9 คาเฟ่เปิดใหม่ประจำเดือนพฤศจิกายน







 


We Recommend
Scoop
News
Directory


BKKMENU.com

 

9 คาเฟ่เปิดใหม่ประจำเดือนพฤศจิกายน

22 Nov 2015

สกู๊ปนี้เราขอเสนอ 9 ร้านคาเฟ่เปิดใหม่ ทั้งร้านกาแฟดี ๆ ร้านขนมอร่อย และคาเฟ่เหมาะสำหรับนั่งทำงานไแบบ 24 ชั่วโมงให้แวะไปเช็คอินกันค่ะ

 

Fat Beaver

(Photo by Fat Beaver) บริเวณหน้าบาร์ของร้าน

(Photo by Fat Beaver) บริเวณหน้าบาร์ของร้าน

(Photo by Fat Beaver) กาแฟร้อนๆ ในถ้วยคุ้กกี้

(Photo by Fat Beaver) กาแฟร้อนๆ ในถ้วยคุ้กกี้

(Photo by Fat Beaver)

(Photo by Fat Beaver)


คาเฟ่ชื่อน่ารักอย่าง Fat Beaver เป็นร้านเปิดใหม่บนชั้น 2 ของโครงการ The Seasons Mall ถนนพหลโยธิน ตัวร้านออกแบบสไตล์ลอฟต์ผสมกับอินดัสเทรียลนิด ๆ ให้ลุคเรียบขรึมด้วยการคลุมโทนร้านสีเทาเข้ม และใช้เคาน์เตอร์หินอ่อน ส่วนเมนูขนมของที่นี่ทางร้านเลือกใช้เนยสด และลดน้ำตาลด้วยการใช้วัตถุดิบธรรมชาติชนิดอื่นให้ความหวานแทน อาทิ ผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้งป่า น้ำเสาวรสและความหวานจากตัวช็อกโกแลต อาทิ Molten Chocolate Cake (135 บาท) เค้กช็อกโกแลตไร้แป้งเสิร์ฟอุ่น ๆ มาพร้อมกับไอศกรีมนมสดและช็อกโกแลตซอสรสเข้มข้น Meringue Cake (135 บาท) เมอร์แรงก์กรอบ ๆ ทานคู่ครีมสดและเบอร์รี่ซอสรสเปรี้ยวสไตล์โฮมเมด หรือลองเค้กมะพร้าวอ่อน (80 บาท) ที่ใส่ไส้มะพร้าวมาแบบไม่หวง สั่งกาแฟมาทานคู่กันได้ แนะนำเป็นดริ๊งก์น่ารัก ๆ ที่หลายคนมาต้องสั่งมาถ่ายรูปกัน อย่าง Cookie Cup (100 บาท) สามารถเลือกดื่มได้ระหว่างกาแฟหรือช็อกโกแลตร้อน เสิร์ฟในถ้วยคุ้กกี้ช็อกโกแลตหรือช็อกโกแลตชิพ หรือลอง My Honey Espresso (95 บาท) อเมริกาโนเชคกับน้ำผึ้งและส้ม ใครที่มองหาอะไรทานแบบหนักท้องหน่อย ต้องอดใจรอกันสักนิดเพราะทางร้านมีแพลนจะเพิ่มเมนูอาหารเช้าแบบ American Breakfast ประมาณต้นปีหน้าเป็นต้นไป

ชั้น 2 โครงการ The Seasons Mall
เปิด ทุกวัน เวลา 10.00-20.30 น.
โทร 088-577-0502
www.facebook.com/fatbeaverbk

