
ยาเสพติดกับศัลยกรรม เสี่ยงภาวะติดเชื้อ ผนังกั้นโพรงจมูกทะลุที่ต้องระวัง! เพราะถึงแม้ว่าฤทธิ์ของสารเสพติดบางชนิดจะมีประโยชน์อย่างมากในวงการศัลยกรรม แต่หากใช้ในทางที่ผิด และมากเกินจน Overdose แน่นอนว่าจะต้องมีข้อเสียตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และอาจร้ายแรงถึงขั้นโพรงจมูกทะลุ!

อันตรายของการเสพโคเคน ต่อการทำการศัลยกรรมเสริมจมูก
โคเคน (Cocaine) คนทั่วไปคงนึกถึงยาเสพติด แต่จริงๆ แล้ว โคเคนก็มีประโยชน์ในทางการแพทย์เช่นกัน ซึ่งจะมีประโยชน์สำหรับแพทย์เฉพาะทาง ทางด้านหู คอ จมูก ศัลยกรรมศีรษะและลำคอ ศัลยศาสตร์ตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ศัลยศาสตร์อุบัติเหตุทางใบหน้า เป็นต้น เพราะฤทธิ์ระงับปวดที่ดีมากของโคเคน และยังมีฤทธิ์ที่ช่วยให้หลอดเลือดหดตัวได้อย่างดีมาก ทำให้โคเคนถูกใช้ในการระงับปวด โดยใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ในการผ่าตัดภายในโพรงจมูก การผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหากระดูกจมูกหักร้าว ( Fracture nasal bone)

เพื่องัดกระดูกจมูกที่หัก บิด เบี้ยว ให้กลับมาเป็นปกติ หรือผ่าตัดเพื่อลดขนาดของเนื้อเยื่อเทอบิเนต (Turbinate reduction) ในคนที่เทอบิเนตโต เพื่อทำให้หายใจได้โล่งและสะดวกมากขึ้น หรือใช้ในการผ่าตัดไซนัส โดยผู้ป่วยจะไม่เจ็บและเลือดไม่ออกมาก ทำให้ผลการผ่าตัดได้ผลดี ลดอาการแทรกซ้อน
แต่หากนำโคเคนไปใช้ในทางที่ผิด สิ่งที่จะเกิดจากการใช้โคเคน คือฤทธิ์ที่ช่วยให้หลอดเลือดหดตัวได้อย่างดีมาก ทำให้เยื่อบุในช่องจมูกหดตัว ฝ่อตัวลงได้ในระยะยาว มีเลือดกำเดาออกได้บ่อยๆ มีอาการคัดแน่นจมูก หายใจไม่สะดวก ปวดโพรงไซนัส มีอาการอักเสบของไซนัสได้บ่อยขึ้น ติดเชื้อในโพรงจมูกบ่อย และอาจถึงขั้นผนังกั้นโพรงจมูกทะลุ หรือมีฝีหนองในโพรงไซนัส โพรงจมูกได้

ขนาดในคนปกติที่เสพยังมีอาการทางจมูกและไซนัสขนาดนี้ คนไข้ที่เสริมจมูกมาแล้ว หรือมีการวางแผนที่จะเสริมจมูก ควรหลีกเลี่ยงการเสพโคเคน เพราะอาจทำให้ซิลิโคนที่ใส่ไว้ให้จมูกทรงสวยอักเสบ หรือซิลิโคนทะลุออกมาได้
อันตรายของการเสพยาเค ยาไอซ์ ต่อการทำการศัลยกรรมเสริมจมูก
เคตามีน หรือยาเค ( Ketamine) ช่วงนี้ทุกคนคงรู้จักจากข่าวที่เกี่ยวกับนักแสดงและคนแวดวงบันเทิง ซึ่งยาเคหรือเคตามีนเป็นยาที่ใช้ในการดมยาสลบ ออกฤทธิ์เร็ว ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเคลิบเคลิ้ม สะลืมสะลือ จึงมีการนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อเป็นยาเสพติด โดนการฉีดเข้าเส้นหรือทำให้เป็นผง แล้วสูดดมเข้าไปในโพรงจมูก และสิ่งที่เกิดหลังจากการสูดดมคือ อาจเกิดการหดตัวอย่างรุนแรงของหลอดเลือดในโพรงจมูก

เกิดการกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติค ( sympathetic ) ทำให้เกิดการลดการหลั่งของน้ำลายและสารคัดหลั่งในจมูก การเสพระยะยาวอาจมีผลทำให้เยื่อบุโพรงจมูกเปลี่ยนแปลง แห้งลง มีเลือดกำเดาออกง่ายขึ้น ติดเชื้อในจมูกได้บ่อย และอาจเกิดการทำลายผนังกั้นโพรงจมูกจนเกิดผนังกั้นโพรงจมูกทะลุได้

