ชาวไทยมีความเชื่อถือศรัทธา “ท้าวมหาพรหม” ว่าเป็นผู้กำหนดชีวิตมนุษย์ให้เป็นไปต่างๆ นานา หรือที่เราเรียกกันว่า “พรหมลิขิต” ว่าสามารถกำหนด หรือบันดาลความเป็นไปของชีวิตมนุษย์ได้ ความเลื่อมใสศรัทธานี้เองจึงมีการสร้างเทวสถาน เทวาลัย หรือศาลท้าวมหาพรหมขึ้นหลายแห่ง เพื่อเป็นศูนย์กลางการเคารพบูชา บนบานศาลกล่าว ขอให้ช่วยเหลือคุ้มครองอยู่เป็นประจำ ถวายเครื่องสักการบูชา ให้ช่วยประทานพร

400-lpa250112.2ภาพจาก m.dmc.tv

พระพรหม เป็นเทพเจ้าสูงสุด (ตรีมูรติ) ในคติของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ เป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตา เป็นผู้สร้างโลกและให้กำเนิดสิ่งต่าง ๆ ในจักรวาล ลิขิตความเป็นไปของทุกสรรพสิ่ง เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกคน พระพรหมจึงเป็นผู้รู้ความเคลื่อนไหวของสรรพชีวิต


ตามความเชื่อ พระพรหม เป็นเทพเจ้าหนึ่งในสามตรีมูรติ ทรงรับฟังคำอธิษฐานของผู้ศรัทธาเสมอ ผู้บูชาพระพรหมและทำความดี จะได้รับการบันดาลพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา และให้กำเนิดคัมภีร์พระเวท

305016ภาพจาก lakorn.igetweb.com

พระพรหมมีสี่พักตร์ พระศอสวมลูกประคำ พระหัตถ์แต่ละข้างถือดอกบัว, คัมภีร์ และหม้อน้ำ มีพาหนะเป็นหงส์ หรือ ห่าน พระชายา คือ พระสุรัสวดี เทพีแห่งศิลปะวิทยาการและความรอบรู้

ในคัมภีร์มัตสยาปุราณะเล่าว่า พระพรหมเดิมทีมีถึงห้าพักตร์ การที่มีห้าพักตร์เกิดจาก การที่พระพรหมให้ได้กำเนิดผู้หญิงนางหนึ่งชื่อ ศตรูป ขึ้นมา ความงามของศตรูปทำให้พระองค์หลงใหล เมื่อศตรูป นี้เคลื่อนไปทางใด พระพรหมก็จะหันพระพักตร์เพื่อมองตามไปด้วย

แต่ว่ามีครั้งหนึ่งที่พระพรหมไปดูแคลนพระศิวะเข้า ทำให้พระศิวะพิโรธ และใช้ไฟบรรลัยกัลป์จากพระเนตรที่สามที่กลางพระนลาฏเผาพระพักตร์ที่อยู่ด้านบนเศียรของพระพรหม จนเหลือเพียงสี่พักตร์ แต่อีกความเชื่อหนึ่งเล่าว่า เพราะพักตร์ด้านบนของพระพรหมนั้นเจิดจรัสมาก ทำให้พวกสุระและอสุระทนไม่ได้ จึงขอร้องให้พระศิวะเป็นผู้ตัดให้

9068198926_7a2c865f90_bภาพจาก www.flickr.com

ในคติของชาวไทยที่รับคติความเชื่อจากศาสนาพรหมณ์-ฮินดู เชื่อว่าพระพรหมเป็นผู้ลิขิต ชะตาชีวิตของบุคคลต่าง ๆ ตั้งแต่เกิดจนตาย เรียกว่า “พรหมลิขิต” และผู้ใดที่บูชาพระพรหมอยู่เป็นนิจ พระองค์จะประทานพรให้สมหวัง เรียกว่า “พรพรหม” หรือ “พรหมพร” และยังเป็นเทพประจำทิศเบื้องบนอีกด้วย

โดยความหมายของคำว่า “พรหม” หมายถึง “ความเจริญ, ความกว้างขวาง, ความขยายตัว หรือความเบิกบาน” ดังนั้นตามคติและวัตรปฏิบัติต่าง ๆ ทั้งในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และพุทธศาสนาจึงมีคำว่า พรหม ประกอบคำศัพท์ เช่น “พรหมจรรย์”, “พรหมบุตร” หรือ “พรหมวิหาร” เป็นต้น

ปัจจุบันชาวจีนโพ้นทะเล ไม่ว่าที่มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนิเซีย มาเก๊า ฮ่องกง จะนิยมมาขอให้มีลูกเป็นจำนวนมาก บางครั้งก็จะนำลูกที่ขอนั้นนำกลับมาแสดงความเคารพ บ้างก็คุยให้รู้ไปทั่วเลยเพราะดีใจขนาดหนักว่าตนเองได้ลูกชายแล้ว เพราะติดยากมากมาขอท่านแป๊บเดียว ได้ลูกสมใจอยากในที่สุด

การที่เรียกพระพรหมเอราวัณ เพราะศาลพระพรหมแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ บริเวณ โรงแรมเอราวัล จึงเรียกสั้นๆ ทำให้ติดปากมาจนถึงทุกวันนี้ และยังได้ชื่อว่าเป็น ‘พระพรหมแห่งภาคพื้นเอเชีย’ เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ ต้องมาของทัวร์จีน และทัวร์ไหว้เจ้าของประเทศฮ่องกง, ไต้หวัน, จีน (บางพื้นที่), มาเก๊า, เกาะไหหลำ, เวียดนาม, พม่า, มาเลเซีย (ปีนัง – กัวลาลัมเปอร์), สิงคโปร์, อินโดนิเซีย (สุราบายา – บาหลี – จาร์กาตา), ชาวจีนโพ้นทะเลที่สหรัฐอเมริกา, อินเดีย

ที่มาจาก siamganesh, เว็บพระ, Wikipedia

เรื่องน่าสนใจ