Early Bird

(Photo by Eary Bird) โซนเอาท์ดอร์น่ารัก ๆ ที่บริเวณหน้าร้าน

(Photo by Eary Bird) โซนเอาท์ดอร์น่ารัก ๆ ที่บริเวณหน้าร้าน

(Photo by Early Bird) มุมนั่งสบาย ๆ ภายในร้าน

(Photo by Early Bird) มุมนั่งสบาย ๆ ภายในร้าน

(Photo by Early Bird) ดริ๊งก์เย็น ๆ หลายรสชาติให้เลือกดื่มกัน

(Photo by Early Bird) ดริ๊งก์เย็น ๆ หลายรสชาติให้เลือกดื่มกัน

(Photo by Early Bird) Signature Lemon Meringue Tart

(Photo by Early Bird) Signature Lemon Meringue Tart

ร้าน Early Bird แบ่งพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนทั้งโซนอินดอร์บรรยากาศสบาย ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนห้องนั่งเล่นและประดับด้วยหมอนอิงใบเล็กให้นั่งพักผ่อนกันได้สบาย ๆ แฝงกลิ่นอายของความรัสติกผสมอินดัสเทรียลเล็ก ๆ ด้วยกำแพงอิฐสีแดงและพื้นไม้ ส่วนพื้นที่เอาท์ดอร์เป็นพื้นที่นั่งติดกับสนามหญ้าสำหรับใครที่ชอบอากาศโปร่ง ๆ ส่วนของหวานและเครื่องดื่มของที่นี่ก็น่าลอง เพราะเจ้าของร้านจบจากเลอกอร์ดองเบลอที่อังกฤษและ Wesminster Kingsway สาขา Hospitality & Culinary Arts จึงไม่ทำให้ผิดหวัง ทางร้านแนะนำให้ลองทาร์ตหน้าตาน่ารัก อย่าง Signature Lemon Meringue Tart (95 บาท) และเค้กมะพร้าว (75 บาท) ที่เป็นเค้กเนื้อสปอนจ์นุ่ม ๆ สอดไส้คัสตาร์ดเนื้อมะพร้าวอ่อน ส่วนดริ๊งก์ลิสต์ของที่นี่ นอกจากกาแฟ Hot Latte (70 บาท) แล้ว แนะนำเป็นดริ๊งก์เย็น ๆ ดื่มสดชื่น อาทิ Flamingo (95 บาท) เป็นน้ำลิ้นจี่กลิ่นกุหลาบ Canary (100 บาท) หรือชามะนาว Humming Bird (110 บาท) เป็นชาเย็น ๆ ที่ใส่น้ำแข็งทำจากชาซีลอนกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ ส่วนคนรักสุขภาพ แนะนำสั่ง Mr.Bean (85 บาท) เป็นกรานิต้าน้ำเต้าหู้รสชาติหวานอ่อน ๆ รองแก้วด้วยเม็ดแมงลัก แล้วท็อปด้วยข้าวบาร์เล่ย์ แปะก๊วยและถั่วแดง นอกจากนี้ทางร้านยังมีแพลนจะเพิ่มเมนู Cold-Pressed Juice หลังปีใหม่นี้อีกด้วย ใครที่ขับรถมา สามารถจอดรถได้ที่ตรงข้ามเขาสวนไก่

60 ซอยบางนา-ตราด 23
เปิด วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-19.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.30-19.00 น.
โทร 083-024-7881
www.facebook.com/earlybirddessertbar