ส่วนยาไอซ์ คือยาบ้าที่ทำให้บริสุทธิ์ขึ้น จึงมาความรุนแรงและออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว เนื่องจากยาไอซ์ราคาค่อนข้างแพง จึงเป็นที่นิยนในหมู่ดารานักแสดงและสังคมชั้นสูง การเสพโดยการสูดดม มีผลโดยตรงกับการทำลายเยื่อบุในโพรงจมูก และมีผลกับเยื่อบุในไซนัส ทำให้เกิดอาการปวด และอักเสบในไซนัสบ่อยๆ มีเลือดกำเดาออก มีน้ำมูกไหลตลอดเวลา คัดจมูก หายใจไม่สะดวก การเสพนานๆ เข้า มีโอกาสเกิดผนังกั้นโพรงจมูกทะลุได้ ( Nasal septum perforation) นอกจากนี้ จากฤทธิ์ที่กระตุ้นระบบประสาทซิมพาเธติค มีผลลดการหลั่งของน้ำลาย ทำให้มีอาการปากแห้งคอแห้ง และเพิ่มโอกาสติดเชื้อในช่องปากและโพรงไซนัสได้ ดังมีรายงานผู้ป่วยหลายรายที่เสพแล้วมีผนังกั้นโพรงจมูกทะลุ มีการติดเชื้อเป็นฝีหนองในฟันเขี้ยวบน และในโพรงไซนัสข้างแก้ม ต้องรับการผ่าตัดระบายหนอง
เมื่อสารเสพติดเข้าสู่ร่างกาย มันไม่ได้ส่งผลแค่ทางประสาท แต่มันทำลาย “ระบบไหลเวียนโลหิต” และ “เนื้อเยื่อ” โดยตรง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการศัลยกรรมจมูกครับ
สารเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท (เช่น ยาไอซ์, ยาบ้า) หรือกลุ่มกดประสาท มีผลทำให้ระบบสารเคมีในสมองผิดปกติ ส่งผลให้เกิดภาวะ “ดื้อยาสลบ” หรือ “ยาชาไม่ตอบสนอง” แพทย์อาจต้องเพิ่มปริมาณยาสลบเกินขนาดจนเกิดอันตราย หรือในขณะผ่าตัด อัตราการเต้นของหัวใจอาจพุ่งสูงผิดปกติจนเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันบนเตียงผ่าตัดได้
สารเสพติดหลายชนิดมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัวอย่างรุนแรง (Vasoconstriction) โดยเฉพาะบริเวณปลายจมูกซึ่งมีเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กจำนวนมาก เมื่อหลอดเลือดหดตัว เลือดจะไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อที่เพิ่งผ่าตัดได้ ส่งผลให้แผลไม่หาย เนื้อจมูกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำและตายในที่สุด (Necrosis) ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วมักจะเสียโฉมถาวรและแก้ไขได้ยากมาก

