เป็นนักร้อง นักแสดงมากความสามารถ ที่กว่าจะมีวันนี้ได้เจ้าตัวต้องดิ้นรนจนเกือบไม่ได้เรียน เพราะที่บ้านค่อนข้างลำบาก เป็นหนี้เกือบล้าน สำหรับ ตูมตาม ยุทธนา หรือ ตูมตาม เดอะสตาร์ 7 โดยล่าสุด (24 มีนาคม 2563) ตูมตาม ได้ควงคุณพ่อ-คุณแม่ มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร เกี่ยวกับเส้นทางชีวิต พร้อมเคลียร์สถานะหัวใจตอนนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

 

ตูมตาม-ยุทธนา

หลายคนคิดว่าตูมตามเป็นคนอีสาน แต่ไม่ใช่ คุณเป็นคนที่ไหน ?
ตูมตาม : ผมเกิดและโตที่นครสวรรค์ ที่บ้านเป็นอำเภอใหม่ที่มีคนจากหลายจังหวัดมารวมตัวกัน แล้วหลัก ๆ จะเป็นคนอีสานที่มาอยู่ แล้วจะคุยกันภาษาอีสาน และผมก็พูดภาษาอีสานตั้งแต่เด็ก

มาเริ่มเข้าเวทีเดอะสตาร์ทั้งที่ไม่ชอบการประกวดเลย ?
ตูมตาม : ใช่พี่ คือด้วยเหตุผลหนึ่งในการใช้ชีวิตของผมมันเป็นเพราะว่าเรารับรู้ปัญหาในครอบครัวตลอด พอทีนี้ถึงจุดหนึ่ง จุดที่ต้องใช้เงินเยอะมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มไม่สบาย พี่ชายเรียนวิศวะ ผมก็ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แล้วผมก็รู้สึกว่ามันไม่มีเงิน แล้วผมก็โอเค…เรื่องเรียนเอาไว้ก่อนก็ได้ ตอนนั้นผมจบ ม.6 ก็เลยบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าเดี๋ยวจะช่วยงานหาเงินเพื่อส่งพี่ชายให้เรียนจบก่อน เขาจะได้เอาเงินมาส่งผมต่อ แต่เราโชคดีที่ได้ใช้โควตาการเป็นนักร้อง ที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ได้เรียนฟรี แต่ก่อนหน้านั้น เราเป็นเด็กต่างจังหวัดก็จริง แต่เราคิดต่างนะ เราคิดว่าถ้ามีโอกาสตรงไหนก็อยากไปประกวดเพื่อจะช่วยครอบครัว ทีนี้ เดอะสตาร์ ปี 6 เปิดพอดี ในช่วงที่ผมอยากจะประกวด ผมก็ไปประกวดแต่ตกรอบ แต่พอปีที่ 7 เป็นช่วงที่ผมย้ายเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ก็เลยมาประกวดอีกที และได้เข้ามาเป็นเดอะสตาร์ ปีที่ 7 คือทุกครั้งก็จะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ตลอด เขารู้ดีว่าผมไม่ชอบการประกวด ผมไม่กล้าแสดงออก เขาก็เลยบอกมีเวทีประกวดลูกทุ่งที่วัดไปประกวดให้ดูก่อน ตอนนั้นผมได้ที่ 2

พ่อ-แม่ ภูมิใจไหมที่ลูกได้รางวัลตอนนั้น ?
แม่ : ภูมิใจมากค่ะ
พ่อ : ไม่เคยคิดว่าเขาจะได้ คือเขาเป็นคนที่ทำอะไรเนี่ยไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอัน ผมก็เลยไม่ค่อยมั่นใจ

 

 

ชีวิตก่อนเป็นศิลปินกับหลังเป็นศิลปินต่างกันขนาดไหน ?
ตูมตาม : ต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยครับ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องทำงานแบบหาเช้ากินค่ำเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนประกวดคุณแม่ขายน้ำพริก ขายผลิตภัณฑ์แปรรูปทุกอย่างจากเนื้อสัตว์ แล้วก่อนหน้านั้นก็จะเป็นโรงเชือดแล้วก็ขายหมู แต่พอหลังจากที่ผมมาประกวดคุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มหยุดแล้ว ก็จะไม่ได้ทำงานหนักแล้ว ผมก็จะเป็นคนดูแล เป็นกำลังหลัก
พ่อ : เขากลายมาเป็นเสาหลักของครอบครัว ทำให้พ่อแม่ได้พักผ่อนขึ้น พี่ชายก็เรียนจบด้วยดี

เห็นว่าครอบครัวเคยเป็นหนี้หลายล้าน ?
ตูมตาม : เกือบล้านครับ เมื่อก่อนถ้าเงิน 7-8 แสน ตอนนั้นมันคือภาระหนักมากสำหรับคนต่างจังหวัด คนที่หาเช้ากินค่ำ