Stand Alone

(Photo by Stand Alone) โซนเคาน์เตอร์ทำกาแฟและขายขนมลุคแมน ๆ

(Photo by Stand Alone) โซนเคาน์เตอร์ทำกาแฟและขายขนมลุคแมน ๆ

(Photo by Stand Alone) การทำเอสเพรสโซช็อตของร้าน

(Photo by Stand Alone) การทำเอสเพรสโซช็อตของร้าน

(Photo by Stand Alone) Stand Alone ดริ๊งก์แนะนำของทางร้าน

(Photo by Stand Alone) Stand Alone ดริ๊งก์แนะนำของทางร้าน

(Photo by Stand Alone) มุมเอาท์ดอร์ให้แวะมานั่งชิลล์ ๆ หรือพักสูบบุหรี่กัน

(Photo by Stand Alone) มุมเอาท์ดอร์ให้แวะมานั่งชิลล์ ๆ หรือพักสูบบุหรี่กัน

(Photo by Stand Alone) Cold Brew Coffee ใส่ในขวดเก๋ ๆ

(Photo by Stand Alone) Cold Brew Coffee ใส่ในขวดเก๋ ๆ

Stand Alone เป็นอีกร้านคาเฟ่สไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ลุคเท่ ๆ  สำหรับโซนอินดอร์จะได้ลุคดิบ ๆ จากผนังปูนเปลือยที่กะเทาะผนังบางส่วนออกให้เห็นอิฐสีส้ม เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์เหล็กและไม้สีเข้ม ใครที่มาช่วงเย็นหน่อย แวะมานั่งชิลล์ ๆ กันได้ สำหรับคอกาแฟ ทางร้านมีทั้งกาแฟ Single Origin แบบคั่วอ่อนหน่อยที่ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จากหลายแหล่งหลายพันธุ์ อาทิ Panama Geisha และ Topajaa จากอินโดนีเซียให้แวะมาลองกัน ส่วนเบลนด์เอสเปรสโซประจำ ทางร้านรวบรวมจากหลายแหล่งทั้งบราซิล ลาว เอธิโอเปียและโคลัมเบีย มีเสิร์ฟทั้งแบบ Slow Bar และ Espresso Machine ราคาเริ่มต้นที่ Doppio Espresso (85 บาท) Drip (120 บาท) French Press (120 บาท) หรือลองดริ๊งก์ซิกเนเจอร์ของทางร้าน Stand Alone (115 บาท) เป็นน้ำแข็งจากกาแฟช็อตเข้มข้น เสิร์ฟคู่กับนมสดให้เติมได้เองตามชอบ หรือลอง Stand Alone Affogato (135 บาท) ที่มาพร้อมกับไอศกรีมวานิลลา ส่วนอาหารของทางร้าน มีจานเบา ๆ ที่น่าลอง อย่าง Ham Cheese Croissant (40 บาท) Brownie เริ่มต้นที่ชิ้นละ 65 บาท

ซอยวิภาวดี 20 (เข้ามาแล้วเลี้ยวซ้ายที่สามแยก ร้านตั้งอยู่ทางซ้ายมือ)
เปิด ทุกวัน เวลา 9.00-23.00 น.
โทร 089-818-5511
www.facebook.com/Standalonecoffee

Emmie’s

(Photo of Emmie's)

(Photo of Emmie’s)

(Photo of Emmie's)

(Photo of Emmie’s)

(Photo of Emmie's)

(Photo of Emmie’s)

(Photo of Emmie's)

(Photo of Emmie’s)

(Photo of Emmie's)

(Photo of Emmie’s)

Emmie’s เป็นคาเฟ่สวยแห่งใหม่ในซอยพระรามเก้า 49 จากทีมงานร้านอาหาร Photynine ที่อยู่ติดกัน โดยครั้งนี้ทางเจ้าของร้านอยากจะสร้างคาเฟ่นั่งสบาย ในบรรยากาศผ่อนคลาย ให้ทุกคนได้มานั่งจิบกาแฟและถ่ายรูปสวย ๆ กันได้ ตัวร้านรีโนเวทจากบ้านเก่า โดยยังคงโครงสร้างของบ้านหลังเดิมไว้อยู่ เพียงแต่ทำให้โล่งและโปร่งขึ้น ใช้กระจกใสทำให้เป็นเหมือนเป็นกลาสเฮ้าส์ เน้นการใช้สีขาวสะอาดตา ตัดกับไม้เนื้อด้านดูรัสติกเล็ก ๆ ตรงกลางร้านมีโต๊ะไม้ตัวยาวอยู่ ใครอยากนั่งโต๊ะแยกก็สามารถขึ้นไปบนชั้น 2 ได้ ส่วนโซนเอาท์ดอร์จะมีโต๊ะตัวเล็ก ๆ ให้นั่งกันสบาย ๆ ใต้ร่มเงาต้นไม้ เมนูอาหารของที่นี่จะเป็นอาหารที่ไม่หนักมาก อย่างพวกสลัด ที่เลือกใช้ผักไฮโดรโปนิกส์และผักออร์แกนิก เช่น Mixed Leaves and Bacon (180 บาท)ในเลมอนวิเนเกรตเดรสซิ่งรสเปรี้ยว  หรือ Grilled Avocado and Rocket (240 บาท) อีกหนึ่งจานสุขภาพที่มีอะโวคาโดและร็อกเก็ตในบัลซามิกเดรสซิ่ง ส่วนจานพาสต้าทางร้านแนะนำ Black Ink Pasta and Giant Prawn (390 บาท) สปาเก็ตตี้เส้นดำและกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่พร้อมมันกุ้ง อย่าลืมสั่งขนมหวาน Toast in Stick (160 บาท) ขนมปังปิ้งกรอบ ๆ ทานกับผลไม้สดตระกูลเบอร์รี่เพื่อเพิ่มความเปรี้ยว ใครที่แวะมาจิบกาแฟคงไม่ผิดหวัง เพราะทางร้านเลือกใช้เมล็ดกาแฟจาก Roots ที่ใช้เมล็ดกาแฟจากทางภาคเหนือของไทย มีรสเปรี้ยวเพียงเล็กน้อย สามารถสั่ง Espresso (70 บาท) หรือ Americano (70 บาท) ส่วนสายเฮลตี้ ทางร้านมี Cold-Pressed Juice และ Smoothie จากผลไม้แท้ ที่ไม่ได้ใส่น้ำเชื่อมหรือสารปรุงรสใด ๆ ลอง Tomato & Pineapple Juice (100 บาท) น้ำผลไม้สกัดเย็นมาดื่มเพิ่มวิตามินให้ร่างกาย หรือจะสั่งสมูทตี้หลากหลายสูตร เช่น Mango & Cashew & Chia Smoothies (180 บาท) หรือ Strawberry & Banana & Muesli Smoothies (180 บาท) มาดื่มคู่กับขนมหวานก็เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว

