เนื้อหาโดย : โดดเด่นดอทคอม

“ฝ้า” อีกหนึ่งปัญหาความงามของสาวๆ ที่มันทำให้ผิวสวยๆของเราดูหม่นหมอง จนต้องพึ่งการแต่งหน้าหนาๆเป็นประจำ วันนี้โดดเด่นจึงขอชวนสาวๆมากำจัดมันออกไปจากใบหน้า ด้วยวิธีธรรมชาติกัน ก่อนที่จะเริ่มการรักษา เรามาทำความรู้จักกับมันเสียก่อน

Woman with spotty skin with deep pores and blackhead and healed soft skin

ฝ้า-กระ เกิดจากการถูกกระตุ้นการสร้างเม็ดสี ซึ่งมีหลายสาเหตุด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่ที่เจอกันในเมืองไทยมักเกิดจากแสงแดดและความร้อน กรณี ฝ้า มักจะมีปัจจัยฮอร์โมนเข้ามาค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะเพศหญิง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น ตั้งครรภ์ บางครั้งการที่ฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน อย่างช่วงเข้าสู่วัยทอง วัยหมดประจำเดือน ก็มีฝ้าขึ้นได้


สาเหตุของการเกิดฝ้ายังคงไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากการเพิ่มขึ้นจากการผลิตเซลล์ที่ปล่อยเมลานินเม็ดสีออกมา สาเหตุของการผลิตที่เพิ่มขึ้นของเมลานินยังหาสาเหตุไม่แน่ชัด แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆร่วม เช่น

  • ปัจจัยพันธุ์กรรมและความผันผวนของฮอร์โมนผลิต /(พบมากที่สุดในหญิงตั้งครรภ์)
  • โดนแสงแดดเป็นเวลานาน
  • การใช้ยาคุมกำเนิด
  • ยาบางชนิดเช่นยาเสพติดยาและการต่อต้านเชื้อมาลาเรีย (มาจากยาควินิน)

Cosmetic aloe cream

วิธีกำจัดฝ้า ด้วยวิธีธรรมชาติกัน

1. มะขามเปียก นำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาไปยังบริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า โดยทาบาง ๆ ให้ทั่วรอยฝ้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและลดรอยด่างดำได้ หรืออาจใช้เป็นน้ำมะกรูดหรือน้ำมะนาวแทนได้

2. หัวไชเท้า นำหัวไชเท้ามาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออกให้หมด จากนั้นจึงนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วปั่นพอละเอียด (อาจบีบน้ำมะนาวผสมลงไปนิดหน่อย) นำมาพอกไว้ให้ทั่วหน้าหรือบริเวณที่เป็นฝ้าประมาณ 15 นาที

3. ว่านหางจระเข้ ในว่านหางจระเข้มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย จุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้า สำหรับวิธีการรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงนำเนื้อวุ้นในว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกัน 1-2 เดือน จะสังเกตได้ว่ารอยฝ้า รอยดำต่าง ๆ จะดูจางอย่างเห็นได้ชัด

Centella Asiatica Medical Herb

4. ใบบัวบก จากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณรักษาอาการของโรคผิวหนัง โดยเฉพาะกระ ฝ้าและสิว ไม่ว่าจะคั้นน้ำดื่มเย็นๆ เป็นประจำหรือนำมาปั่นแล้วนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดแทนโทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เท่านี้บรรดารอยฝ้าต่าง ๆ หน้าก็ขาวใสแล้ว

5. น้ำแอปเปิลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิลจะมีประโยชน์ในด้านการดูแลผิวได้ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เพราะในน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส เนียนนุ่มขึ้นได้ ด้วยการน้ำแอปเปิลไซเดอร์มาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้งแล้วล้างออก

6. ไข่ขาว เพียงแยกไข่ขาวดิบออกจากไข่แดง แล้วนำไข่ขาวมาทาบางๆให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า (อาจทาทั่วหน้าเพื่อช่วยลอกสิวเสี้ยนไปในตัว) ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้า

 

ที่มา : ผู้จัดการ, กระปุกดอทคอม, melasmaaway

เรื่องน่าสนใจ