

 

นอกจากความผิดปกติที่มองเห็นได้จากภายนอก ภาวะนี้มักไม่มีความผิดปกติอะไรที่ชัดเจนนักกับระบบภายในของร่างกาย อาจจะมีบ้างคือกระดูกหน้าอกที่บุ๋มลงไป อาจจะไปเบียดหัวใจ ทําให้หัวใจเกิดความบกพร่องในการบีบตัวบ้างเล็กน้อย หรืออาจจะทําให้การขยายตัวของปอดผิดปกติไปบ้าง (ซึ่งสามารถให้แพทย์ตรวจดูได้) แต่ที่กระทบแน่ๆ คือความมั่นใจ โดยเฉพาะที่เป็นผู้ชาย (ภาวะนี้จะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงถึง 3 เท่า) เพราะหน้าอกที่ดูบึกบึน สมส่วน เป็นส่วนที่ช่วยเสริมบุคลิกภาพให้กับพวกเขาได้อย่างมาก

ภาวะอกบุ๋ม
ภาพจาก wikipedia.org

ปัจจุบัน วิวัฒนาการในการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก มีการทําผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะอกบุ๋มด้วยการส่องกล้อง (Nuss Procedure) ซึ่งนอกจากจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกว่าวิธีการผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่ทํากันอยู่ในอดีตแล้ว ยังทําให้เกิดความบอบช้ำ และผลข้างเคียงจากการผ่าตัดน้อยกว่ามาก ในส่วนของผลกระทบที่เกิดจาก ภาวะอกบุ๋ม ในคนไข้บางรายอาจจะมีผลกระทบกับหัวใจและปอดในระดับมากเลยก็มี ซึ่งบุคคลเหล่านี้ จําเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษา แต่ก็เป็นส่วนน้อย อาการที่พบได้ เช่น มีการเหนื่อย บางคนมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณหน้าอก เพราะกระดูกที่ผิดรูป เนื่องจากที่เกาะของกล้ามเนื้อกระดูกมีการผิดรูป หรือผิดทิศทาง จึงส่งผลให้เมื่อออกกําลังกายที่ต้องใช้กล้ามเนื้อบริเวณทรวงอก เช่น ว่ายน้ำ ตีแบต จะทําให้เกิดอาการเจ็บของกล้ามเนื้อได้ 

ภาวะอกบุ๋ม
ภาพจาก ctsnet.org

กระบวนการในการรักษา
ปัจจุบัน การผ่าตัดที่เป็นวิธีที่มาตรฐาน จะใช้กล้องใส่เข้าไปในช่องอก เพื่อดูในส่วนของกระดูกที่ยุบตัว และจะมีเครื่องมือชุดหนึ่ง เลาะระหว่างกระดูกกับหัวใจสอดเข้าไปเพื่อที่จะทําทางให้ แล้วจึงใส่แถบโลหะ (ซึ่งเป็นสเตนเลสสตีล) เพื่อไปดันกระดูกที่ยุบตัวขึ้นมา 
โดยอาศัยหลักการของการดีด การงัด ซึ่งจะไม่ทําให้กระดูกหัก เพราะกระดูกอ่อนจะมีการปรับตัวยืดหยุ่นได้ โดยแพทย์จะยกกระดูกขึ้น โดยอาศัยความยืดหยุ่นของกระดูกอ่อน ซึ่งจะปรับสภาพตัวของมันเองได้ เปรียบได้กับการดัดไม้ ซึ่งดัดที่เดียวก็สามารถตรงขึ้นมา หลังจากใส่แถบโลหะเข้าไปแล้ว เราต้องคาแถบโลหะที่ดันกระดูกเอาไว้อย่างนั้นก่อนอย่างน้อย 2-3 ปี แล้วจึงค่อยมาผ่าออก (การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ จะมีแผลผ่าตัดอยู่ด้านข้างซ้ายและขวา เป็นแผลในแนวนอน ความยาวประมาณ ข้างละ 4-5 ซม.)