ดูรีวิวร้านนี้ใน We Recommend

ซอยพระรามเก้า 49
เปิด ทุกวัน เวลา 9.00-20.00 น.
โทร 083-017-6277
www.bkkmenu.com/restaurant/Emmies

Hatch by Jkhai

(Photo by Hatch by Jkhai) โซนเอาท์ดอร์เท่ ๆ น่าถ่ายรูป

(Photo by Hatch by Jkhai) โซนเอาท์ดอร์เท่ ๆ น่าถ่ายรูป

(Photo by Hatch by Jkhai) บริเวณเคาน์เตอร์น่ารัก ๆ ของร้าน

(Photo by Hatch by Jkhai) บริเวณเคาน์เตอร์น่ารัก ๆ ของร้าน

(Photo by Hatch by Jkhai) อีกหนึ่งมุมของร้านที่มีภาพลายเส้นน่ารัก ๆ

(Photo by Hatch by Jkhai) อีกหนึ่งมุมของร้านที่มีภาพลายเส้นน่ารัก ๆ

(Photo by Hatch by Jkhai) Chia Seed Pudding ที่น่าลองแถมยังดีต่อสุขภาพ

(Photo by Hatch by Jkhai) Chia Seed Pudding ที่น่าลองแถมยังดีต่อสุขภาพ

(Photo by Hatch by Jkhai) วาฟเฟิลร้อน ๆ ทานคู่กับผลไม้และครีมสด

(Photo by Hatch by Jkhai) วาฟเฟิลร้อน ๆ ทานคู่กับผลไม้และครีมสด

Hatch by Jkhai เป็นร้านคาเฟ่น่ารัก ๆ ที่อยู่ติดกับร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ด ซึ่งเป็นร้านของคุณแม่เจ้าของร้าน โดยนำประสบการณ์การเปิดร้านอาหารไทย Thailicious ในเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียมานานหลายปี มาเปิดเป็นร้านขนมที่เน้นบรรยากาศอบอุ่นด้วยการวางโครงร้านด้วยไม้สักทั้งหมด นำมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับการใช้โครงเหล็ก โต๊ะหินอ่อนและภาพเพ้นต์ลายเส้นเด็ก ๆ เพิ่มความน่ารักให้กับร้านไม่น้อย ส่วนเมนูของที่นี่ก็หน้าตาน่าสนใจไม่แพ้กัน อาทิ Coconut Pudding with Caramelized Banana (55 บาท) พุดดิ้งมะพร้าวน้ำหอมมาพร้อมกับกล้วยหอมรสหอมมัน Healthy Yogurt Muesli (75 บาท) Waffle on the Hatch (125 บาท) ที่เสิร์ฟคู่กับวิปครีมวานิลลา ผลไม้หลากชนิด พร้อมราดด้วยน้ำผึ้งหรือเมเปิ้ลไซรัป Raspberry Granita (105 บาท) Melon Granita with Apple Sago (65 บาท) Chia Seed Pudding (85 บาท) ส่วนกาแฟ ทางร้านแนะนำเป็น Latte in the Block (85 บาท) กาแฟน้ำแข็งที่ให้เพิ่มนมตามความชอบกันได้

