ที่มา: Springnews

วันที่ 19 เม.ย. 58 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Pantip ได้มีการแชร์กระทู้ “เชื้อโรคจากการทานอาหาร จนต้องเสียขาภายใน 3 วัน[18+]” จากสมาชิกหมายเลข 2217974 

โดยเนื้อหาภายในกระทู้เป็นการแชร์ประสบการณ์ พร้อมอยากเตือนให้ระวัง หากจะรับประทานอาหาร โดยเจ้าของกระทู้ได้ระบุว่า 

“อยากมาแชร์ประสบการณ์ให้อ่านกันค่ะ ตอนนี้คุณพ่อของฉันได้นอนอยู่ไอซียู โดยต้องเสียขาไปข้างนึง เพื่อรักษาชีวิตไว้ โรคนี้มาจากการทานอาหารที่มีเชื้อตัวนี้อยู่ เชื้อตัวนี้จะทำให้ปวดขามาก และทำให้เซลล์ตายไวมากๆ จนคาดไม่ถึง ตอนแรกที่คุณหมอคิดไว้ ว่าเป็น “เชื้อวิบริโอ” แต่ผลตรวจเลือดออกมาแล้วว่าไม่ใช่ แต่เป็น “อีโคไลในกระแสเลือด”

วันที่มีอาการ คือวันที่ 15 เม.ย. 58 อาการเริ่มแรกที่คุณพ่อเป็นคือ ขาบวม จากนั้นจะปวดขามาก ปวดจนเดินไม่ได้ ตอนแรกนึกว่าเกิดจากการที่คุณพ่อเป็นโรคตับแข็งอยู่แล้ว เลยไม่ได้เอะใจอะไรมากมาย

คืนวันที่ 16 เม.ย. 58 ได้พาคุณพ่อส่ง รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง คุณพ่อมีอาการหายใจไม่ทัน น้ำตาลขึ้นจนเกือบช็อก เมื่อถึงรพ.คุณหมอให้ยาแก้ปวด ทั้งฉีดทั้งกินเยอะมาก แต่คุณพ่อก็ยังร้องขอยาอยู่ เพราะปวดมากๆ

เช้าวันที่ 17 เม.ย. 58 สีของเนื้อเริ่มเปลี่ยน ยังปวดมากเช่นกัน แต่เนื่องจากคุณพ่อเกล็ดเลือดน้อย ทำให้ไม่สามารถตัดได้ ต้องขอเลือดจากสภากาชาด 

106

บ่ายวันที่ 18 เมษา 58 สีของขาแย่มากๆและเริ่มลามขึ้นไปถึงท่อนขาบน และขาเริ่มไม่รู้สึกอะไรแล้ว เนื้อที่ขาเริ่มปริ จนเห็นเนื้อข้างใน ในที่สุดเลือดที่ขอมาถึงรพ.แล้ว คุณหมอรีบเปิดห้องผ่าตัดแล้วรีบตัดขาทันที

107

108

การตัดขาคุณหมอขอตัดต่ำกว่าเข่า โดยให้เหตุผลว่า หากมีชีวิตรอดจะได้ใส่ขาเทียมได้ แต่ตอนนี้ต้องรอดูอาการ ว่ายาฆ่าเชื้อได้ผลหรือไม่ เพราะที่ท่อนขาบน ยังมีเชื้ออยู่ ดังภาพที่เห็นคุณหมอบอกว่ารอลุ้นวันต่อวัน โอกาสเสี่ยงยังมีเพราะเชื้อตัดออกไม่หมด เชื้อตัวนี้มันลามไวมากใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน น่ากลัวจริงๆ เลยอยากให้ทุกๆคนช่วยกันแชร์ ว่ามันอันตรายจริงๆ สามารถฆ่าคนได้เพียงไม่กี่ชม.

อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัว เพราะเชื้อตัวนี้มาจากอาหารที่เราทาน ที่สำคัญ “น้ำแข็ง” ถ้าเราไปทานร้านข้างนอก ไม่จำเป็นอย่าทานเลยค่ะ ในตู้น้ำแข็ง เราไม่รู้เขาแช่อะไรลงไปบ้าง ทั้งของสด ผัก ฯลฯ และมันก็คลุกกันอยู่ในนั้น แล้วเรานำมาทาน หากภูมิคุ้มกันต่ำ เหมือนพ่อของฉัน โรคนี้ อาจทำร้ายคุณจนทำให้คุณพิการหรือเสียชีวิต มันไม่คุ้มหรอกค่ะ ไม่มีอะไรคุ้มเลย กับการทานอะไรที่เราอยากกินฝากด้วยนะคะ”

ซึ่งหลังจากกระทู้นี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีสมาชิกมาให้กำลังใจกันมากมาย พร้อมแชร์วิธีการรักษาให้แก่เจ้าของกระทู้

เรื่องน่าสนใจ