ภาวะอกบุ๋ม
ภาพจาก pedsurg

ขั้นตอนในการผ่าตัด
เตรียมผู้ป่วยก่อนที่จะดมยาสลบ จะมีการให้ยาระงับปวด โดยการฉีดเข้าไปที่ไขสันหลัง (การบล็อคหลัง) ด้วยการใส่ท่อนํายาเส้นเล็กๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 มม. เข้าไปในโพรงไขสันหลัง (ท่อนี้จะใส่ไว้ในช่วงที่ทําการผ่าตัด และ 2-3 วันหลังผ่าตัด) คือจนกว่าเราจะไม่ปวด หลังจากใส่ท่อเพื่อให้ยาระงับปวดแล้ว จึงถึงขั้นตอนของการดมยาสลบ โดยแพทย์จะสอดท่อเข้าไปทางปาก เพื่อให้ยาเข้าไปในหลอดลม (ตอนสอดท่อ เราจะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะแพทย์จะให้ยานอนหลับไปก่อนแล้ว) เราก็จะอยู่ในท่านอนหงาย มีการสอดท่อช่วยหายใจ หลังจากเราสลบเรียบร้อยแล้ว จึงเริ่มทําการผ่าตัด แพทย์จะใช้ยาฆ่าเชื้อโรคทําความสะอาดบริเวณทรวงอก ตั้งแต่คางจนถึงระดับสะดือ แล้งลงแผลผ่าตัดทั้งสองข้าง ทั้งซ้ายและขวา (ความยาว 4-5 ซม.) จากนั้นจึงมีการสอดกล้องเข้าไปในแผลด้านขวา เพื่อดูว่าจุดที่ต่ำสุดจากภายใน อยู่ตรงไหน หลังจากนั้น จะใส่เครื่องมือที่เรียกว่าตัวนําไปก่อน เพื่อทําให้เกิดช่องทาง คือทําให้เป็นอุโมงค์ระหว่างกระดูกอกส่วนที่ยุบกับหัวใจ

ภาวะอกบุ๋ม
ภาพจาก link.springer.com

จากนั้น แพทย์จะสอดแถบโลหะ (ซึ่งจะใช้ดัดกระดูก) ผ่านเข้าไปแล้ว จึงทําทางโดยการใช้เชือกผูกสายออกมา เพื่อเป็นตัวกํากับเส้นทางว่าจะให้ไปทางไหน เสร็จแล้วจึงเอาด้ายนั้นผูกไว้กับโลหะ แล้วจึงหมุนโลหะทั้งสองข้างให้ดันกระดูกขึ้นมา โดยการหมุนเป็นการใช้หลักการของคานดีดคานงัด ซึ่งจะดันกระดูกขึ้นมาได้ แล้วจึงเย็บตรึงขาของโลหะทั้งสองข้างไว้กับกล้ามเนื้อ แล้วเย็บปิดแผล แถบโลหะนี้จะอยู่ด้านในตัวเรา จะไม่โผล่ออกมาจากร่างกายให้เห็นได้จากภายนอก (ปิดสนิทหมดทุกอย่างไม่มีอะไรน่าเกลียด) มีแค่แผลเล็กๆ สองข้างเท่านั้น

ภาวะอกบุ๋ม
ภาพจาก jtd.amegroups.com

ผลลัพธ์ที่ได้
ทรวงอกจะเต็มสมบูรณ์ขึ้น ตามที่ควรจะเป็น ส่วนจะได้กี่เปอร์เซ็นต์นั้น แล้วแต่คนไข้แต่ละรายด้วย เพราะคนไข้บางราย กระดูกสองข้างยุบไม่เท่ากัน เนื่องจากเวลาดัน ต้องดันขึ้นมาทั้ง 2 ข้าง ในคนกลุ่มนี้จะทํายาก โอกาสที่จะหาย 100 เปอร์เซ็นต์แทบจะไม่มี อาจจะได้ประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ความแข็งของกระดูกด้วย