1300/6-7 ถนนประชาชื่น (ระหว่างซอยประชาชื่น 37-38)
เปิด วันจันทร์-อังคาร เวลา 16.30-23.00 น. และวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 11.30-23.30 น.
โทร 02-910-1376
www.facebook.com/hatchbyjkhai
https://instagram.com/hatchbyjkhai/

Growth Cafe & Co.

(Photo by Growth Cafe & Co.) บรรยากาศผ่อนคลายภายในร้าน Growth Cafe & Co.

(Photo by Growth Cafe & Co.) บรรยากาศผ่อนคลายภายในร้าน Growth Cafe & Co.

(Photo by Growth Cafe & Co.) โต๊ะใหญ่สำหรับใครที่มานั่งทำงานกันหลายคน

(Photo by Growth Cafe & Co.) โต๊ะใหญ่สำหรับใครที่มานั่งทำงานกันหลายคน

(Photo by Growth Cafe & Co.)

(Photo by Growth Cafe & Co.)

การเปิดตัวของร้าน Growth Cafe & Co. น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับวัยรุ่น นักศึกษาหรือใครที่มาเดินเล่นที่ย่านสยามเป็นประจำ เพราะร้านนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ของพื้นที่เพื่อการผ่อนคลาย สงบ และเหมาะสำหรับการทำงาน มีครบทุกความต้องการของไลฟ์สไตล์คนย่านนี้ โดยตัวร้านแบ่งออกเป็น 4 ชั้น เน้นการตกแต่งร้านให้สบายตาและร่มรื่น มีบริการปลั๊กไฟและอินเตอร์เน็ตฟรีทุกโต๊ะ สำหรับพื้นที่ชั้น 2 เป็นโซนคาเฟ่สำหรับพักผ่อน ถ้าอยากหาที่สงบ ๆ แนะนำโซน Co-Working Space บนชั้น 3 ที่เหมาะกับนั่งทำงานแบบมีสมาธิหน่อย มีค่าบริการเริ่มต้นที่ 3 ชั่วโมง ราคา 190 บาท, 6 ชั่วโมง 245 บาท และ 1 วัน ราคา 290 บาท พร้อมบริการน้ำดื่มและน้ำอัดลมฟรี (ส่วนชั้น 4 กำลังจะเปิดให้บริการ Event space และ Relaxing space เร็ว ๆ นี้) ใครที่แวะมานั่งทำงานกันนานหน่อยก็ไม่ต้องกลัวหิว เพราะมีอาหารให้ทานกัน แนะนำเป็น Spaghetti Spicy Meatball (149 บาท) ที่ใช้มีทบอลเนื้อหมูล้วน ปรุงด้วยรสชาติจัดจ้าน ส่วนเครื่องดื่ม ทางร้านมี White Malt Conflakes Frappe (110 บาท) และอิตาเลียนโซดาหลายรสชาติให้ดื่มกันแก้ง่วง ส่วนของหวาน ลองสั่ง Homemade brownie (85 บาท)

สยามสแควร์ ซอย2 (เข้าได้จากทางชั้น 2 ภายในลิโด้ และบันไดติดกับร้านขายยาในซอย 2)
เปิด ทุกวัน เวลา 10.30-24.00 น.
โทร 086-778-8163
www.facebook.com/GrowthCafeAndCo
www.growth.in.th
www.instagram.com/GrowthCafeAndCo