 

หนี้เกิดจากอะไร ?
แม่ : เกิดจากส่งลูกเรียน
พ่อ : แล้วก็เอามาลงทุน ขายปุ๊บได้กำไรก็เอามาส่งลูกเรียน ไม่พอก็เอาทุนลงไปด้วย ก็เลยขาดไปเรื่อย ๆ

ตอนนั้นคุณพ่อคุณแม่ลำบากไหม ?
แม่ : ลำบากมากเลย เพราะว่านอนน้อย นอนดึก ตื่นเช้าเพื่อไปทำโรงเชือด
ตูมตาม : ช่วงที่หนักสุด ๆ คงจะเป็นช่วงที่หมูเป็น ๆ ราคาสูง มันเป็นช่วงที่มีโรคระบาด การไปซื้อหมูที่ฟาร์มมีราคาสูง แต่ว่าพอมาถึงหน้าเขียงจริง ๆ ในตลาดเราไม่สามารถอัปราคาได้ เพราะลูกค้ายังซื้อราคาเดิมอยู่ มันก็เลยขาดทุน

ตอนเข้ามากรุงเทพฯ ตอนนั้นยังไม่ดังเลย ?
ตูมตาม : ยังครับ จริง ๆ ผมเข้าวงการตอนเทอม 2 ของปี 1

 

ตอนนั้นลำบากไหม ?
ตูมตาม : ลำบากครับ คุณพ่อคุณแม่มีเงินส่งให้ผมเดือนละ 4 พัน และเงิน 4 พัน คือกินกับเรียน จิปาถะผมไม่มีเลย ผมเลยใช้ชีวิตอยู่ในหอในมหาวิทยาลัยตลอด แล้วผมก็กู้ กยศ. ถามว่าพอไหม พอครับ พอเฉพาะกินอยู่ บางทีเราก็แบ่งเงินไปซื้อข้าว ไข่ มาม่า เพื่อหุงกินเอง

ถ้าเรามองกลับไปตอนนี้คิดว่ามันเป็นรสชาติของชีวิตไหม ถ้าเลือกได้เราอยากจะกลับไปผ่านจุดนั้นอีกไหม ?
ตูมตาม : ดีใจมากที่ผ่านจุดนั้นมา เพราะมันทำให้ผมรู้จักคิดในการเอาชีวิตรอดกับสถานการณ์ตรงหน้า โดยไม่มานั่งกล่าวโทษ แต่พอเรามามองตอนนี้ เออ…ตอนนั้นมันลำบากนะ แต่ ณ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย

แล้วตอนนั้นได้ใช้ชีวิตวัยรุ่นไหม ได้ไปเที่ยวไหม ?
ตูมตาม : คือถ้าอยากไปจริง ๆ เราก็ไป แล้วเราก็แมเนจการเงินของเราเอง

 

สมัยก่อนเป็นเด็กแว้นด้วยเหรอ ?
ตูมตาม : ครับพี่ แว้นแข่งรถเลย

สถานะหัวใจเป็นยังไง ?
ตูมตาม : ตอนนี้เริ่มกลับมาชมพู ๆ เหมือนเดิมแล้ว หมายถึงว่าเมื่อก่อนเราก็ทรง ๆ ยังไม่ได้อะไร ตอนนี้ก็เหมือนพร้อมที่จะเปิดรับความรัก แต่ว่ายังไม่มีอะไรเข้ามา

ยังไม่มีเข้ามาเลยเหรอ ?
ตูมตาม : มีครับ แต่เรากลับกลายเป็นคนที่เลือกเยอะมากขึ้น เวลาที่เลือกเนี่ย ผมไม่ได้เลือกว่าเขาดีไม่ดีนะ ผมเลือกว่าคนที่จะเหมาะกับเราที่สุด ตอนนี้ผมมองไปถึงครอบครัวแล้ว พ่อก็อยากอุ้มหลาน

 

ตอนนี้คุยกี่คน ?
ตูมตาม : เรายังไม่ให้สถานะใคร แต่ว่าเราก็คุย นับว่าเป็นเพื่อน ก็มี 2-3 คนแค่นั้น

แล้วใน 3 คนมีใครเหมาะเป็นแฟนไหม ?
ตูมตาม : ก็มีบางคนที่เรารู้สึกว่าสบายใจที่จะอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้ผมยังโสดอยู่ครับ

 

 

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.45-14.45 น. ทางช่อง One31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube Channel : Orange Mama

 

strong>สนใจหาข้อมูลและปรึกษาศัลยกรรมได้ที่นี่

โดดเด่น
ศัลยกรรม
webdodeden

 

เรื่องน่าสนใจ