เนื้อหาโดย Dodeden.com

วันหยุดนี้ เพียงแค่ได้ออกไปหาจังหวะชีวิตของตัวเองในแต่ละช่วง ได้ซึมซับไปกับบรรยากาศโดยรอบ และเก็บความทรงจําของสิ่งต่างๆ ไว้ บันทึกเรียงร้อยเรื่องราวของการเดินทางดี ๆ เก็บไว้ ใครที่กำลังหาที่พักฟินๆ และมีแพลนว่าจะมาเที่ยวที่จังหวัดฉะเชิงเทราแบบค้างคืน (หรือไป-กลับ) แต่ไม่รู้ว่าจะไปนอนที่ไหนดี ตอนนี้ที่อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา เค้ามีโรงแรมที่เพิ่งเปิดใหม่ อารมณ์แบบวินเทจเอาใจคนยุค 90s’ ด้วยนะ 

ใช่เเล้วค่าาาา โรงแรมที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี่ก็คือ T Vintage Hotel นั่นเอง! ที่นี่คือโรงแรมที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา (ห่างจากเขตลาดกระบังแค่ 46 กิโลเมตรเท่านั้น) เดินทางก็ง๊ายง่าย ขับรถแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ ผ่านทางพิเศษบูรพาวิถี ก็ถึงเเล้วค่ะ 

 

นอกจากจะเป็นโรงแรมที่มีพื้นที่กว้างขวางเเล้ว ยังมีสไตล์การตกแต่งแบบย้อนยุค มีกลิ่นอายความเป็น Retro นิดๆ มาคุณพ่อคุณแม่มาพักยิ่งฟิน จะได้ย้อนรำลึกถึงวัยหนุ่มสาวกันสักหน่อย แต่ถ้าจะมาแบบเป็นคู่รัก ก็ยิ่งโรเเมนติกสุดๆ เพราะบรรยากาศแบบ Warm Tone ของที่นี่ชวนให้เคลิ้มเอาซะเหลือเกิน

 

การตกแต่งสไตล์ยุคเก่าๆ ที่เราพูดถึงนั้น จะสังเกตุเห็นได้ตั้งเเต่ประตูทางเข้า ไปยันของตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ทั้งตู้ โต๊ะ เก้าอี้ บานประตู บานหน้าต่าง ที่ส่วนใหญ่จะเป็นไม้สไตล์ Retro ทั้งนั้น (พาผู้ใหญ่มาพักผ่อนในช่วงวันหยุด รับรองว่าท่านจะต้องชอบแน่ๆ ค่ะ^^)

 

เมื่อเดินเข้ามาภายใน จะสัมผัสได้ถึงฟีลย้อนยุค ที่ดูยังไงก็แสนมีเสน่ห์ เหมือนได้ย้อนวัยกลับไปสมัยที่คุณแม่ยังเป็นสาว ที่บ้านเรือนในสมัยนั้นส่วนใหญ่เเล้วจะปลูกสร้างด้วยไม้ เย็นสบายแบบไม่ต้องเปิดแอร์ แอบมีความขลังของเฟอร์นิเจอร์แบบ Retro ที่บอกเลยว่า ถ้าได้แชร์รูปลงโซเชียล เพื่อนจะต้องเข้ามาถามแน่นอนว่าพักที่ไหนน่ะ เก๋จัง!