Lonely Barista

(Photo by Lonely Barista) บรรยากาศเรียบง่ายภายในร้านคาเฟ่เล็ก ๆ

(Photo by Lonely Barista) บรรยากาศเรียบง่ายภายในร้านคาเฟ่เล็ก ๆ

(Photo by Lonely Barista) อีกหนึ่งมุมเล็ก ๆ น่านั่งในร้าน

(Photo by Lonely Barista) อีกหนึ่งมุมเล็ก ๆ น่านั่งในร้าน

(Photo by Lonely Barista) กาแฟแบบ Cold Brew ของร้าน

(Photo by Lonely Barista) กาแฟแบบ Cold Brew ของร้าน

(Photo by Lonely Barista) Shakerato หรือกาแฟผสมนำเลมอน

(Photo by Lonely Barista) Shakerato หรือกาแฟผสมนำเลมอน

Lonely Barista เป็นคาเฟ่ร้านเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านของคุณโต้ง เจริญสุข ดำนา ผู้เป็นเจ้าของร้าน โดยเปิดขึ้นจากความรักความชอบในการดื่มกาแฟและอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่สำหรับการแวะมาแฮงก์เอาท์และแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องกาแฟกันในบรรยากาศง่าย ๆ ในช่วงท้ายสัปดาห์ ลิสต์กาแฟของที่นี่จึงมีให้เลือกดื่มทั้งแบบ Single Origin และแบบเบลนด์เมล็ดไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ มีทั้งแบบ Espresso Machine และ Slow Cafe ทางร้านแนะนำตัวซิกเนเจอร์ของร้าน Shakerato (58 บาท) เป็นกาแฟผสมนำเลม่อนและนำไปเชคให้เข้ากันจนเกิดฟอง ท็อปด้วยเลมอนสไลด์ และ Cold Brew (80-120 บาท) ส่วนกาแฟประเภทเอสเพรสโซ ราคาเริ่มต้นที่แก้วละ 40 บาท ส่วนกาแฟร้อนใส่นมเริ่มต้นที่ 50 บาท และ Macchiato เริ่มต้นที่แก้วละ 60 บาท ทางร้านมีบริการแจกคุ๊กกี้ฟรีให้ทานกันได้คนละชิ้น

ซอยอยู่เจริญ 31 (รัชดาซอย 3)
เปิด วันพฤหัสบดี-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00 น.
โทร 087-981-3915082-021-4770
www.instagram.com/lonely_barista_bkk

La Bonne

(Photo by La Bonne) บรรยากาศผ่อนคลายน่าแวะมาในวันสบาย ๆ

(Photo by La Bonne) บรรยากาศผ่อนคลายน่าแวะมาในวันสบาย ๆ

(Photo by La Bonne) กาแฟร้อน ๆ จากร้าน La Bonne

(Photo by La Bonne) กาแฟร้อน ๆ จากร้าน La Bonne

(Photo by La Bonne) Matcha Lava Cheesecake เมนูแนะนำของร้าน

(Photo by La Bonne) Matcha Lava Cheesecake เมนูแนะนำของร้าน

La Bonne Café & Restaurant เป็นคาเฟ่กลางเมืองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงแรมวัฒนา มาพร้อมกับบรรยากาศร้านอบอุ่นและการตกแต่งให้ความรู้สึกเป็นเหมือนห้องนั่งเล่นในบ้าน แถมยังเปิดต้อนรับตลอด 24 ชั่งโมง เหมาะทั้งมาพักผ่อนหรือนั่งทำงานสบาย ๆ กันนอกบ้านยามดึก พร้อมยังเสิร์ฟอาหารไทยให้ทานกันจนอิ่มท้อง อาทิ  ข้าวอบสับปะรด (100 บาท) ไก่หรือกุ้งครีมมะนาว (120 บาท) ผัดไทกุ้งสดห่อไข่ (120 บาท) ส่วนเครื่องดื่ม ทางร้านแนะนำดริ๊งก์เย็น ๆ ดื่มสดชื่น อาทิ Choco Brownie Frappe (115 บาท) Vanilla Frappe with Ice Cream, Hot Matcha ส่วนคนรักของหวาน มีเมนูจานน่าลอง เป็น Matcha Lava Cheesecake (95 บาท) และ La Bonne Mousse Cake (80 บาท) ใครที่ขับรถมาแนะนำจอดรถได้ที่โรงแรมวัฒนา