สำหรับผู้ที่เสพสารเสพติดด้วยวิธี “การสูดดม” (Snorting) สารเคมีจะไปกัดกร่อนเยื่อบุโพรงจมูกและผนังกั้นจมูกโดยตรง การทำศัลยกรรมบนโครงสร้างที่ถูกกัดกร่อนอยู่แล้ว เปรียบเหมือนการสร้างบ้านบนดินโคลน ซิลิโคนจะไม่มีที่ยึดเกาะ เสี่ยงต่อการเบี้ยว เอียง หรือซิลิโคนทะลุผ่านผนังกั้นจมูกออกมาด้านนอก
สารเสพติดทำให้ร่างกายทรุดโทรมและระบบภูมิคุ้มกันต่ำลงอย่างมาก แผลผ่าตัดจมูกจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ง่ายกว่าคนปกติ หลายเคสเกิดการติดเชื้อลามเข้าสู่กระแสเลือด หรือเกิดหนองในโพรงจมูกจนต้องถอดซิลิโคนทิ้งทันที และไม่สามารถเสริมใหม่ได้จนกว่าร่างกายจะฟื้นฟู (ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี)
รายละเอียด: กระบวนการหายของแผล (Wound Healing) ในผู้เสพยาจะผิดปกติ สารเคมีในเลือดจะไปขัดขวางการสร้างคอลลาเจนที่ถูกต้อง แผลจะเกิดพังผืดที่รุนแรงและหนาผิดปกติ ส่งผลให้จมูกเกิดการ “หดรั้ง” (Contracture) จนจมูกสั้นลง ปลายจมูกเชิดขึ้นจนเห็นรูจมูกชัดเจน หรือจมูกบิดเบี้ยวเสียรูปทรงอย่างรุนแรง
…………………………………………………………………….
✅ สารเสพติดแต่ละชนิดมีผลอย่างไร?
แอมเฟตามีน (ยาบ้า, ไอซ์): ทำให้ความดันโลหิตสูง เสี่ยงต่อเลือดออกในแผลผ่าตัด
โคเคน: ทำให้เส้นเลือดหดตัว เนื้อเยื่อจมูกขาดออกซิเจน เสี่ยงต่อจมูกผิดรูป
เฮโรอีน: กดระบบหายใจ เสี่ยงต่อการดมยาสลบ
กัญชา: มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ทำให้แผลหายช้าลง
✅ “ถ้าคุณใช้ยาเสพติด ควรทำอย่างไรก่อนศัลยกรรม?”
ต้องหยุดใช้ยาเสพติด อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนศัลยกรรม
ควรปรึกษาศัลยแพทย์และแจ้งข้อมูลจริง
อาจต้องตรวจสุขภาพก่อนผ่าตัด
คำแนะนำในการเลิกยา (อาจใส่ข้อมูลศูนย์บำบัดยาเสพติด)
✅ ตอบ: ได้ แต่ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบล่วงหน้า เพราะยาเสพติดอาจส่งผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตและการดมยาสลบ แพทย์อาจต้องตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจผ่าตัด
✅ ตอบ: แม้ว่ากัญชาจะไม่ได้เป็นสารเสพติดที่รุนแรงเท่ายาไอซ์หรือเฮโรอีน แต่มีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไหลเวียนผิดปกติ ควรหยุดใช้ก่อนศัลยกรรม อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
✅ ตอบ:
ทำให้แผลหายช้า เพราะสารเสพติดบางชนิดมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพราะร่างกายอ่อนแอลง
ทำให้เกิด ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น จมูกผิดรูปหรือเนื้อตาย (กรณีของโคเคนที่ทำให้เส้นเลือดหดตัว)
✅ ตอบ:
ควร ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยง
หลีกเลี่ยงการใช้ยาเสพติด อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
หากหยุดใช้เองไม่ได้ อาจต้องเข้ารับการบำบัดหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจผ่าตัด
✅ ตอบ: มีหลายกรณีที่พบ เช่น
คนไข้ใช้โคเคนหลังศัลยกรรม → เส้นเลือดหดตัวจนจมูกผิดรูป เนื้อตาย
คนไข้เสริมจมูกขณะยังใช้ไอซ์ → ทำให้แผลผ่าตัดติดเชื้อ ร่างกายฟื้นตัวช้ากว่าปกติ
คนไข้สูบกัญชาหลังผ่าตัด → ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด ทำให้เกิดอาการบวมและฟกช้ำมากกว่าปกติ
✅ ตอบ: มีผลเสียหลายอย่าง เช่น
เสี่ยงต่อแผลปริ เพราะยาเสพติดบางชนิดทำให้ร่างกายอ่อนแอ
เลือดออกผิดปกติ เพราะสารเสพติดบางตัวมีผลต่อความดันโลหิต
เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น จมูกติดเชื้อ บวมผิดปกติ หรืออักเสบเรื้อรัง
✅ ตอบ:
ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่มักต้องการให้ คนไข้หยุดใช้ยาเสพติดก่อนการผ่าตัด
หากยังใช้ยาอยู่ อาจมีความเสี่ยงสูงที่แพทย์จะ ปฏิเสธการผ่าตัด
แพทย์อาจขอให้ตรวจสุขภาพ หรือลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเลิกยาเสพติดก่อน
…………………………………………………………………….
ขนาดคนปกติ ผลเสียของการเสพยังมีผลขนาดนี้ ในคนที่เสริมจมูกมาแล้วหรือมีวางแผนที่จะเสริมจมูก หมอยิ่งไม่แนะนำให้เสพยาพวกนี้ จะมีโอกาสอักเสบติดเชื้อในช่องจมูกมากขึ้น แถมอาจเกิดผนังกั้นโพรงจมูกทะลุหรือแท่งซิลิโคนที่เสริมไว้สวยๆอักเสบหรือทะลุออกมาได้ครับ ด้วยความปรารถนาดีครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.กฤษฎา โกวิท
เรียบเรียงเนื้อหาโดย Dodeden.com
สนใจหาข้อมูลและปรึกษาศัลยกรรมได้ที่นี่