 

ในส่วนของห้องพักนั้น ที่นี่มีให้เลือกหลากหลายแบบค่ะ เจาะกลุ่มลูกค้าที่มาทั้งแบบเดี่ยว เป็นคู่ เป็นแกงค์ หรือมาแบบเป็นครอบครัว อย่างห้อง Superior Room ของที่นี่ ซึ่งมีเรทราคาถูกกว่า แต่ภายในห้องก็มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้อย่างครบครัน ทั้ง 2 เตียงเดี่ยว เหมาะกับคู่เพื่อนที่มาเที่ยวด้วยกัน มีพื้นที่นั่งเล่นชมวิวในตอนเช้า เครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ชงชา/กาแฟ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โต๊ะทำงาน ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) ฟรี เครื่องใช้ในห้องน้ำและเสื้อคลุมอาบน้ำเค้าก็มีให้ด้วยนะ (ราคานี้ บางที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวนะค้าาาา)

 

ส่วนห้อง Deluxe Room นั้น มีการตกแต่งที่เรียบง่าย เน้นใช้โทนสีชมพูอมส้มเป็นหลัก ผสมผสานระหว่างการออกแบบแบบ Retro และแนว Loft หน่อยๆ ดูเข้ากั๊นน เข้ากัน มีเตียงใหญ่แบบคิงไซส์  มินิบาร์  ตู้นิรภัย  โทรทัศน์  โทรศัพท์ ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) ฟรี เครื่องปรับอากาศ เครื่องเป่าผม เครื่องใช้ในห้องน้ำแบบครบครัน มีโต๊ะทำงานและครัวขนาดเล็กให้ด้วย 

 

สำหรับ Suite Room จะมีความแอดวานซ์ขึ้นมาอีกค่ะ กับห้องพักที่กว้างขวางถึง 75 ม.² วิวกระจกบานใหญ่ที่สามารถมองออกไปได้ไกลสุดตา (ตื่นมาตอนเช้าคงจะฟินน่าดู ว่ามั้ยคะ?^^) ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็มีเหมือนกันกับสองห้องที่แนะนำด้านบน เพียงเเต่ว่า Suite Room จะเหมาะมากๆ กับคู่รักที่อยากเปลี่ยนที่พักผ่อนหย่อนใจ แอบมาสวีทกัน 2 คนบ้าง ^^

 

ห้องอาหารของที่นี่ก็มีการตกแต่งสไตล์เดียวกัน โดยเน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้ขัดมัน ผนังแบบปูนเปลือยผสมอิฐ โคมไฟสไตล์ Vintage เครื่องประดับผนังที่แต่ละห้องแทบจะมีไม่ซ้ำกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่น และเพิ่มความอยากอาหารได้เท่าตัว! อีกทั้งยังมีสถานที่ทานอาหารที่หลากหลาย หากมากันเป็นหมู่คณะเพื่อจัดประชุมสัมนา หรือมากันแบบเป็นครอบครัวใหญ่ๆ เค้าก็มีพื้นที่รับรองที่เพียงพอด้วยนะ

 

เมนูเด็ดๆ ของที่นี่ก็มีเยอะมากกกกก ที่ขึ้นชื่อก็มีทั้งต้มยำกุ้งน้ำข้น ซี่โครงหมูย่างจิ้มเเจ่ว สาคูไส้หมู ลาบหมู ปลาหมึกผัดไข่เค็ม ปลาหมึกทอดกระเทียม  แกงส้มชะอมกุ้ง สลัดกุ้งทอด เเละอีกมากมายหลายเมนู 

 

ในส่วนของหวานก็ไม่น้อยหน้า มีมาให้ชิมตั้งเเต่ข้าวเหนียวอัญชัน ที่มาพร้อมกับมะม่วงอกร่องสุก วุ้นกะทิรูปดอกไม้น่ารักๆ หรือจะเป็น Egg Tart นุ่มๆ กินกับกาแฟยามเช้าก็เข้ากัน อ๊ะ! พูดถึงกาแฟยามเช้า ที่นี่เค้ามีโซนให้เรามานั่งดริ้งกาแฟกันแบบชิลๆ ด้วยนะ ที่ T-Time นั่นเอง!