ซอยรัชดาภิเษก 17
เวลา เปิด ทุกวัน 00.00-00.00 น. (เปิด 24 ชั่วโมง)
โทร 083-160-7770
www.facebook.com/La-bonne-cafe-750175388435561

Luka

(Photo of Luka Cafe & Restaurant) พื้นที่รวมเฟอร์นิเจอร์ของร้าน Casa Pagoda

(Photo of Luka Cafe & Restaurant) พื้นที่รวมเฟอร์นิเจอร์ของร้าน Casa Pagoda

(Photo of Luka Cafe & Restaurant) โซนที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์กาแฟใต้บันได

(Photo of Luka Cafe & Restaurant) โซนที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์กาแฟใต้บันได

(Photo of Luka Cafe & Restaurant) มุมที่นั่งบริเวณหน้าร้าน

(Photo of Luka Cafe & Restaurant) มุมที่นั่งบริเวณหน้าร้าน

(Photo of Luka Cafe & Restaurant) หลายจานแนะนำหน้าตาน่าทานของที่นี่

(Photo of Luka Cafe & Restaurant) หลายจานแนะนำหน้าตาน่าทานของที่นี่

อีกหนึ่งคาเฟ่ที่น่าแวะไปสักครั้ง โดยเฉพาะใครที่รักการแต่งบ้านและชื่นชอบเฟอร์นิเจอร์เท่ ๆ เพราะร้าน Luka อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับร้านเฟอร์นิเจอร์ Casa Pagoda ส่วนสไตล์การตกแต่งเป็นแบบ European Western และเฟอร์นิเจอร์ลุคแมน ๆ หน่อย อย่างโต๊ะไม้ตอกหมุด เก้าอี้เหล็กสีดำเข้ากันกับร้านผนังสีเทาที่กะเทาะบางส่วนให้เห็นความดิบของโครงภายในกำแพง ใครที่แวะมาทานมื้อกลางวัน แนะนำจานเบา ๆ อย่าง Creamy Triple Mushroom (170 บาท) เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังบริโอชปิ้งร้อน ๆ Breakfast Burrito (170 บาท) และ Granola Yogurt (90 บาท) ที่มาพร้อมกับผลไม้หลากชนิด หรือสั่งจานหนักหน่อย Sloppy Meatball Sandwich (290 บาท) มีทบอลลูกใหญ่รสชาติเข้มข้น ท็อปด้วยมอสซาเรลล่าชีสเยิ้ม ๆ เสิร์ฟบนขนมปังบริโอช เนื่องจากครัวจะเปิดตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น.เป็นต้นไป ใครที่แวะมาก่อนครัวเปิด สามารถสั่งขนมอบ อย่าง Almond Tart (125 บาท) และ Brooklyn (125 บาท) เป็นเนื้อเค้กดาร์กช็อกโกแลตและบลูเบอร์รี่ มาทานกันได้ ส่วนกาแฟของที่นี่ แนะนำเป็น Salted Caramel Cá Phé (140 บาท) เสิร์ฟด้วยเครื่องแบบเวียดนามคล้ายกาแฟดริป ที่ใส่ฟองนมและ Salted Caramel แทนนมข้น ซึ่งทางร้านจะมาบริการดริปให้ที่โต๊ะ หรือลองเป็น Shrub (120 บาท) เป็นดริ๊งก์ซิกเนเจอร์ของร้านที่ดีต่อสุขภาพ คล้ายอิตาเลียนโซดาแต่จะใช้น้ำที่ได้จากการหมักส้ม สตรอว์เบอร์รี่และโรสแมรี่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ ทานคู่กับโซดา ซึ่งช่วยระบบการย่อยได้ดี ใครที่ขับรถมา สามารถจอดรถได้ที่หลังร้าน

ซอยวัดแขก (ถนนปั้น) BTS สุรศักดิ์
เปิด ทุกวัน เวลา 8.30-19.00 น.
โทร 02-637-8558
www.facebook.com/lukabangkok

Faster access

touch    and select “Add to Home Screen”






ป้ายกำกับ:

เรื่องน่าสนใจ