เนื้อหาโดย : โดดเด่นดอทคอม

จะให้คุณแม่ของเราอยู่นานๆ เราต้องรู้จักดูแลสุขภาพท่าน เพราะอายุที่มากขึ้น อวัยวะต่างๆในร่างกายเริ่มเสื่อมลง บางครั้ง อาการเจ็บเล็กๆน้อยๆก็บ่งบอกถึง โรคร้ายแรงบางอย่างได้ วันนี้โดดเด่นพามารู้จัก 3 โรคร้ายของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคุณแม่มาฝาก

Doctor taking a Blood Sample

1. โรคเบาหวาน

เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เพราะความเสื่อมของตับอ่อนที่ทำหน้าที่ในการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้น และอาจเป็นอันตรายต่อหลอดเลือด และเกิดสภาวะโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษา

โรคเบาหวานมีความน่ากลัวเพราะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่อหลอดเลือดต่างๆ ทั่วร่างกายโดยเฉพาะหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดหลอดเลือดแดงแข็งและตีบตันซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิต

อาการที่เราสามารถเริ่มสังเกตได้

  1. เริ่มปัสสาวะบ่อย และหิวน้ำบ่อย
  2. หิวบ่อย กินจุบจิบ
  3. มีปัญหาที่ผิวหนัง ผิวแห้งแตก หรืออาการคันบนผิวหนัง
  4. ติดเชื้อราง่าย  เช่น ราแคนดิด­าบริเวณช่องคลอด
  5. อ่อนเพลีย อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย
  6. มองไม่ชัด เห็นแสงวูบวาบ หรือเห็นอะไรลอยไปมาในดวงตา เป็นผลมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไป
  7. น้ำหนักลดผิดปกติ
  8. แผลหายช้า
  9. ค่าน้ำตาลในเลือดสูง

การป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบตันทำได้โดยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับความดันโลหิต และระดับไขมันในเลือด โดยการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการรับประทานของหวาน อาหารเค็มจัด และอาหารที่มีไขมันสูง

ข้อมูลจาก goodfoodgoodlifekapook

High Blood Pressure

2. โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน แต่คนกว่า 70% มักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ ทำให้ไม่ได้รับการรักษาหรือการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องเหมาะสม

ผู้ที่เป็น โรคความดันโลหิตสูง จะมีความดันโลหิต เลี้ยงไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่สม่ำเสมอ ซึ่งนำมาสู่โรคต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดในสมองตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจ โรคไตวาย เส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตโดยเฉียบพลันได้

อาการที่เราสามารถเริ่มสังเกตได้

  1. ปวดศีรษะ ปวดมึนๆบางคนปวดตลอดวัน ปวดมากเวลาถ่าย อุจจาระ หากเป็นมากจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน
  2. เลือดกำเดาไหล
  3. มึนงง รู้สึกไม่แจ่มใส สมองตื้อๆ
  4. เหนื่อยง่าย หายใจหอบ

แม้สาเหตุจะยังไม่แน่ชัด แต่มักพบในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักมาก ชอบทานอาหารรสเค็ม ชอบสูบบุหรี่ และขาดการออกกำลังกาย รวมไปถึง กรรมพันธุ์ ดังนั้นลูกที่ดี ควรดูแลใส่ใจเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย ทั้งตัวคุณเองและคุณแม่เสมอ

ข้อมูลจาก siamhealth

Old woman with broken wrist in gypsum

3. โรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน เป็นภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม สาเหตุเกิดจากมวลกระดูกมีความหนาแน่นน้อยกว่าปกติ เนื่องจากแร่แคลเซี่ยมในมวลกระดูกลดลง ทำให้กระดูกพรุน หลังโก่ง และกระดูกหักง่าย ผู้ป่วยมักจะไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุน จนกระทั่งมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น กระดูกหัก

โรคกระดูกพรุน มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือน การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้กระดูกสลายตัวในอัตราที่เร็วขึ้น

โรคแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุดของ โรคกระดูกพรุน คือ กระดูกหัก บริเวณที่พบมาก ได้แก่ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ ซึ่งหากกระดูกสันหลังหัก จะทำให้เกิดอาการปวดมาก จนไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้

อาการปวดสำคัญของ โรคกระดูกพรุน ได้แก่ ปวดตามกระดูกส่วนกลางที่รับน้ำหนัก เช่น กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และอาจมีอาการปวดข้อร่วมด้วย

ต่อมาความสูงของลำตัวจะค่อยๆ ลดลง หลังจะโก่งค่อมหากหลังโก่งค่อมมากๆ จะทำให้ปวดหลังมากเสียบุคลิก เคลื่อนไหวลำบาก ระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารถูกรบกวน เมื่อเป็นโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจจะหายยาก ระบบย่อยอาหารผิดปกติ ท้องอืดเฟ้อ และท้องผูก

ข้อมูลจาก prema, siamhealth, Kapook

ไม่ว่าโรคไหนๆ ก็เป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุเท่านั้น ยังรวมไปถึงโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูก ซึ่งเป็นโรคที่มักพบได้ง่ายในผู้หญิงวัยทอง หรือเพิ่งหมดประจำเดือน เพราะฉะนั้น เราควรพาคุณแม่ไปตรวจรักษาโรค ทุกเครื่องเมื่อเริ่มส่ออาการ ไม่ควรหายารับประทานเอง

 

เรื่องน่าสนใจ