 

ซึ่งที่นี่ก็จะเป็นร้านกาแฟและร้านอาหารเล็กๆ น่ารักๆ ดูอบอุ่นเป็นกันเอง ตกแต่งสไตล์สวยเรียบๆ ใช้โทนสีเขียวและสีแดงเป็นหลัก ตัดกับสี Earth Tone อย่างไม้ เหมือนนั่งสังสรรค์อยู่ที่บ้านเพื่อนสนิท เพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้ มีมุมนั่งชิลได้ตามใจชอบ ตกแต่งเพิ่มความร่มรื่นให้กับสถานที่ด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ รื่นรมย์รับวันหยุดกันสุดๆ ไปเลยค่ะ

 

ที่นี่มีเมนูกาแฟ เครื่องดื่ม และขนมหลากหลายชนิดให้ได้ลองกัน ทั้งคาปูชิโน่ นมสดปั่นคาราเมล สตรอเบอร์รี่นมสด ชาเขียว น้ำแข็งไส หรือจะเป็นเครื่องดื่มชวนให้มึนพอเป็นพิธียามค่ำอย่าง บลูมาการิต้า ค็อกเทลพิงค์เลดี้ ได้จิบกันฟินๆ ก่อนกลับไปนอนพักผ่อนที่ห้องแน่นอน

 

 

เติมพลังกันจนอิ่มท้องเเล้ว พักสักครู่ เเล้วมาเบิร์นไขมันที่กินเข้าไปด้วยการว่ายน้ำชิลๆ ซึ่งสระว่ายน้ำกลางแจ้งของที่นี่ ก็ยังคงคอนเซปท์การตกแต่งในสไตล์เดียวกัน มีความตระการตาของต้นไม้ ขอนไม้ขนาดใหญ่อยู่ริมสระ เป็นความแฟนตาซีที่แอบผสมความเป็น Retro อยู่นิดๆ 

 

หรือจะแวะมาเวิร์คเอาท์แบบเต็มสตรีมที่ห้องฟิตเนส ที่นี่เค้าก็มีให้บริการด้วยนะ ออกกำลังไป ชมธรรมชาติไป มีความสุขสุดๆ เลย!!

 

ส่วนอำนวยความสะดวกในเรื่องของห้องประชุม/ห้องจัดเลี้ยง เค้าก็มีพื้นที่กว้างขวาง และเป็นที่จัดงานฉลองแต่งงานของคู่รักหลายคู่ มีห้องหลากหลายขนาดให้ได้เลือกใช้ตามความต้องการ ทั้ง ห้องบางสวน ที่รองรับได้ 20-60 ท่าน ห้องบางตลาด ที่รองรับ 150-200 ท่าน และ ห้องปากน้ำโจ้โล้ ซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ สามารถรองรับได้ถึง 250-300 ท่านเลยทีเดียว

 

unseentourthailand

นอกจากนี้ ใครที่แวะมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ ก็ยังสามารถเเวะเที่ยวสถานที่ต่างๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ได้ด้วยนะ อย่างลองมาชมพระอุโบสถหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ทาสีทองทั้งหลัง เเล้วมาลอดใต้ฐานพระประธานเพื่อความเป็นสิริมงคล ที่ “วัดปากน้ำโจ้โล้ “

 

คนพายเป้
คนพายเป้

ตามกันมาต่อที่ “วัดหัวสวน” ชมโบสถ์สแตนเลสที่งดงาม บูชาองค์พระพุทธมหาลาภ ที่สวยสดงดงามถูกตกแต่งด้วยเพชรนิลจินดา มีภาพกิจกรรมฝาผนัง “พุทธชาติ 10 ชาติ” ที่ใช้วิธีการพ่นแบบ air brush และมีภาพลายฉลุสเตนเลส “รูปพระอรหัต์ 90 องค์” ให้ได้ชมกันด้วย 

 

น้า Low Batt
pooyai-paiteo

แวะล่องเรือ กินลมชมวิวกันแบบชิลๆ ชมพระอาทิตย์ตกดินที่แม่น้ำบางปะกง เเล้วเเวะขึ้นมาไหว้หลวงพ่อโสธร ที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต ชมความงดงามของรูปปั้นองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ วัดสมานรัตนาราม