ความเสี่ยง และความคุ้มค่าจากการผ่าตัด
เนื่องจากการผ่าตัด ต้องมีการสอดโลหะเข้าไประหว่างกระดูกกับหัวใจ ซึ่งตรงนั้นเป็นช่องที่แคบมาก ตรงนั้นเองที่อาจจะเป็นความเสี่ยง ที่อาจเกิดอันตรายที่รุนแรงได้ คือทําให้เกิดการทะลุของหัวใจ ทําให้หัวใจเกิดการฉีกขาด การผ่าตัดจะคุ้มค่าหรือไม่ แพทย์อาจจะไม่สามารถตอบได้ เราอาจจะต้องใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเอง ความเสี่ยงนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่น้อยมาก คือไม่เกินร้อยละ 1 แต่ความเสี่ยงที่ไม่รุนแรงเช่นเดียวกับการผ่าตัดทั่วไป เช่น แผลติดเชื้อ แผลแยก อันนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้ หรือหลังจากใส่ไปแล้ว แผ่นโลหะอาจมีโอกาสเคลื่อนได้ ถ้าเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้ แล้วพิจารณาดู เพื่อแลกกับความสมบูรณ์ของรูปร่าง ก็อาจจะคุ้มค่า ถ้ามองในแง่ของความสวยงามอย่างเดียว แต่ถ้ามองในด้านของการทํางานของหัวใจ และปอดที่ผิดปกติ การผ่าตัดยังไงก็คุ้มค่า

ภาวะอกบุ๋ม
ภาพจาก semanticscholar.org

ผลข้างเคียงและการดูแลตัวเอง
ภายหลังการผ่าตัด ในช่วง 3 เดือนแรกหลังการผ่าตัด ควรงดออกกําลังกาย งดแบกของหนัก ไม่ควรเล่นเวท อาจจะจ๊อกกิ้งเบาๆ ได้ เดินเร็วๆ ได้ เพราะในช่วงนี้โลหะจะยังไม่แน่พอ ส่วนผลข้างเคียงอื่นๆ จะเหมือนการผ่าตัดทั่วไป มักจะมีการเจ็บมากอยู่ราวๆ 2 สัปดาห์ หลังจาก 2 สัปดาห์ไปแล้ว ก็จะมีอาการเจ็บบ้างเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากโลหะที่ดามไว้ ในการเย็บยึดติดกับเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ กล้ามเนื้อทรวงอก เป็นเนื้อที่อ่อน ซึ่งมีโอกาสที่จะฉีกขาดได้ ดังนั้น ในช่วงเวลาหลังผ่าตัด 2-3 ปี หรืออาจจะนานถึง 4 ปี ในผู้ใหญ่ ที่ยังมีการใส่แถบโลหะอยู่ ก็ไม่สามารถเล่นกีฬาที่หนักๆ ได้ โดยเฉพาะกีฬาที่เล่นเป็นทีม หรือกีฬาชนิดที่ต้องมีการกระแทกตัวกัน เพราะอาจส่งผลให้แถบโลหะเคลื่อนได้ แต่กีฬาที่ไม่มีการกระทบกระทั่ง และไม่ต้องใช้การเหวี่ยง หรือการออกแรงบริเวณนั้นมาก สามารถเล่นได้ตามปกติ 

………………………………………….

โลหะที่ใช้ทําทั้งชุด ในระยะแรกๆ ที่ทํา ต้องสั่งนําเข้าจากต่างประเทศ มีค่าใช้จ่ายสูง ไม่รวมค่าผ่าตัด และค่านอนรพ. (แต่ถ้าใช้สิทธิ์โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะจ่ายเฉพาะค่าเหล็กที่เป็นส่วนเกิน (ที่สิทธิ์นี้ไม่ครอบคลุม) แต่ในปัจจุบัน ในประเทศไทยได้มีการพัฒนาโลหะขึ้นมาใช้เอง โดยปรับปรุงจากของต่างประเทศ ราคาจึงลดลงจากเดิมมากค่ะ

 

เนื้อหาโดย Dodeden.com

เรื่องน่าสนใจ