จากกรณีของ น.ส.วิภา บานเย็น หรือ ครูวิภา ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากการเซ็นค้ำประกันให้ลูกศิษย์กู้เงิน กยศ. แต่กลับถูกเบี้ยวหนี จนถูกยึดทรัพย์สินขายทอดตลาด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการบังคับคดี 17 รายด้วยกันนั้น

คืบหน้าวานนี้ (28 กรกฎาคม 2561) ครูวิภา ได้เผยกับผู้สื่อข่าวอมรินทร์ ทีวี ระบุว่า ทางกองทุน กยศ. ได้ให้นักเรียนทั้ง 17 คน ที่ค้างชำระหนี้ โทรศัพท์ติดต่อไปที่ กยศ. และติดต่อมาที่ตนแล้ว โดยพบว่าตอนนี้มีนักเรียนมาปิดบัญชีซึ่งมีตนเป็นคนค้ำประกันแล้ว 10 คนด้วยกัน เหลืออีก 3 คนที่อยู่ระหว่างการไกล่เกลี่ย และกำลังฟ้องจะไกล่เกลี่ย 4 คน

 

ครูวิภา

 

ครูวิภายังเผยว่า คำพูดแรกที่นักเรียนกล่าวกับตนคือคำว่า “ขอโทษ” เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กัน ซึ่งตนก็ให้อภัยและบอกกับเด็ก ๆ ว่าไม่เป็นไร พร้อมแนะนำให้พวกเขาไปเคลียร์ยอดของตัวเองด้วยเพื่อผลที่ดี

ทั้งนี้หลังได้ทราบข่าวดังกล่าว ครูวิภายอมรับว่ารู้สึกโล่งใจ สภาพจิตใจดีขึ้นและดีใจที่เด็กติดต่อมา ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ครู และตนยังจะรับผิดชอบหน้าที่เรือจ้างต่อไป อย่างไรก็ตามเรื่องที่จะเซ็นค้ำประกันให้เด็กกู้ยืมเงิน กยศ อีกหรือไม่นั้น ต้องขอคิดดูก่อน ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบต่อครูเพียงคนเดียว แต่กระทบถึงผู้ปกครองและหน่วยงานต่าง ๆ โดยส่งผลต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ

 

ลูกศิษย์ครูวิภา

 

นอกจากนี้ครูวิภายังอยากฝากถึงนักเรียนที่กู้ กยศ. ทุกคนว่า เมื่อกู้ยืมเงินแล้วจะมีระยะเวลาชำระหนี้ อยากให้ชำระหนี้ตามกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทั้งตัวนักเรียนและคนค้ำประกัน และเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ผู้ค้ำประกัน ในการเซ็นค้ำประกันแก่รุ่นน้องต่อจากนี้

ป้ายกำกับ: |

เรื่องน่าสนใจ