 

tanapornneww.blogspot
ITISP

เดินชิลกันมาทั้งวันจนเหนื่อยเเล้ว ก็สามารถแวะ ตลาดริมน้ำร้อยปี ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนชาวไทย-จีน ขนาดใหญ่ อาศัยกันมามากกว่า 100 ปีเเล้ว เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัวมากๆ ซึ่งที่นี่จะมีด้วยกัน 2 ชุมชนคือ ชุมชนตลาดบ้านใหม่ และ ชุมชนตลาดบน เพียงแค่ข้ามสะพานนิดเดียว ก็สามารถไปมาหาสู่กันได้อย่างง่ายดาย ใครที่ชอบถ่ายภาพแนวคลาสสิก หรือแนววิถีชีวิตของผู้คน แนะนำเลยค่ะ!

 

ITISP

อ้อ..อออ ถ้าพูดถึงเรื่องของกิน ไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ เพราะที่นี่เค้ามีทั้งอาหารคาวที่ขึ้นชื่ออย่าง ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อน้ำ  ก๋วยเตี๋ยวโบราณ  ปลาต้มเค็ม  ห่อหมกปลากราย ผัดไทอร่อยๆ  ก๋วยจั๊บสูตรดั้งเดิมที่ขึ้นชื่อ ส่วนใครที่เป็นสายของหวาน ก็ไม่มีผิดหวังแน่นอน เพราะมีตั้งเเต่ขนมโบราณๆ อย่างมะพร้าวแก้ว  ทองหยิบ ทองหยอด ตะโก้  ขนมดอกจอก  ขนมกล้วย ข้าวต้มน้ำวุ้น  ขนมถุงทอง ไปจนถึงอมยิ้มแท่งใหญ่หลากสีเลยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้าได้หลุดมาเดินที่นี่เเล้วล่ะก็..อิ่มพุงกางจนเดินไม่ไหวกันแน่นอน!

 

น้า Low Batt
น้า Low Batt

สุดท้ายเเล้ว แวะมาที่ วัดจีนประชาสโมสร (เล่งฮกยี่) ที่อยู่เลยตลาดบ้านใหม่มานิดเดียว ซึ่งที่นี่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งชาวไทยและชาวจีนให้ความเคารพอยู่มากมาย เช่น  ท้าวจัตุโลกบาล ขนาดใหญ่ 4 องค์ ที่ทำจากกระดาษที่ประตูทางเข้า พระประธาน 3 องค์และองค์ 18 อรหันต์ ทำด้วยกระดาษนำมาจากเมืองจีน มีรูปหล่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภ (ไฉ่เซ่งยิ้ม)  และยังมีเทพเจ้าอีกหลายองค์ตามคติจีน อีกทั้งยังมีวิหารศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เช่น   วิหารบูรพาจารย์  วิหารเจ้าแม่กวนอิมแกะสลักจากรากไม้ทั้งต้นอายุประมาณ 100 ปี  วิหารตี่จั๊งอ๊วง สระนทีสวรรค์ และพญามังกร

เรียกได้ว่า อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา นอกจากจะมีที่พักแบบชิคๆ คูลๆ สไตล์วินเทจอย่าง T Vintage Hotel  เเล้ว ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวรอบด้านอีกมากมายที่รอให้คุณได้ไปสัมผัสกันอยู่ หากวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ยังไม่มีแพลนว่าจะไปไหน ลองมาเที่ยวที่นี่ดูสิคะ แบบ 2 วัน 1 คืนกำลังดี แวะเที่ยวกันจนหนำใจเเล้ว ก็กลับมานอนพักผ่อนโรงแรมที่ T Vintage Hotel สักคืน เเล้ววันหยุดของคุณ จะกลายเป็นอีกวันพิเศษที่น่าจดจำแน่นอนค่ะ

เรื่องน่าสนใจ